Home Trending Story Trend ในประเทศ 120 ชม. กับคำพูดไขคดีของ พล.ต.อ.จักรทิพย์

120 ชม. กับคำพูดไขคดีของ พล.ต.อ.จักรทิพย์

ภาพประกอบ จาก เฟซบุ๊ค ทีมงานโฆษกตำรวจ

24 ชั่วโมงแรกของคดี สะเทือนขวัญทั้งประเทศ

เช้ามืดของวันที่ 11 กรกฎาคม ร.ต.อ. สุวิทย์ แก้วปรีชา รองสารวัตรสอบสวน สภ.อ่าวลึก จ.กระบี่ รับแจ้งมีเหตุคนร้ายยิงคนในบ้านของผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายรายและเมื่อเข้าตรวจที่เกิดเหตุได้พบผู้เสียชีวิต 8 รายบาดเจ็บ 3 ราย

หลังจากเหตุร้ายแรงที่อ่าวลึก ได้ถูกส่งข่าวเข้าส่วนกลาง พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้เปิดเผยความคบหน้ากับสื่อมวลชนก่อนแจ้งว่าจะลงไปติดตามคดีดังกล่าวด้วยตนเอง พร้อมตั้งข้อสังเกตุว่า

“ส่วนตัวมองว่าการก่อเหตุมีลักษณะการเตรียมการมา ก่อน เพราะขับรถมากัน 2 คัน มีการใช้เสื้อผ้าเพื่อเป็นการพรางตัว แต่ยังไม่ยืนยันว่า มีเจ้าหน้าที่ ข้าราชการเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ เนื่องจากเสื้อผ้าลายพรางคนทั่วไปก็สามารถซื้อมาใส่ได้”

“ยอมรับว่ากังวลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเนื่องจากเป็นเหตุอุกฉกรรจ์ มีผู้เสียชีวิตจำนวน มากและเป็นชาวมุสลิม ที่จะต้องเร่งตรวจชันสูตรพลิกศพเพื่อจะนำศพไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป ส่วนผู้รอดชีวิตและพยานเชื่อว่าตำรวจในพื้นที่ดูแลและคุ้มครอง ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนกระบวนการ เจ้าหน้าที่ทราบดีอยู่แล้วว่าจะต้องทำอย่างไร”

หลังจากฟังบรรยายสรุปจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ พล.ต.อ. จักรทิพย์ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า

“จากการตรวจสอบพบพฤติกรรมคนร้าย มีการแยกห้องในการสังหารทำงานอย่างมืออาชีพ และคนร้ายตั้งใจมาก่อเหตุนี้โดยเฉพาะปัญหาขณะนี้คือกล้องวงจร ปิดถูกจับให้เงยขึ้นทั้งหมดและถูกถอดฮาร์ดดิสก์ไปด้วยถือว่าอุกอาจมาก หลังจากนี้จะประชุมชุดทำงานเป็นการเร่งด่วน”

72 ชั่วโมงต่อมาในการตามล่าหาความจริง

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา เข้าบัญชาการและอยู่ในพื้นที่ตลอดทั้งสัปดาห์

“สำหรับเบาะแสของคนร้ายตำรวจกำลังเร่งสืบสวน เบื้องต้นยังไม่สามารถสรุปสาเหตุหรือแรงจูงใจในการลงมือได้ แต่ยอมรับว่ามีข้อมูลรายงานเข้ามาเรื่อยๆ และได้กำชับแนวทางการสืบสวนสอบสวน เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานติดตามจับกุมคนร้ายไปแล้ว”

“ส่วนกล้องวงจรปิดในพื้นที่สามารถจับภาพคนร้ายได้หรือไม่นั้น ยังไม่สามารถเปิดเผยได้อยู่ในสำนวน ส่วนกรณีคนร้ายนำรถยนต์ของผู้ตายไปด้วยนั้นจะต้องมีการวิเคราะห์ทั้งหมดทุกมิติ ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะนำไปก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ ซึ่งคนร้ายจะเป็นคนนอกพื้นที่อื่นเข้ามาก่อเหตุหรือไม่ก็ยังสรุปไม่ได้เช่นกัน”

24 ชั่วโมงสุดท้ายที่ความจริงปรากฎ

หลังอยู่ในพื้นที่มาตลอดสัปดาห์ พล.ต.อ. จักรทิพย์ เดินทางกลับกรุงเทพฯในช่วงเช้าของวันที่ 15 กรกฎาคม ก่อนจะบินกลับไปอีกครั้งในช่วงเย็น

“เดินทางกลับจากจ.กระบี่ มายัง กทม.และเดินทางกลับเข้าพื้นที่จ.กระบี่อีกครั้งเพื่อเกาะติดคดี โดยล่าสุดชุดสืบสวนได้คุมตัวผู้ต้องหา ร่วมก่อเหตุสังหารหมู่ครั้งนี้ได้แล้ว 2 คน อยู่ระหว่างคุมตัวเพื่อสืบสวนขยายผลหาผู้ร่วมก่อเหตุ”

“สำหรับผู้ต้องหานั้นสามารถจับกุมได้ทั้งหมดแล้ว โดยพบว่าเป็นบุคคลธรรมดาไม่เกี่ยวข้องกับบุคคลมีสีเเต่อย่างใด เป็นเพียงนำชุดมาสวมใส่ให้เหมือนเจ้าหน้าที่เท่านั้น และมีบางรายที่เป็นคนพื้นที่ในจ.พังงา จึงรู้จุดเส้นทางในการนำรถยนต์คันดังกล่าวมาเผาเพื่ออำพรางปิดบังซ้อนเร้นของกลางหลังก่อเหตุ โดยหลังจากนี้จะนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปชี้จุดเกิดเหตุที่ 2 ซึ่งเป็นที่ผู้ต้องหานำปืนที่ก่อเหตุฆาตกรรมทั้ง 8 ศพมาฝังไว้”

“เจ้าหน้าที่ใช้เวลา 5 วัน ในการจับกุมคนร้ายกลุ่มนี้ โดยจากการสอบสวนสืบสวน พบว่า “บังฟัต” เป็นผู้วางแผนสังหารทั้งหมด ส่วนปมสังหารเกิดจากการขายฝากจำนองที่ดิน เมื่อปี 2559 นายวรยุทธ ได้เอาที่ดินจำนวนหลายแปลงมาจำนองกับ “บังฟัต” ซึ่งเป็นคนรับจำนองที่ดินและรถยนต์ ต่อมาเมื่อมีการนำเงินไปไถ่ถอนจำนองแล้ว ทาง “บังฟัต” กลับนำที่ดินแปลงดังกล่าวไปขายต่อ จึงเกิดปากเสียงกันจนถึงขั้นทั้งสองฝ่ายได้ขู่ฆ่าล้างตระกูลกัน จนกระทั่งมาถูก “บังฟัต” ลงมือสังหารก่อน”

“กลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุครั้งนี้ไม่มีซุ้ม เป็นคนธรรมดา บางคนอดีตเป็น รปภ. การก่อเหตุคือตั้งใจมาฆ่า ตั้งใจมาสร้างสถานการณ์ โดยจัดฉากว่าผู้ใหญ่มีปัญหาทางเศรษฐกิจ มีปัญหาครอบครัวการเงิน จึงยิงคนในบ้าน บังฟัดรู้คนเดียว คิดอยู่คนเดียว แล้วหลอกลูกน้องมาร่วมก่อเหตุ บอกว่ามาทวงหนี้ เพราะบังฟัดเป็นนายทุนออกเงินกู้ ที่ดินที่ขายฝากกับคนตาย บังฟัดเป็นคนรับจำนำ พอผู้ใหญ่จะมาไถ่ถอนคืนบังฟัดก็ไม่มีโฉนดคืนให้ เพราะน่าจะขายทอดไปแล้ว จึงเกิดมีปัญหากัน ทางฝ่ายผู้ใหญ่บ้านก็เคยขู่จะฆ่าล้างโคตรบังฟัดเหมือนกันตั้งแต่ปี 59 คดีนี้เชื่อมั่นว่าเอาผิดได้ และเชื่อว่าศาลจะตัดสินประหารด้วย”

“ในตอนจับกุมผมภาวนาให้พวกเขาต่อสู้กับตำรวจจะได้ตายตกตามกันกับสิ่งที่กระทำ แต่อย่างไรผมเชื่อว่ากลุ่มนี้โดนประหารชีวิตอยู่แล้ว”

“สำหรับคดีนี้ เจ้าหน้าที่ทุกคนทำงานกันอย่างเต็มที่จนประสบความสำเร็จ ยืนยันว่าทุกคดีพยายามทำเต็มที่ ไม่ได้หลับได้นอน เพื่อเรียกศรัทธาประชาชน ดูแลความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินอย่างแท้จริง ไม่มีอะไรแอบแฝง แต่องค์กรตำรวจถูกด่าประจำ เรียกร้องให้มีการปฏิรูป หลังจากนี้ขยายผลถึงใคร เข้ากฎหมายข้อไหนเอาหมด”