Home Work & Living Living วางแผนค่าใช้จ่าย เพื่อให้คนที่อยู่ข้างหลังไม่ลำบาก

วางแผนค่าใช้จ่าย เพื่อให้คนที่อยู่ข้างหลังไม่ลำบาก

เพราะไม่มีวันรู้ว่าพรุ่งนี้กับชาติหน้าอะไรจะเกิดขึ้นก่อน การตื่นเช้าขึ้นมาทุกวันแล้วพบว่าตัวเองยังหายใจอาจเป็นเรื่องดี แต่ถ้าวันหนึ่งไม่เป็นอย่างนั้น คนที่เราทิ้งไว้เบื้องหลังอาจต้องเจอทั้งความเศร้าสะเทือนใจ และวุ่นวายกับสารพัดสิ่งที่ต้องมาจัดการแทน ดังนั้น ปัดทิ้งความคิดว่าการเตรียมตัวเหล่านี้เท่ากับแช่งตัวเองไปเสีย เท่านี้ก็ช่วยให้การจากไปไร้พะวงได้เปลาะหนึ่ง

1. ยืดอกรับความตาย เริ่มง่าย ๆ ที่กล้าทำ

ในความเชื่อเดิม ๆ การพูดเรื่องเสียชีวิตเป็นลางไม่ดี แต่ปัจจุบันถือเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนชีวิตที่ไม่ประมาท เพราะถึงเวลาจริงในหลายครั้งพบว่า นอกจากความโศกเศร้าที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว คนที่ยังอยู่มักจะต้องเผชิญความปวดหัวกับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากคนที่เรารักเสียชีวิต ดังนั้น หากมีการพูดคุยกันไว้ล่วงหน้าหรือที่เรียกกันติดปากว่า “สั่งเสีย” ย่อมไม่ได้หมายถึงเค้าลางแห่งความเศร้า แต่เป็นการช่วยแบ่งเบาความว้าวุ่นในอนาคตหากเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้นจริง

2. แยกบัญชี “ทรัพย์สิน หนี้สิน” ให้ชัดเจน

หมั่นสำรวจสถานะการเงินของตัวเองอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง หรืออัปเดตข้อมูลสม่ำเสมอ โดยแยกข้อมูลให้ชัดเจนระหว่างทรัพย์สินกับหนี้สิน เพราะจะง่ายต่อการจัดการของตัวเองและผู้ที่ต้องรับมรดกเหล่านี้ไป เพราะหากไม่จัดการแยกไว้ก่อน บางครั้งอาจเป็นต้นตอความบาดหมางของสมาชิกครอบครัว ไหนจะต้องตามหาเอกสารหลักฐานว่าผู้ตายมีทรัพย์สินและหนี้สินอะไรบ้าง เช่น เอกสารการซื้อขายสินทรัพย์ โฉนดที่ดิน สมุดบัญชีธนาคาร พร้อมอย่าลืมมอบหมายเลือกคนที่ไว้ใจ เพื่อยืนยันว่าเราจัดระเบียบเอกสารอย่างนี้ไว้เรียบร้อย

3. ทำพินัยกรรมให้ชัดเจนดีกว่ามาอลเวงภายหลัง

ควรทำพินัยกรรมให้ชัดเจนแก่ผู้สืบสันดาน เพราะทรัพย์สินจะถูกจัดสรรไปให้ยังผู้ที่เราอยากให้รับช่วงเข้าไปดูแลต่อตรงตามเจตนา ซึ่งพินัยกรรมมีทั้งทำแบบหนังสือ เขียนเองทั้งฉบับ หรือให้นายอำเภอหรือผู้อำนวยการเขตเป็นผู้จัดการให้ แต่ถ้าเป็นเอกสารลับที่ต้องปิดซองผนึกและลงลายมือตรงรอยผนึกแล้วก็ต้องมีการฝากให้นายอำเภอเก็บไว้ หรือจะเป็นพินัยกรรมแบบวาจาที่ต้องใช้ในภาวะฉุกเฉินเท่านั้น เช่น มีอุบัติเหตุร้ายแรงและใกล้ตาย แต่ทั้งหมดนี้ไม่ว่าจะเลือกวิธีการไหนก็ต้องมีพยานอย่างน้อย 2 คนขึ้นไป ทั้งหมดนี้ควรมีเวลาศึกษารายละเอียดขั้นตอนการทำให้อย่างชัดเจน

4. ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นหลังเสียชีวิต

สิ่งที่เราน่าจะพอประมาณการณ์ได้อีกเรื่อง คือ ค่าดำเนินขั้นตามต่าง ๆ ที่ต้องเป็นไปตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด ตั้งแต่แจ้งการเสียชีวิตภายใน 24 ชั่วโมง การติดต่อสถานที่จัดพิธีกรรมทางศาสนาให้กับผู้เสียชีวิต หากเสียชีวิตที่โรงพยาบาลก็ต้องดำเนินการเรื่องค่าใช้จ่าย เตรียมดูเรื่องการใช้สิทธิต่าง ๆ ของสมาชิกครอบครัว หากเป็นข้าราชการ หรือหลักเกณฑ์ของประกันชีวิตไว้ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนที่ของผู้เสียชีวิตไปยังที่สถานที่ประกอบพิธีกรรม

5. ค่าใช้จ่ายหลังการไว้อาลัยผ่านพ้น

ทุกอย่างจะดำเนินการได้รวดเร็วหากมีการทำพินัยกรรมไว้ แต่ถ้าไม่ได้ทำอาจมีขั้นตอนยุ่งยากเกิดขึ้น เช่น ต้องหาสำรวจทรัพย์สินทั้งหมดมีอะไรบ้าง การหาโฉนดที่ดิน จากนั้นต้องจ้างทนายเพื่อดำเนินการยื่นเรื่องต่อศาลเพื่อแต่งตั้งผู้จัดการมรดกให้ดำเนินการแบ่งทรัพย์สินแก่ผู้สืบสันดานแต่ละส่วน ยิ่งถ้ามีพี่น้องลูกหลานเยอะก็อาจใช้ทั้งเวลาดำเนินการและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีกที่ต้องตามมา เช่น ค่าธรรมเนียมศาล ค่าจดทะเบียนโอนมรดก โอนที่ดิน และถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ยังติดภาระจำนองอยู่ก็ติดต่อสถาบันการเงินเพื่อดำเนินการต่อจนกว่าจะนำเงินมาชำระหนี้ปิดบัญชีให้เรียบร้อย

ที่มา: www.scb.co.th