เตรียมรับมือ “ปัญหาแรงงานไทย” ยุควิกฤติของแพง ค่าแรงถูก

อารมณ์ “พนักงาน” ที่โดนปลดแบบฟ้าฝ่า ไม่ได้คาดฝันมาก่อนว่าตัวเองจะเป็นบุคคลว่างงาน ไม่เพียงแต่ “ช็อกหัวใจ” ของพนักงาน แต่ยังสร้างเสียงอื้ออึงไปทั่ว จากกรณีล่าสุด ที่ Shopee ประกาศ “ปลดพนักงานจำนวนมาก” ในหลายประเทศพร้อมกัน ซึ่งสิ่งที่น่าตกใจคือ ทีม ShopeeFood และ ShopeePay ของไทยถูกปลดมากถึง 50% หรือราว 300 คน ซึ่งเป็นอัตราที่สูงมาก

ShopeeFood ถือเป็นน้องใหม่ในตลาด Food Delivery ที่ต้องมาเจอคู่แข่งสายแข็งที่เข้ามาอยู่ในสังเวียนก่อนแล้วอย่าง Grab Food, Foodpanda, LINE MAN และ Robinhood ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม Food Delivery สัญชาติไทย ทำให้ประสบปัญหาขาดทุนจำนวนมาก แต่สำหรับ Shopee ในไทย การปลดคนในครั้งนี้ไม่ได้ปลดพนักงานในธุรกิจหลักอย่างอีคอมเมิร์ซ (หากหลายคนก็ร้อน ๆ หนาว ๆ เหมือนกัน) แต่เลือกที่จะปลดใน ShopeeFood ซึ่งไม่ใช่ธุรกิจหลัก แถมยังมีการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง

ธุรกิจในประเทศไทยเองก็มีหลายบริษัทจ่อเลิกจ้างพนักงานเช่นกัน ยกตัวอย่าง “โพสต์ทูเดย์” ในเครือ Bangkok Post ได้แจ้งถึงพนักงานในการเลิกจ้างพนักงานทั้งหมดแบบฟ้าผ่าซึ่ง มีผล 1 กรกฎาคมนี้เช่นกัน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้หลายคนจับตามองแนวโน้มของบริษัทต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายเทคโนโลยี เพราะบริษัทเหล่านี้ขยายตัวรวดเร็วมากในช่วงที่มีการระบาดใหญ่ โควิด-19 แต่ขณะนี้เริ่มขาดสภาพคล่องเพราะภาวะเศรษฐกิจจะถดถอย ทำให้หลายบริษัทต้องปรับลดต้นทุนด้วยการลดพนักงาน

และผลกระทบจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมาทำให้คนไทยหลายแสนคนต้องตกงานโดยเฉพาะในภาคท่องเที่ยวและบริการ เวลานี้แม้จะเริ่มฟื้นตัวขึ้นมาบ้างแต่ก็ต้องกลับมาเผชิญภาวะต้นทุนที่สูงขึ้นทั้งค่าน้ำมัน ค่าขนส่ง วัตถุดิบ ฯลฯ เรียกว่าปัจจัยเก่ายังไม่จาง ปัจจัยใหม่ก็เข้ามาเพิ่มเติมซ้ำอีก

ขณะที่ฝั่งลูกจ้างก็ยังต้องเจอภาวะค่าครองชีพสูงขึ้น ทำให้เริ่มมีเสียงสะท้อนจากแรงงานบางส่วนให้มีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ โดยประเด็นแรงงานนับเป็นสิ่งที่น่าติดตามใกล้ชิดเช่นเดียวกับการขึ้นค่าแรง คนที่มีงานอยู่แล้วก็ต้องเกิดการไม้ไว้ใจ ความไม่มั่นใจเกิดขึ้น ส่วนเด็กจบใหม่เองต้องยอมรับว่าการหางานนั้นไม่ได้ง่ายเหมือนยุคก่อนโควิดเลย วิกฤตินี้เปรียบเหมือนเป็นเส้นทางเริ่มต้นชีวิตในการประกอบอาชีพเพื่อพึ่งพาตนเองอย่างแท้จริง

แต่ดูเหมือนว่าเส้นทางของพวกเขาไม่ได้สดใสนักเมื่อเทียบกับเด็กที่จบมาในช่วงยุคก่อนเกิดโควิด-19 หรือแม้กระทั่งช่วงวิกฤติปี 2540 ด้วยเพราะพิษโควิด-19 ที่ทำให้เศรษฐกิจไทยในช่วง 2 ปีชะลอตัวลงและกระทบต่อผู้ประกอบการค่อนข้างมาก แม้ว่าจะผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้วแต่ภาคธุรกิจต่าง ๆ ยังอยู่ในภาวะประคองตัว การรับแรงงานเพิ่มยังไม่เติบโตเท่าที่ควร จะเป็น “ปัญหาแรงงานไทย” ยุควิกฤติของแพง ค่าแรงถูกแบบนี้ “ลูกจ้าง” หรือแม้แต่คนในชนชั้นแรงงาน จะเตรียมรับมือในวิกฤติแบบนี้อย่างไรดี

การกำหนดค่าแรงตามค่าครองชีพ

การกำหนดค่าแรงขั้นต่ำ ถือเป็นมาตรการหนึ่งในการสร้างมาตรฐานการจ้างงานและเป็นหลักประกันให้กับแรงงานเมื่อแรกเข้าทำงาน ว่าจะได้รับค่าจ้างที่เป็นธรรมและสามารถใช้ชีวิตตามสภาพเศรษฐกิจและสังคมในช่วงเวลานั้น ๆ โดยที่ผ่านมา ประเทศไทยมักกำหนดค่าแรงขั้นต่ำตามค่าครองชีพ และปรับเพิ่มขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อ หรือจะพูดให้เข้าใจง่ายคือ ราคาสินค้าที่แพงขึ้น

แต่สิ่งที่เรามักลืมคิดกันก็คือ หากค่าแรงขั้นต่ำปรับเพิ่มขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อก็เท่ากับว่า จริง ๆ แล้ว คุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของแรงงานไทยในทุกภาคส่วนนั้นไม่ได้ดีขึ้นเลย เพราะว่าแม้ค่าจ้างแรงงานจะเพิ่มขึ้น แต่ข้าวของก็จะแพงขึ้นประมาณหนึ่งอยู่ดี หรือพูดอีกนัยหนึ่งคือ แม้ว่าเราจะได้ค่าแรงเพิ่มขึ้น แต่เราก็ยังซื้อของได้เท่าเดิมหรืออาจจะน้อยกว่าเดิม เนื่องจากค่าแรงที่แท้จริงของเรานั้นแทบไม่ได้เพิ่มขึ้นเลย

เรียกได้ว่าตอนนี้ “การขึ้นค่าแรง” เป็นไปค่อนข้างยาก และอาจต้องใช้เวลาในการพิจารณาค่อนข้างนาน “พนักงาน” ที่ได้ปรับขึ้นเงินเดือนต่างก็คงดีใจไม่ใช่น้อย แต่การแบกรับปัญหาภาวะขาดทุนของบริษัทอาจไม่เป็นที่ชอบใจของนักลงทุนมากนัก การปรับขึ้นเงินเดือนอาจเป็นภาพจำที่ทำให้เราได้ดีใจในระยะเวลาอันสั้นก็ได้ สุดท้ายหากสภาวะเศรษฐกิจยังชะลอตัว ผลกระกอบการไม่ได้สร้างกำไร ก็ไม่พ้นปิดกิจการหรือ ลดจำนวนพนักงานลงอยู่ดี

เงินเฟ้อเกิดอัตราการว่างงาน

สองตัวแปรสำคัญที่ใช้วัดศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ ภาวะเงินเฟ้อคือ การเพิ่มขึ้นของราคาสินค้า อุปโภคและบริโภคอย่างรวดเร็ว และต่อเนื่อง เมื่อเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นแสดงว่าระดับราคาสินค้าและบริการโดยทั่วไปเพิ่มขึ้นส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่และการใช้ชีวิตของประชาชน เงินที่ถืออยู่สามารถนำไปซื้อสินค้าและบริการได้น้อยลงหรืออำนาจในการซื้อลดลง ทำให้การวางแผนการใช้เงินในอนาคตลำบากมากขึ้น

ภาคการผลิตเองก็ต้องรับมือกับปัญหาวัตถุดิบที่สูงขึ้น เมื่อสินค้ามีราคาแพงขึ้น ยอดขายก็จะลดลง ในขณะเดียวกัน ต้นทุนการผลิตก็จะสูงขึ้นด้วย ส่งผลให้เจ้าของธุรกิจบางรายอาจตัดสินใจชะลอการผลิต ลดการลงทุนและการจ้างงาน ทำให้คนตกงานมากขึ้น ความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจในประเทศลดลง เนื่องจากราคาสินค้าส่งออก
ของเราจะสูงขึ้นเมื่อเทียบกับราคาสินค้าออกของประเทศอื่น ๆ

สร้างคุณค่าเพิ่มให้ศักยภาพการทำงาน

ไม่ใช่เรื่องใหม่ของสังคมไทย แต่วิกฤติโควิด-19 บังคับให้การเปลี่ยนผ่านสู่โลกดิจิทัลเป็นไปอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น การฝึกฝนทักษะใหม่หรือเพิ่มพูนทักษะเดิมเพื่อให้เหมาะกับตำแหน่งงานว่างในอุตสาหกรรมยุคใหม่จึงมีความสำคัญ เพราะการว่างงาน เป็นสิ่งที่ตอกย้ำว่าคุณมีความรู้ความสามารถเพียงด้านเดียว ไม่สามารถทำงานในหน้าที่อื่นได้ การฝึกฝนทักษะด้านต่าง ๆ จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางให้ตัวเอง มีอาชีพที่หลากหลาย

ภาครัฐเองก็ต้องมีนโนบายสนับสนุน ให้ประชาชนเกิดการเรียนรู้ทักษาด้านต่าง ๆ เพิ่มเติม สนุบสนุนเพิ่มการจ้างงานจริงและสร้างรายได้ให้กับผู้ว่างงานได้ในระยะกลางและระยะยาว การเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงานเดิม เป้นการทำงานสิ่งใหม่ในสิ่งที่ต้นเองไม่เคยทำมาก่อน อาจไม่เห็นผลมากนักในระยะสั้น แต่เป็นการสร้างความเข้มแข็งให้แรงงานเพื่อพร้อมรับภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้

และการฝึกเรียนรู้ และพัฒนาทักษะสร้าคุณภาพในการทำงานของตัวเอง บางทีคุณเองอาจเป็นคนที่ไม่ถูกเลือกในการเลิกจ้างงานก็เป็นได้ เพราะความสามารถที่สามารถทำงานได้หลายหน้าที่ในคนเดียว ก็ยังเป็นที่ต้องการมากในหลายองค์กร

“อาชีพใหม่” ตัวเลือกของคนว่างงาน

ถ้ามีเงินเก็บเพียงพอ ควรมองหาอาชีพใหม่รองรับ เพื่อเป็นแหล่งรายได้สำรอง เช่น ขายของออนไลน์ ข้อดีคือ ไม่ต้องใช้เงินลงทุนที่สูงมากนัก ไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้าน ข้อเสียคือ ร้านค้าไม่เป็นที่รู้จัก และขาดความน่าเชื่อถือ ทำธุรกิจแฟรนไชส์ ข้อดีคือ แฟรนไชส์ส่วนใหญ่ที่นำมาขายประสบความสำเร็จมาแล้ว มีแบรนด์เป็นที่รู้จัก และมักมีธนาคารให้การสนับสนุนด้านเงินทุนด้วย แต่ธุรกิจนี้ก็มีข้อเสียคือ ใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูง และต้องเสียส่วนแบ่งจากยอดขาย

ถ้าประเทศไทยไม่มีระบบพัฒนาโครงสร้างแรงงานที่ดี และแรงงานไทยเองก็ไม่ลุกขึ้นพัฒนาศักยภาพตัวเอง ย่อมทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศถดถอยลงเช่นกัน ในสถานการณ์แบบนี้ที่ไม่มีอะไรแน่นอน เราไม่ควรที่จะอยู่นิ่ง แต่ควรเตรียมรับมือให้พร้อมก่อนจะโดนเลย์ออฟ เพื่อให้เรามีทางเลือกและรับมือได้ทัน ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะโดนเลิกจ้าง หรือเกษียณก่อนกำหนดก็ตาม