พื้นที่ตรงกลางที่ “กลับไม่ได้ไปไม่ถึงและโลกไม่จำ”

อะไรคือกลับไม่ได้ไปไม่ถึงและโลกไม่จำ (ไม่ใช่เพลงพี่เบิร์ดแน่นอนค่ะ) แต่เป็นการอธิบายถึงลักษณะทางจิตวิทยา ที่เรียกว่า The Serial Position Effect ซึ่งอธิบายถึงความทรงจำของคนเราที่มักจะจำได้เฉพาะเรื่องแรกและเรื่องสุดท้าย แต่ช่วงตรงกลางมักจะลืมกันหมด ยกตัวอย่างง่าย ๆ ถ้าคุณมีลิสต์ซื้อในซูเปอร์มาร์เก็ต คุณจะจำได้ว่าสิ่งแรกที่คุณจะซื้อคืออะไร กับสิ่งสุดท้าย แต่ตรงกลางคุณจะลืมหมด เลยต้องจดลิสต์เอาไว้กันลืม

ดังนั้นถ้าจะให้ความจำดีก็ต้องค่อย ๆ เก็บเนื้อหา ไม่เก็บแบบรวดเดียวจบ เพราะเรามักจะลืมเนื้อหาตรงกลางเสมอ และด้วยลักษณะความจำของคนส่วนใหญ่ที่มักจะมีความทรงจำในลักษณะ Serial Position Effect การเกิดของนักแสดง พิธีกร นักร้อง ส่วนใหญ่ต้องพยายามทำชื่อเสียงให้ผ่านจุดที่เรียกว่า “กลับไม่ได้ไปไม่ถึง” เป็นจุดที่ชื่อเสียงจะอยู่ระดับกลาง ๆ สามารถทำงานได้หลายอย่างแต่ไม่โดดเด่นสักอย่าง เวลาจะเรียกใช้งาน พอคนเอ่ยชื่อ ก็ต้องมีข้อความอธิบายต่อท้าย ต่างกับพวกที่สามารถทะลุผ่านเส้น “ตรงกลาง” ขึ้นไปอยู่แถวหน้าได้เวลาจะถูกเรียกใช้งาน ก็ไม่ต้องมีคำอธิบายต่อท้ายมาก

ในแวดวงบันเทิงและสื่อนั้นสำคัญมากค่ะ สำหรับคนที่ต้องการถูกสปอทไลท์ฉายจับ ส่วนตัวแล้วผู้เขียนเอง เห็นคนที่อยู่ในจุด “กลับไม่ได้ไปไม่ถึง” ในวงการมาพอสมควร คุณสมบัติเวลาทำงานสามารถทำได้หลายอย่างจริง ๆ แต่ไม่มีอะไรให้จดจำ ยิ่งถ้าต้องเอางานมาเปรียบเทียบกับพวกที่ผ่านจุด “ตรงกลาง” ไปยืนอยู่ข้างหน้าได้แล้วนั้น เราจะยิ่งเห็นความแตกต่างกันมากขึ้น

ปัญหาของคนที่อยู่ “ตรงกลาง” และไม่สามารถทะลุขึ้นไปยืนข้างหน้าได้นั้นคือตัวของพวกเขาเอง เพราะหลายคนที่พอเริ่มสร้างพื้นที่ให้ตนเองได้และขึ้นมาอยู่บนพื้นที่ “ตรงกลาง” มักจะคิดว่าตนเองทำได้แล้ว และหยุดพัฒนา บางคนแม้จะพยายามพัฒนาแต่ไม่มีเสน่ห์ในตนเอง (ใน Show Business สิ่งที่สำคัญพอกับพรสวรรค์คือ “เสน่ห์” (Charisma) เขาก็ไม่สามารถไปต่อได้ด้วยเพราะมันไม่มีอะไรโดดเด่น ยิ่งบางคนไปเลียนแบบคนอื่นเพื่อสร้างชื่อให้กับตนเอง ก็จะยิ่งไปกันใหญ่ เพราะการเป็นเงาของคนอื่นอย่างไรก็เป็นได้แค่เงา

มาถึงตรงนี้ อยากจะบอกคนที่อ่านอยู่ว่า เราเข้าใจว่าทุกคนอยากจะไปถึงจุดที่สูงที่สุด แต่คงต้องหันกลับมามองกันใหม่ว่าความพยายามที่ทำกันอยู่นั้นได้พิจารณาตัวเองกันอย่างถี่ถ้วนดีแล้วหรือยัง ถ้าอยากโดดเด่นต้องสร้างมาตรฐานที่มากกว่าเดิม ไม่ใช่ตีอกชกตัวแล้วบอกว่าทำเท่าไรก็ไม่ดังเปรี้ยงเสียที แต่กลับใช้วิธีเดิม ๆ ทำงานตามมาตรฐานเดิม ๆ บอกเลยยังไงก็ไม่ดัง เพราะจังหวะและโอกาสนั้นมันจะผ่านมาเพียงชั่ววูบ สำหรับคนที่อยู่เหนือกว่ามาตรฐานทั่วไปเท่านั้น

ผู้เขียนเองมีน้องสนิทคนนึง เขาไม่ค่อยคิดเรื่องการเดินทางให้พ้นจากพื้นที่ตรงกลางสักเท่าไร แต่เขาทำงาน แบบก้มหน้าก้มตาทำไป ค่อย ๆ พัฒนาขึ้นมาเรื่อย ๆ พัฒนาจนกลายเป็นคนที่เริ่มมีอะไร และวันหนึ่งเมื่อสายลมของจังหวะและโอกาสผ่านมาถึงมือ น้องคนนี้ก็พร้อมที่จะเดินออกจากพื้นที่ “ตรงกลาง” และกลายเป็นคนที่ไปยืนแถวหน้าได้อย่างสง่างาม เขาไม่ได้ใช้เวลาแค่ชั่วข้ามคืนหรือชั่วข้ามปี แต่ใช้เวลาหลายปีกว่าจะผ่านพ้นจากจุดเริ่มต้น พื้นที่ตรงกลาง และกลายเป็นบุคคลแถวหน้าได้

ไม่ว่าจะทำงานอะไร ประเภทไหน คุณต้องใช้ฝีมือ และแสดงฝีมือให้เหนือกว่ามาตรฐานที่เป็นอยู่ คุณถึงจะก้าวข้ามพ้นจากตำแหน่ง “ตรงกลาง” ที่ไม่มีใครจำและเมื่อโอกาสมาถึง คุณจะกลายเป็นคนที่อยู่แถวหน้า มีผู้คนจดจำชื่อ โดยไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบายตามหลังเลยทีเดียว

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ