ทำไม “เวลา” จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับ “ครอบครัว”

การมีเวลาให้กับ “ครอบครัว” ไม่เคยเป็นเรื่องง่ายมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว โดยเฉพาะในสังคมยุคใหม่ หลาย ๆ บ้านที่พ่อแม่ทำงานนอกบ้านด้วยกันทั้งคู่ ส่วนเด็ก ๆ ก็ต้องไปโรงเรียน ทุกคนล้วนมีหน้าที่และกิจกรรมส่วนตัวที่ต้องทำ การจัดสรรตารางเวลาของสมาชิกทุกคนในบ้านให้ได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างลงตัวจึงเป็นเรื่องยาก สิ่งที่น่ากังวลกว่าก็คือส่วนใหญ่แล้วคนไม่ค่อยตระหนักถึงความสำคัญในการให้เวลากับครอบครัว

ผลลัพธ์ที่ตามมาจากการที่พ่อแม่ไม่ค่อยมีเวลาให้กับลูก ๆ หรือสมาชิกในบ้านไม่ค่อยสนใจที่จะใช้เวลาร่วมกันก็คือ เด็ก ๆ จำนวนหนึ่งกลายเป็นเด็กมีปัญหา ความรู้สึกที่ขาดเวลาในการอยู่ร่วมกันส่งผลให้เด็กรู้สึกขาดความความรักความอบอุ่นจากคนในบ้าน ไม่ได้รับการอบรมสั่งสอนมากเท่าที่ควร บางส่วนต้องการเรียกร้องความสนใจจนเตลิดไปหาความรักความอบอุ่นจากนอกบ้าน ส่วนเด็กที่ยังรักดีก็รู้สึกทุกข์ทรมานกับสภาพที่เป็นอยู่ ใช้ชีวิตต่อไปด้วยความรู้สึกขาด ๆ การอยู่ด้วยกันภายใต้หลังคาเดียวกันแต่ไม่มีเวลาแม้แต่นั่งกินข้าวร่วมกัน เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจ

จริง ๆ แล้ว ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ใคร ๆ ก็ต้องการความรัก ความอบอุ่น การเอาใจใส่ แรงสนับสนุน และเวลา ซึ่งครอบครัวที่ดีและเข้มแข็งจะสามารถมอบสิ่งเหล่านี้ให้กับสมาชิกทุกคนอย่างสม่ำเสมอ สำหรับเด็ก เวลาที่พ่อแม่มีให้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยหล่อมหลอมให้พวกเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มันดีต่อใจ ดีต่อสุขภาพจิตของพวกเขา เพราะฉะนั้น มาเน้นย้ำกันอีกสักทีดีกว่าว่าทำไม “การใช้เวลากับครอบครัว” จึงเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็น

1. สร้างสายใยในครอบครัว

ความสัมพันธ์อันดีในครอบครัวไม่ได้เกิดขึ้นได้ในชั่วข้ามคืน แต่มันค่อย ๆ ถูกเติมเต็มจากความรัก ความอบอุ่น การดูแลเอาใจใส่ การเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วม การได้รับรู้เรื่องราวของกันและกัน และแรงสนับสนุนต่าง ๆ ทั้งหมดนี้ล้วนต้องใช้เวลา ดังนั้น ครอบครัวจึงควรมีเวลาให้แก่กันให้ได้มากที่สุดเพื่อสร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา กระทั่งกลายเป็นสายใยแห่งรักที่ทำให้สมาชิกทุกคนผูกพันกัน สายใยรักที่แข็งแกร่งจะสร้างครอบครัวที่มั่นคงและเข้มแข็ง และบ้านก็จะกลายเป็น safe zone และ comfort zone ที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน

2. ช่วงเวลาแห่งการอบรมสั่งสอน

สถาบันครอบครัวเป็นทั้งสถาบันแรกและสถาบันที่สำคัญที่สุดในการปลูกฝังและเป็นเบ้าหล่อหลอมเด็กคนหนึ่งออกสู่สังคมที่ใหญ่ขึ้น เด็กคนนี้จะเติบโตไปในทิศทางไหน ก็อยู่ที่ว่าครอบครัวอบรมสั่งสอนพวกเขามายังไง ยิ่งพ่อแม่มีเวลาให้พวกเขามากเท่าไร ก็มีโอกาสที่จะอบรมสั่งสอนสิ่งดี ๆ ชี้แนะให้รู้ผิดชอบชั่วดีมากขึ้นเท่านั้น เด็กที่มีพฤติกรรมไม่ดีหลายคนเติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่พ่อแม่ไม่มีเวลาอบรมสั่งสอน แค่ให้เงินก็จบ ปล่อยให้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ตามมีตามเกิด ถ้าเด็กทำผิดมาก็เข้าข้างและให้ท้ายเป็นประจำ จนเด็กไม่มีความละอายใจต่อเรื่องผิดบาปเหลืออยู่เลย

3. เสริมสร้างสุขภาพจิตที่ดี

เคยสังเกตหรือไม่ว่าผู้คนที่มีปัญหาสุขภาพจิต ส่วนใหญ่จุดเริ่มต้นมักมาจากในครอบครัว หากครอบครัวไม่ได้เป็นทั้ง safe zone และ comfort zone ใช้ชีวิตอยู่ด้วยแล้วรู้สึกเป็นพิษอยู่ตลอดเวลา ใครจะไปมีสุขภาพจิตที่ดีได้ ในทางกลับกัน หากบ้านเป็นที่ที่ให้ทั้งความรัก ความปลอดภัย ความอ่อนโยนต่อจิตใจ จะส่งผลให้สุขภาพจิตดีตาม การให้เวลาแก่บุตรหลานเป็นประจำ ทำให้พวกเขามีพื้นที่ในการแสดงออกถึงสิ่งที่อยู่ในใจพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดี ๆ หรือเรื่องที่รบกวนจิตใจ สร้างความสัมพันธ์ที่ดีและแน่นแฟ้นต่อกัน ช่วยส่งเสริมพลังบวกทางจิตใจให้กับทุกคน

4. ให้เวลา ให้ความรัก

การที่ทุกคนในบ้านมักจะหาเวลามาทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกันเสมอนั้น มันคือการแสดงออกถึงความรักอย่างหนึ่ง ความรู้สึกของเด็ก ๆ ที่ได้กินข้าว เล่นเกม ไปเที่ยว หรือพูดคุยปรึกษาปัญหากับพ่อแม่ ทำให้พวกเขารู้สึกว่าตนเองมีความสำคัญที่พ่อแม่ไม่ละเลย ยังคงเอาใจใส่พวกเขาอย่างสม่ำเสมอไม่มีขาดตกบกพร่อง เมื่อพวกเขามีความสุขในบ้าน ได้เป็นคนที่ได้รับความรักมากมายขนาดนี้แล้ว พวกเขาก็จะรู้สึกผูกพันกับบ้านไปโดยปริยาย ไม่ต้องไปแสวงหาความรักจากที่ใดอีก ทั้งนี้ทั้งนั้น พ่อแม่ต้องระวังการรักลูกแบบผิด ๆ ไม่เช่นนั้นอาจจะเข้าข่าย “พ่อแม่รังแกฉัน” ได้

5. สร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย

ความรู้สึกมั่นคงและปลอดภัย เป็นความต้องการอย่างหนึ่งของมนุษย์ ซึ่งเด็ก ๆ อาจต้องการมากเป็นพิเศษ เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันให้พวกเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี หรือสมาชิกในครอบครัวที่กำลังรู้สึกหวั่นไหวทางอารมณ์ ก็ต้องการความรู้สึกปลอดภัยจากครอบครัวมากเช่นกัน บ้านที่พ่อแม่มักหาเวลาอยู่กับลูก ๆ เป็นประจำ จะมีบรรยากาศของความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ยิ่งสมาชิกในบ้านไว้ใจกันมากเท่าใด ก็มีแนวโน้มที่พวกเขาจะแบ่งปันสิ่งที่อยู่ในใจกับสมาชิกคนอื่น ๆ มากเท่านั้น เมื่อพวกเขาสบายใจและรู้สึกปลอดภัย จึงเปิดใจที่จะเข้าหาเพื่อขอรับการปลอบโยน

6. ลดความเครียด

เราทุกคนต้องไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ล้วนมีช่วงเวลาที่ต้องทนทุกข์ทรมานกับความเครียด ซึ่งการใช้เวลาอยู่กับครอบครัวสามารถช่วยบรรเทาความเครียดนั้นได้ เพราะมีโอกาสได้พูดคุยเพื่อระบายสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจ รับคำติชม รับกำลังใจ และอาจมีการระดมความคิดเห็น เสนอตัวช่วย หรือแนะนำทางออกเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ครอบครัวที่ดี จะเป็นที่ที่อ่อนโยนและปลอดภัยสำหรับสมาชิกทุกคนให้ได้รับการปลอบประโลมใจ โดยที่ไม่จำเป็นต้องหันหน้าไปพึ่งคนนอกบ้านเวลาที่มีปัญหา การได้อยู่กับครอบครัวที่รักเป็นการคลายเครียดโดยธรรมชาติ