
สวัสดีวันจันทร์ที่เหลืออีกเพียง สองจันทร์ก็จะเข้าสู่พุทธศักราช 2561 กันแล้วน่าจะเป็นปีใหม่ ที่เหมือนกับอีกหลายๆปีใหม่ที่ผ่านมา ที่หลายคนหวังว่าจะมีสิ่งดีๆเกิดขึ้นในชีวิต หรือ ตั้งเป้าที่จะทำอะไรให้สำเร็จสักอย่างในช่วงตลอด 365 วัน หรือทีเรียกกันว่า New Year Resolution ก็เอาเป็นว่าใครคิดจะทำอะไร ก็ลงมือทำเลยแล้วกันนะคะ เพราะถ้ามัวแต่รอๆ จดๆจ้องๆ เผลอไผลไปนิดเดียวก็จะสิ้นปีกันอีกครั้ง
พูดถึงเรื่องคิดจะทำอะไรแล้วลงมือทำเลยนั้น ก็ทำให้ผู้เขียนนึกถึงรุ่นพี่ที่เคารพนับถือ เวลาไปถามในลักษณะปรึกษาเรื่องการงาน แกมักจะตอบว่า “ก็ทำสิ” เราก็มักจะย้อนถามกลับไปว่า “แล้วมันจะเสี่ยงไหมถ้าลงมือทำ” คำตอบที่รุ่นพี่ท่านนี้ตอบมาน่าคิดนะคะแกบอกว่า “รู้ไหมคนที่อยู่กรอบแห่งความปลอดภัยของตนเอง คือพวกที่เสี่ยงที่สุด ถ้าคิดจะทำอะไร ก็ตั้งสติ แล้วลงมือทำอย่าใช้อารมณ์นำ ให้ใช้เหตุผลในการตัดสินใจเท่านั้นพอ” เป็นคำตอบสั้นๆ ที่ได้ใจความดีนะคะสำหรับคนที่คิดจะลงมือทำอะไร
ส่วนใครที่จะคิดเป็น ผู้ประกอบการหน้าใหม่ในปีใหม่นี้ ผู้เขียนก็มีเรื่องมาฝากจากเว็บไซต์ ไทม์ออนไลน์ ที่เขียนถึง เรื่องที่ไม่เคยมีใครเตือนเหล่าผู้ประกอบการที่เรียกตัวเองว่า Start Up หรือ Entrepreneur ทั้งหลาย ซึ่งผู้เขียนขอยกมาคุยสักสองข้อแล้วกันค่ะ
ข้อแรกถ้าเขาบอกเอาไว้ว่า ถ้าคุณคิดจะเป็นผู้ประกอบการหน้าใหม่แต่ยังคงเป็นคนผลัดวันประกันพรุ่ง ประเภทมีเอกสารภาษีต้องส่งแล้วบอกว่าอันนี้ไว้ก่อนไม่มีอารมณ์ทำ หรือ ลูกค้าโทรมาสั่งสินค้าแต่คุณยังขอใช้คำว่าทำงานชิลล์ๆ ไว้ก่อน คุณก็จะกลายเป็นผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่ล้มเหลวได้ในไม่ช้า เพราะนิสัยผลัดวันประกันพรุ่ง ไม่ควรมีอยู่ในตัวผู้ประกอบการ หากมีงานต้องทำควรจะจัดการให้เสร็จเป็นเรื่องๆไป ไม่ใช่รออารมณ์ หรือ รอความสบายใจของตนเอง เพราะสุดท้ายแล้วมันก็จะไม่มีอะไรที่เสร็จได้เลย
ข้อต่อมานี่น่าสนใจเพราะเป็นเรื่องที่คนไทย ไม่ค่อยให้ความสำคัญ นั่นคือเรื่องรักษาเวลา ในบทความดังกล่าวนั้นระบุว่า ผู้ประกอบการหน้าใหม่ ที่ส่งงานได้ตรงเวลา หรือ ส่งงานก่อนเวลา เวลาประชุมกับลูกค้าแล้วไปก่อนเวลานัดหมายมีการเตรียมความพร้อมก่อนการประชุมมาอย่างดีมักจะได้รับความสนใจรวมไปถึงเม็ดเงินลงทุนมากกว่าพวกที่คิดว่าตนเองมีไอเดีย แต่ไม่รักษาเวลา เพราะในโลกแห่งความเป็นจริงนั้น มีคนพร้อมจะขายไอเดียได้ตลอดเวลา แต่คนที่จะพร้อมรักษาเวลา และ รับผิดชอบต่องานได้แบบ 100 เปอร์เซนต์นั้นยังมีไม่มากนัก
ทั้งสองข้อที่มาจากบทความนั้นดูแล้วเหมือนจะเป็นเรื่องพื้นฐานที่ผู้ประกอบการทั้งหลายควรจะประพฤติให้เป็นนิสัยติดตัว เพราะชีวิตคือการเดินทาง มันไม่ใช่แค่ช่วงเวลาสั้นๆแล้วจะประสบความสำเร็จ และต่อให้ประสบความสำเร็จ ก็ยังต้องเดินทางต่อไปอีก หากเราสามารถสร้างมาตรฐานให้กับการทำงานและชีวิตของตนเองได้ เราก็จะเดินทางไปอย่างมั่นคง แต่ถ้าเรามัวแต่นั่งฝัน ผลัดวันประกันพรุ่ง มีข้อแก้ตัวต่างๆ ในการไม่รักษาเวลาหรือทำผิดพลาด สุดท้ายแล้วคุณก็จะโทษลมโทษฟ้าว่าทำไมไม่เคยให้โอกาสกันเลย ทั้งที่ความจริงแล้ว โอกาสอยู่ในมือคุณมาตั้งแต่ต้น แต่คุณต่างหากที่ไม่เคยคิดจะรักษามันเอาไว้
แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ






























