
ในที่สุดสถิตินักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลก 88 ล้านปอนด์ ของ ปอล ป็อกบา กำลังจะถูกทำลายลงอย่างราบคาบ เมื่อ ปารีส แซงก์ แชร์กแมง ทีมมหาเศรษฐีแห่งลีกเอิง ฝรั่งเศส บ้าเลือดซื้อเนย์มาร์ ด้วยการจ่ายค่าฉีกสัญญาให้กับบาร์เซโลน่าเป็นเงิน 198 ล้านปอนด์
บ้าไปแล้วครับ! ค่าตัวนักฟุตบอล 1 คน ตีเป็นเงินไทยได้กว่า 8 พันล้านบาท บอกได้ครับเดียวครับว่า มีเงินอย่างเดียวทำไม่ได้นะครับ ต้องมีวิสัยทัศน์ด้วย เพราะอย่างน้อยก็รู้ว่า “เนย์มาร์” คือนักฟุตบอลเบอร์ 1 ของโลกในชั่วโมงนี้
พูดถึงเรื่องค่าฉีกสัญญา หากใครที่เคยเล่นเกมคุมทีมฟุตบอลสุดคลาสสิคอย่าง Football Manager น่าจะพอรู้ตัวเลขของค่าฉีกสัญญาของนักเตะในลา ลีกา สเปน ว่าแต่ละทีมจะมีการตั้งราคาเอาไว้สูงลิบระดับ 100 ล้านปอนด์ขึ้นไปแทบทั้งสิ้น ซึ่งก็ไม่คิดว่า มาถึงวันนี้ จะมีทีมไหนกล้าจ่ายค่าฉีกสัญญาระดับนี้
อย่างไรก็ดี หนึ่งในประเด็นที่หลายคนสงสัยและไม่มีใครหาคำตอบที่ชัดเจนได้คือ การย้ายทีมของเนย์มาร์ จากบาร์เซโลน่า ไปเปแอสเช ด้วยค่าตัวสถิติโลกครั้งนี้ มันเข้าข่ายผิดกฎ ไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์ (FFP) ที่สหพันธ์ฟุตบอลยุโรปนำมาบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2009 หรือไม่
ไอ้เจ้ากฎนี้ ใจความสำคัญอยู่ที่ ยูฟ่า ต้องการให้ทุกสโมสรในยุโรปไม่ใช้เงินเกินตัว และต้องแสดงงบดุลของสโมสรในทุกๆปี ที่สำคัญเป็นความพยายามที่จะป้องกันไม่ให้สโมสรที่มีเจ้าของเป็นมหาเศรษฐีใช้เงินซื้อความสำเร็จ ซึ่งโทษสูงสุดของทีมที่ละเมิดก็คือการแบนจากการแข่งขันของยูฟ่าในทุกรายการ
นั่นหมายความว่า หากทีมดังจากกรุงปารีสละเมิดกฎนี้ พวกเขาอาจถูกแบนจากถ้วยแชมป์เปียนส์ ลีก แต่เมื่อทุกอย่างดำเนินมาถึงวันนี้ ผมเชื่อว่าท่านประธานสโมสร นาสเซอร์ อัล-เคไลฟี่ คงจะหาทางออกเอาไว้หมดแล้ว
ประเด็นนี้ สื่อในยุโรปอย่างบีบีซีเขาตั้งข้อสังเกตเอาไว้ว่า ทำไมทีมที่ไม่ติด 1 ใน 10 สโมสรที่ร่ำรวยที่สุดในโลก (จากการจัดอันดับของฟอร์บส) กลับทุ่มซื้อนักเตะเป็นสถิติโลกได้ บางทีการซื้อเนย์มาร์อาจไม่ใช่การดีลระหว่าง 2 สโมสรอย่างที่ผ่านๆมา บางทีอาจมีเบื้องหลังที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ หรือบางทีมันอาจไม่มีอะไรในกอไผ่เลยก็ได้ เป็นไปได้ทั้งนั้นครับ
อย่างไรก็ดีก็ต้องบอกว่าทุกอย่างเกิดขึ้นได้เพราะ “เงิน” ล้วนๆ อย่างว่าคนรวยทำอะไรก็ไม่ผิดครับ คิดขำๆอย่างน้อยค่าตัวของเนย์มาร์ยังไม่เท่าเรือดำน้ำ 1 ลำเลยครับ (ฮาาาา)

































