เชื่อได้เลยว่าคนส่วนใหญ่รู้ว่าการอ่านหนังสือนั้นมีประโยชน์ ทั้งคลายเครียด ช่วยให้จิตใจสงบ แถมยังลดความเสี่ยงที่จะป่วยเป็นโรคสมองเสื่อมในวัยชราอีกต่างหาก ซึ่งก็รู้ทั้งรู้ แต่ถามว่าอ่านไหมก็ไม่อ่าน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม
การอ่าน ถือเป็นการเรียนรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด โดยที่เราสามารถหาความรู้ได้ง่าย ๆ เพียงแค่อ่านหนังสือ ซึ่งการอ่านหนังสือนั้นก็เป็นสิ่งที่ใคร ๆ ก็ทำได้ ไม่ใช่เรื่องยาก ขอเพียงแค่อ่านหนังสือออกเท่านั้น
การสร้าง “นิสัยรักการอ่าน” ให้ตัวเองนั้นอยู่ที่ใจล้วน ๆ ลองฝึกดู ไม่มีอะไรเกินความสามารถถ้าคิดที่จะทำจริงจัง สำหรับบทความนี้ Tonkit360 มีวิธีการสร้างนิสัยรักการอ่านด้วยตนเองมาฝาก ลองนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับตัวเองดู แล้วจะรู้ว่าการอ่านนั้นสนุกมากแค่ไหน
อย่าเริ่มต้นด้วยการอ่านอะไรยาว ๆ
ถ้าเราเป็นคนที่แทบไม่เคยแตะหรือเปิดหนังสืออ่านมาก่อน อย่าเพิ่งริเริ่มต้นอ่านหนังสือที่มีเนื้อหายาว ๆ ตั้งแต่แรก พอเปิดมาเจอตัวหนังสือเยอะ ๆ มีหวังวางแทบไม่ทัน ท้อแท้ เบื่อ ง่วง และเอียนจนล้มเลิกความตั้งใจไปก่อนแน่ การสร้างพฤติกรรมหรือนิสัยต้องอาศัยความสม่ำเสมอและทำซ้ำ ๆ อย่าหักโหมตั้งแต่ครั้งแรก ค่อย ๆ เปลี่ยนตัวเองไปเรื่อย ๆ จะดีกว่า วันแรกอาจจะอ่านได้แค่ 4-5 หน้า ก็ไม่เป็นไรพรุ่งนี้เอาใหม่ ขยับเป็น 6 หน้า วันต่อไปก็ 7 หน้า เพิ่มไปทีละหน้าสองหน้า พออยู่ตัว หรือเริ่มสนุกกับการอ่านแล้ว ค่อยเริ่มอ่านอะไรที่ยาวขึ้น
เสพดราม่าในอินเทอร์เน็ตแล้วหาความรู้ต่อยอด
ธรรมชาติของมนุษย์ ไม่มีอะไรน่าสนใจเท่ากับ “เรื่องของคนอื่น” อีกแล้ว ซึ่งความรู้มีอยู่ทุกที ไม่เว้นแม้แต่เรื่องดราม่าต่าง ๆ ในโลกออนไลน์ อยู่ที่ว่าเราจะหยิบจับประเด็นอะไรมาหาความรู้เพิ่มเติม เวลาที่มีประเด็นดราม่า ก็มักจะมีคนมาแสดงความเห็นเป็นผู้รู้มากมาย ข้อมูลมีทั้งข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น หรือข้อเท็จที่พยายามทำให้จริงก็มี ดังนั้น อย่าให้การเสพดราม่าจบที่ว่าเชื่อไม่เชื่อ หรือเถียงกันไปด้วยถ้อยคำหยาบคายกับคนเห็นต่าง ถ้าอยากรู้ว่าจริงไม่จริงก็แค่ไปหาอ่านเพิ่มเติมจากหลาย ๆ แหล่งข้อมูล เดี๋ยวข้อมูลก็แน่นเอง แล้วก็ได้ความรู้ด้วย
อ่านเรื่องที่สนใจ เรื่องบันเทิงใจช่วยได้มาก
ขึ้นชื่อว่าหนังสือ ไม่ว่าจะดูไร้สาระแค่ไหน ก็ใช่ว่าเราจะไม่สามารถหาความรู้จากมันได้เลย อยู่ที่ว่าเราจะมองให้มันมีสาระได้อย่างไรต่างหาก ตัวอย่างเช่น การ์ตูนสืบสวนสอบสวนเรื่องหนึ่งที่มีเด็กผู้ชายป.1 ใส่แว่น นอกจากความเป็นการ์ตูนเกินจริง แต่ความรู้วิทยาศาสตร์ในการ์ตูนเรื่องนี้ค่อนข้างแน่น ถ้าสนใจก็ไปหาศึกษาเพิ่มเติมได้เยอะทีเดียว ทำให้การอ่านเรื่องหนัก ๆ แบบวิทยาศาสตร์ดูน่าสนใจและสนุกขึ้นมาก หรือแม้แต่หนังสือวาบหวิว ก็อาจสงสัยว่ามีอุตสาหกรรมนี้ตั้งแต่เมื่อไร ทำไมต้องมี หรือวิธีการเลือกนักแสดงเอวี ทุกอย่างเป็นความรู้ได้หมดหากเราสนใจจะรู้
หาวิธีสร้างแรงจูงใจให้ “ต้องอ่าน!”
นี่คือวิธีของสายโหดที่หนักแน่นมากพอว่าควบคุมวินัยของตัวเองได้ เพราะบางคนสร้างแรงจูงใจซะดิบดี ยังไม่อาจควบคุมตัวเองได้ แต่บางคนสามารถตั้งใจอ่านได้ หากมีแรงจูงใจหรือเป้าหมายว่าจะอ่านหนังสือหนักขนาดนี้ไปเพื่ออะไร แรงจูงใจที่ว่านี้ไม่จำเป็นเลยว่าจะต้องมีสาระ แค่อ่านหนังสือนำเที่ยวเพื่อวางแผนจะไปเที่ยวก็สนุกแล้ว พอถึงช่วงสนุกก็ห้ามใจไม่อ่านต่อ วันรุ่งขึ้นจะได้รู้สึกว่ามีเรื่องตื่นเต้นรออยู่ ถึงเวลาเราจะพุ่งเข้าหาหนังสือไปอ่านต่อทันที หรือช่วงนี้กระแสอยากไปทำงานต่างประเทศกำลังมา จะหยิบหนังสือสอนภาษาที่ซื้อไว้จนปลวกกินขึ้นมาอ่านก็ได้
มีช่วงเวลาที่กำหนดไว้แน่นอนเพื่ออ่านหนังสือ
หากอยากสร้างนิสัยรักการอ่านจริงจัง ก็ต้องทำให้การอ่านหนังสือกลายเป็นกิจวัตรประจำวันไปเลย คือ อ่านทุกวัน! อ่านวันละบท วันละ 20-30 หน้า หรือวันละ 30-60 นาทีก็ได้เอาตามที่สะดวก ทางที่ดีควรเป็นเวลาที่ตั้งไว้โดยเฉพาะว่าเวลานี้เป็นเวลาอ่านหนังสือ เช่น หลังกินข้าวเย็น ก่อนอาบน้ำ ก่อนนอน เป็นต้น ระหว่างนั้นอย่าลืมกำจัดสิ่งรบกวนออกไปให้หมดด้วยเพื่อสมาธิในการอ่าน ทำแบบนี้ทุกวัน จะทำให้เราอ่านหนังสือได้นานขึ้น และกลายเป็นนิสัยที่ต้องอ่านหนังสือทุกวันโดยอัตโนมัติ เหมือนที่ต้องตื่นนอนมาอาบน้ำแปรงฟันนั่นเอง






























