ขับรถหน้าฝน ระวัง! Hydroplaning

จากข่าวอุบัติเหตุรถ BMW Z4 พุ่งข้ามเกาะกลางถนน เส้นทางสายสระบุรี-หล่มสัก จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนอื่นผมคงต้องขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียทั้งหมด และงดออกความเห็นประเด็นดราม่าที่โพสต์กันในโลกออนไลน์ทุกกรณีนะครับ

ประเด็นสำคัญที่ผมอยากจะให้ทุกท่านงดดราม่าต่อผู้สูญเสียทุกฝ่าย เพราะผมเชื่อว่ามันเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แม้หลายคนอาจพูดได้หลังเกิดเหตุไปแล้วในทำนอง ถ้าไม่ทำอย่างนั้น… ถ้าไม่ทำอย่างโน้น… ก็จะไม่เป็นอย่างนี้ ก็ตามที

สาเหตุของอุบัติเหตุ เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะต้องพิสูจน์กันต่อไป ว่ามีปัจจัยอื่นนอกเหนือจากความเร็วบนเส้นทางฝนตกเข้ามาด้วยหรือไม่ อาทิ อาการผิดปกติของคันเร่ง เบรก รวมถึงเรื่องของยาง เพราะมันก็มีโอกาสเป็นไปได้ทั้งสิ้น

เท่าที่ผมทราบมาจากเพื่อนที่ใช้เส้นทางท่ามกลางสายฝนในวันนั้นขับกลับออกมาเช่นกัน เขาบอกว่าไม่ใช่แค่ Z4 คันเดียวที่ขับเร็ว และแซงรถของเขาขึ้นหน้าไป (เพื่อนผมใช้ความเร็ว 60-70 กม./ชม.) รวมถึงเห็นรถกระบะ 1 คัน ประสบอุบัติเหตุจอดหงายท้อง ยังดีที่ไม่มีคู่กรณี

อย่างไรก็ดี ผมอยากจะนำประเด็นการขับรถบนเส้นทางที่ฝนตก หรือการขับผ่านจุดที่มีน้ำขังมาย้ำเตือนกันสักหน่อยครับ ว่าไม่ว่ารถจะมีระบบความปลอดภัยดีแค่ไหน ยางที่ใช้จะคุณภาพดีเพียงใด แต่รถทุกคันมีขีดจำกัด และไม่มีทางเอาชนะธรรมชาติได้แน่นอน

หนึ่งในสาเหตุที่มีการคาดการณ์ถึงอุบัติเหตุดังในครั้งนี้ก็คืออาการที่เรียกว่า “เหินน้ำ” หรือ Hydroplaning ผมเชื่อว่าใครที่เคยขับรถส่วนใหญ่น่าจะเคยเจออาการนี้กันมาบ้างนะครับ แต่จะมากจะน้อยขึ้นอยู่กับความเร็วที่ใช้ รวมถึงระดับน้ำที่ขับไปเจอ

เราทราบกันดีอยู่แล้วว่ายางรถยนต์รถบ้านทั่วไปจะมีดอกยางที่ทำหน้าที่รีดน้ำในการขับทางเปียกหรือฝนตก ซึ่งอาการเหินน้ำที่ว่านี้มันจะเกิดขึ้นได้ หากคุณใช้ความเร็วสูงเกินไป และวิ่งเข้าไปในช่องทางที่เป็นแอ่ง หรือมีระดับน้ำสูงกว่า 2.5 มิลลิเมตร

เมื่อรถวิ่งเข้าไปเจอน้ำในระดับที่ว่า แน่นอนมันเกินขีดจำกัดของดอกยางที่จะรีดน้ำออก ส่งผลให้ล้อลื่นไถลในรูปแบบที่ควบคุมทิศทางไม่ได้ หากเกิดไม่พร้อมกันทั้ง 4 ล้อ ก็อาจจะพอเอารถกลับมาได้ แต่หากลงไปทั้ง 4 ล้อ และยิ่งมาด้วยความเร็วสูง โอกาสสูญเสียมีสูงแน่นอน

เขาถึงมีป้ายเตือนว่า “ฝนตก ถนนลื่น โปรดลดความเร็ว” ซึ่งหากเลือกได้ควรเลือกขับในเลนที่มีน้ำขังน้อยที่สุด ทุกวันนี้ผมเห็นบางเส้นทางบนทางด่วนฝนตกแป๊บเดียวน้ำขังแล้ว บอกเลยอันตรายมาก ทว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือ “สติ” ครับ จับพวงมาลัยให้มั่น ค่อย ๆ แตะเบรก หากเกิดเหตุก็น่าจะผ่อนหนักให้เป็นเบาได้

ปัจจุบันมีรถยนต์มีระบบช่วยเหลืออาการลื่นไถลมากมาย แต่มันจะไร้ผลในทันทีหากใช้ความเร็วเกินขีดจำกัดของมัน สุดท้ายผมอยากจะย้ำว่า ไม่ว่ารถคุณจะมีเทคโนโลยีความปลอดภัยดีแค่ไหน ก็ไม่มีระบบไหนช่วยชีวิตคุณแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ได้ ฉะนั้นอย่าประมาทเป็นอันขาดเมื่ออยู่หลังพวงมาลัยครับ