ขอรูปปั้นให้ “คล็อปป์”

ผมเห็นภาพ เยอร์เก้นน์ คล็อปป์ ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล นั่งกอดถ้วยเอฟ.เอ.คัพ 2022 หลังพาทีมคว้าแชมป์มาหมาด ๆ อย่างมีความสุขแล้ว อดยิ้มตามไปด้วยไม่ได้

กุนซือเยอรมันซาบซึ้งและประทับใจกับถ้วยน็อกเอาท์อันเก่าแก่ของอังกฤษ ดูเหมือน คล็อปป์ จะละลายความเป็นต่างชาติไปเรียบร้อยแล้ว ก่อนหน้านี้เขาไม่ค่อยสนใจใยดี และไม่เคยพาทีมไปได้ไกลนักกับถ้วยใบนี้ แต่จู่ ๆ พอเข้ารอบลึกแล้วโชคชะตาก็พาให้เป็นแชมป์เลยทันที อาจเป็นเพราะว่าเขาเริ่มมั่นใจกับขุมกำลังและทัพนักเตะที่ดูจะใหญ่โตขึ้นในซีซันนี้ จึงกล้าให้ลูกทีมเน้นทุกนัด จัดทุกถ้วย

คล็อปป์ ได้กลายเป็นผู้จัดการทีม “หงส์แดง” ผู้สร้างประวัติศาสตร์คว้าชัยในทุกโทรฟี่ที่มีอยู่ในบรรณพิภพลูกหนังอังกฤษ ตั้งแต่พรีเมียร์ลีก 2020, เอฟ.เอ.คัพ 2022 และลีกคัพ 2022 ชนิดที่ไม่มีกุนซือของ ลิเวอร์พูล รายใดเคยทำได้

ปรมาจารย์อย่าง บิล แชงค์ลี่ย์ ยังขาดถ้วยลีกคัพไป, บ๊อบ เพสลี่ย์ ขาด เอฟ.เอ.คัพ, โจ เฟแกน ก็ไม่ได้ ถ้วยเอฟ.เอ. เหมือนกัน

หนำซ้ำกุนซือชาวเยอรมันยังพาทีมคว้าแชมป์สโมสรโลก 2019 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ “หงส์แดง” มาแล้วด้วย!!!

ความสำเร็จของ ลิเวอร์พูล ชุดนี้ผมมองว่าฝีมือผู้จัดการทีมเป็นส่วนใหญ่ครับ ถ้าเทียบตัวผู้เล่นเป็นรายคนไปนั้น เป็นรองสโมสรใหญ่อื่น ๆ เห็น ๆ ทั้งทีมมีดาราเกรดเอเพียงแค่ เฟอร์กิล ฟานไดค์ กับโมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ที่เหลืออย่างมาติป, โรเบิร์ตสัน ตอนย้ายมายังไม่มีใครรู้จัก มาเน่, โชต้า ก่อนหน้านี้แค่ระดับพระรอง แต่ทีมสามารถยกระดับฝีเท้าและมูลค่าของพวกเขาขึ้นมาได้อย่างไร

คงต้องแบ่งคำชมให้ทีมงานของเขาด้วยกระมัง ด้วยแนวความคิดและการทำทีมยุคใหม่ ซึ่งไม่ได้พึ่งพาซูเปอร์สตาร์ แต่อาศัยข้อมูล ทีมเวิร์ก แนวคิดใหม่ ๆ และการทำงานเป็นทีม

คล็อปป์ พูดเสมอว่า เขาไม่ได้ต้องการเป็นทีมที่ดีที่สุด แต่ต้องการโค่นทีมที่ดีที่สุดให้ได้ เป็นหลักความคิดที่ท้าทาย เขาเน้นเป็นพิเศษเช่นเดียวกันว่า นักเตะในทีมนั้นจะต้องเล่น “เกเก้นเพรสซิ่ง” หรือการแย่งบอลคู่ต่อสู้กลับมาให้ได้เร็วที่สุด และดุดันที่สุดด้วย

โดยให้เหตุผลว่า ถ้ารอให้คู่ต่อสู้ครองบอลเล่นเกมรุกใส่ ยิ่งจะทำให้นักเตะของเขาเหนื่อยยิ่งขึ้นไปอีกในการเล่นเกมรับ การเล่นป้องกันในลักษณะไฮไลน์ก็เช่นเดียวกัน เพื่อลดภาระให้กองหลังของพวกเขานั่นเอง ยังไม่รวมการจัดหาโค้ชในลักษณะพิเศษต่าง ๆ เช่น การทุ่มบอล หรือพวกทีมงานเด็กแล็ปท็อปทั้งหลายของเขา ซึ่งเต็มไปด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ

ด้วยแนวคิดและปรัชญาแบบนี้ ทำให้ฟุตบอลของคล็อปป์ได้เปรียบคู่ต่อสู้และประสบความสำเร็จอย่างไม่น่าเชื่อในยุคนี้ นอกจากนั้นแล้วเขายังเป็นนักกระตุ้นชั้นดี ไม่ว่ากับนักเตะให้สู้ตายถวายหัวจนแสดงศักยภาพออกมาได้เกิน 100 หรือแม้กระทั่งกับแฟนบอล แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ผมเรียกร้องรูปปั้นที่สนามแอนฟิลด์ ให้กับผู้จัดการทีมรายนี้ได้อย่างไร

จนถึงเวลานี้ คล็อปป์ พา ลิเวอร์พูลคว้า 2 ถ้วยไปนอนกอดเรียบร้อยแล้ว ยังเหลืออีก 2 ยิ่งเวสต์แฮมมาช่วยกระตุกขาแมนฯ ซิตี้แบบนี้ รอดูซิว่าปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่?