นับจากวันที่ เป๊ป กวาดิโอล่า และผู้บริหารแมนฯ ซิตี้ ทำให้โลกตะลึงด้วยการยอมทุ่มซื้อนักเตะขี้เมาอย่าง แจ็ค กรีลิช เข้าสู่ทีมด้วยราคาถึง 100 ล้านปอนด์ในปี 2021 กลายเป็นสถิติของทีมและวงการลูกหนังอังกฤษ แต่มาในวันนี้ นักฟุตบอลราคา 100 ล้านปอนด์ดูท่าจะกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้วสำหรับสโมสรในพรีเมียร์ลีก
เมื่อ “เรือใบสีฟ้า” ทำได้ เชลซี ก็จัดบ้างก่อนหน้านี้ ด้วยการดึง เอ็นโซ่ เฟอร์นานเดซ ยอดกลางกลางตัวรับดีกรีชุดแชมป์โลกของอาร์เจนตินา มาด้วยสนนราคา 100 ล้านปอนด์ ต้นปี 2023 หลังจากนั้นช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาอาร์เซนอล ทีมจากกรุงลอนดอน ล่อลวง เดแคลน ไรซ์ มาจาก เวสต์แฮม บนตัวเลขระดับ 100 ล้านปอนด์บ้างเหมือนกันกัน
เฮ้ย! เดี๋ยวนี้ 100 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,500 ล้านบาท) กลายเป็นเงินซื้อของเล่นไปแล้วหรืออย่างไร?
คำกล่าวที่ว่าไม่มีนักเตะคนไหนราคาถึง 100 ล้านปอนด์กลายเป็นคำพูดตลกของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ไปเสียแล้ว
ขนาด ลิเวอร์พูล เองยังจะยอมกลืนน้ำลายตัวเอง ด้วยการเสนอให้ มอยเซส ไคเซโด้ จากไบรท์ตันถึง 111 ล้านปอนด์ แต่กลับต้องหน้าแหกแบบหมอไม่รับเย็บ เพราะนักเตะไม่ยอมมาอยู่ด้วย
อลัน เชียเร่อร์ ตำนานถึงกับตำหนิว่า ไม่รู้จักดูตาม้าตาเรือ ไม่ลองแย็บลองคุยกับเจ้าตัว ไคเซโด้ ดูก่อน ส่งผลเสียหายต่อภาพลักษณ์สโมสรชะมัด นอกจากนั้นยังทำให้ชาวบ้านเขารู้ด้วยว่า มีตังค์เหมือนกันนะเรา ต่อไปอย่ามากดราคาขอซื้อใครถูก ๆ เลย
อย่างว่าละครับ ยอร์ก ชมัดท์เค่ ผู้อำนวยการด้านการจัดซื้อนักเตะ อาจจะอยู่ในสภาพหน้ามืดแล้ว เพราะต้องการมิดฟิลด์ตัวรับระดับคุณภาพมาอย่างด่วน ๆ เพราะทีมเกิดไปเสียไปถึงสองคน ฟาบินโญ่ และจอร์แดน เฮนเดอร์สัน อย่างไม่ได้คาดฝันมาก่อน แถมตลาดนักเตะใกล้เวลาปิดเข้ามาทุกทีแล้วด้วย เลยต้องยอมแหกนโยบายควักกระเป๋าสู้ด้วยตัวเลขระดับนั้น
ถึงขนาดว่าแฟนหงส์มองหน้ากันเลิ่กลั่ก มาถามกันใหญ่ว่าเจ้าของทีมไปกินอะไรผิดสำแดงมา ถึงได้บ้าเลือดขนาดนั้น?
กล้าจริงแหละครับ แต่สุดท้ายดีลไม่สำเร็จ ไม่ได้จ่ายอยู่ดี นักเตะเลือกไปอยู่กับเชลซี แทน ด้วยราคา 115 ล้านปอนด์ ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่ของการซื้อตัวนักเตะในพรีเมียร์ลีก
งานนี้ลึก ๆ แล้ว ผมดีใจมากกว่าที่ไม่ได้กองกลางตัวรับผู้นี้มา ไม่ใช่ “องุ่นเปรี้ยว” นะครับ ไคเซโด้ เก่งแท้แน่นอนในตำแหน่งนี้ แต่ผมไม่แน่ใจว่าเขาควรจะมีราคาระดับ 111 หรือ 115 ล้านปอนด์จริงหรือไม่ ถือว่าเสี่ยงพอสมควรทีเดียว
ประการที่สอง เราควรจะจ่ายเงินก้อนใหญ่ขนาดนี้เพื่อผู้เล่นตำแหน่งกลางรับหรือ? ถ้าเป็นศูนย์หน้าหรือเพลย์เมกเกอร์พรสวรรค์ก็ว่าไปอย่าง ไม่ใช่ดูถูกผู้เล่นตำแหน่งนี้นะครับ แต่ที่ผ่านมาแนวโน้มด้านราคามันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ
ประการสุดท้าย ได้มาก็เสียเอกลักษณ์ในการทำทีมของ คล็อปป์ หมดครับ ที่ผ่านมาใช้เงินน้อย ความสำเร็จเยอะ ซื้อนักฟุตบอลราคา 30-40 ล้านปอนด์มาปั้นได้แชมป์มาแล้วมากมาย สิ่งที่คล็อปป์ เคยพูดไว้ว่า “ฟุตบอลเล่นกันเป็นทีม” มันก็ถูกที่สุดอยู่แล้ว
แต่สุดท้ายก็มีทีมที่เขาพร้อมยอมทุ่มอยู่อย่าง เชลซี นะครับ ก็ว่ากันไปตามศักยภาพของแต่ละทีม ขอให้ไม่ทำผิดกฎไฟแนนเชียล แฟร์เพลย์เท่านั้นก็พอ ถือเป็นนักเตะที่ราคาสูงกว่า 100 ล้านปอนด์เป็นคนที่สองในหน้าประวัติศาสตร์ของพวกเขาด้วย
โลกหมุนเร็วเปลี่ยนไปจากสมัยก่อนมากมายจัง ด้วยความเจริญเติบโตของพรีเมียร์ลีก และสภาพเงินเฟ้อ จากวันที่ลีกสูงสุดของอังกฤษมีผู้เล่นราคา 1 ล้านปอนด์คนแรกคือเมื่อ ค.ศ. 1979 ไบรอัน คลัฟ ผู้จัดการทีมนอตติงแฮม ฟอเรสต์ ที่ไม่ทราบว่าไปกินดีหมีหัวใจเสือมาจากไหน ช็อกโลกด้วยการทุ่มซื้อ “เดอะ โกลเด้นบอย” อย่าง เทรเวอร์ ฟรานซิส ยุคนั้น
ใครจะไปเชื่อว่านักฟุตบอลในอังกฤษราคาสูงสุดพุ่งขึ้นไปถึง 100 เท่า ในเวลาเพียง 4 ทศวรรษต่อมา ตอนนี้ก็ไล่ขึ้นไปถึง 115 ล้านแล้ว ไม่รู้ว่าอีกกี่ปีจะมีนักเตะราคา 200 ล้านปอนด์!
เชื่อว่าใช้เวลาอีกไม่นานครับ.






























