Home Work & Living Living WFH แบบสบายใจ อุ่นอาหารในไมโครเวฟปลอดภัย 100%

WFH แบบสบายใจ อุ่นอาหารในไมโครเวฟปลอดภัย 100%

ในช่วงที่ต้อง Work from Home ไม่ได้ออกนอกบ้านไปไหนแบบนี้ นอกจากจะใช้บริการสั่งอาหารดิลิเวอรี่ผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ แล้ว การอุ่นอาหารต่าง ๆ ด้วยไมโครเวฟก็ดูเหมือนจะเป็นกิจวัตรประจำวันของใครหลายคน

แต่การใช้เตาไมโครเวฟอุ่นอาหารหรือใช้ปรุงอาหารบ่อย ๆ นั้น ก็อาจทำให้บางคนอดเป็นกังวลไม่ได้ว่าจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่ เรื่องนี้ Tonkit360 มีคำตอบมาฝากกัน

เข้าใจตรงกัน “คลื่นไมโครเวฟ” ไม่เป็นอันตราย

ก่อนอื่นต้องเข้าใจการทำงานของเตาไมโครเวฟก่อนว่า กระบวนการที่ทำให้อาหารร้อนนั้นเกิดจากคลื่นไมโครเวฟ ซึ่งเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเหมือนคลื่นวิทยุ คลื่นทีวี หรือคลื่นแสงอินฟราเรด

โดยคลื่นไมโครเวฟที่ใช้ปรุงอาหารจะมีความถี่คลื่น 2,450 ล้านรอบต่อวินาที หรือ 2,150 เมกะเฮิร์ตซ์ เมื่อคลื่นพุ่งไปกระทบอาหารจะเกิดการถ่ายทอดพลังงาน ทำให้โมเลกุลของน้ำทั้งในและนอกอาหารเกิดการสั่นสะเทือน และเสียดสีกันเป็นความร้อน จึงทำให้อาหารสุกอย่างรวดเร็ว และเมื่อคลื่นไมโครเวฟถ่ายทอดพลังงานให้โมเลกุลของน้ำไปหมดแล้วก็จะสลายตัวไป จึงไม่เป็นอันตรายใด ๆ ต่อผู้บริโภค

อาหารที่ผ่านการปรุงในไมโครเวฟไม่มีรังสีตกค้าง

ส่วนคนที่ห่วงว่าอาหารที่เรานำเข้าไมโครเวฟจะมีรังสีตกค้างในอาหารหรือไม่นั้น รศ.พญ.สุพัตรา แสงรุจิ ภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ยืนยันว่าไม่มีรังสีตกค้างหรือปะปนมาในอาหารแต่อย่างใด เพราะรังสีเป็นคลื่นพุ่งผ่านแล้วมอบพลังงานของมันให้กับสิ่งที่มันพุ่งผ่านไป เมื่อพลังงานของมันหมด ก็จะสลายตัวไป คงเหลือแต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากคลื่นวิ่งผ่านไป นั่นคือการทำให้เกิดความร้อนจนอาหารสุกนั่นเอง

สิ่งที่น่ากังวลมากกว่า คืออาหารที่นำมาอุ่นได้รับการเก็บรักษาอย่างถูกต้องหรือไม่ เช่น อาหารข้ามคืนที่ทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องนานเกิน 4 ชั่วโมง ไม่ควรนำไปเก็บในตู้เย็นเพื่อมาอุ่นใหม่ เพราะนอกจากคุณค่าโภชนาการทางอาหารจะลดลงแล้ว ก็ยังเสี่ยงต่อการท้องเสียหรืออาหารเป็นพิษด้วย

แต่หากเป็นอาการแช่แข็งซึ่งเป็นการแช่เย็นจัดนั้น เชื้อโรคจะถูกทำไม่ให้เจริญเติบโต นอกเสียจากเก็บหรือเคลื่อนย้ายไม่ถูกวิธี อุณหภูมิไม่ถูกต้อง ก็จะทำให้เชื้อโรคเจริญเติบโตขึ้นและเป็นอันตรายได้

แสงในเตาไมโครเวฟ มีอันตรายต่อดวงตาหรือไม่?

การจ้องมองแสงในขณะที่เตาไมโครเวฟกำลังทำงานอยู่นั้น ไม่เป็นอันตรายต่อดวงตาของเรา เนื่องจากคลื่นไมโครเวฟไม่สามารถจะทะลุทะลวงผ่านผนังตู้และฝาตู้ออกมาได้ เพราะมีแรงทะลุทะลวงต่ำกว่าอินฟราเรด  แสงธรรมดา รังสีอัลตราไวโอเล็ต รังสีเอ๊กซ์ และรังสีแกมมา

ที่สำคัญ แสงที่เรามองเห็นในเตาไมโครเวฟไม่ใช่แสงของคลื่นไมโครเวฟ แต่เป็นแสงของดวงไฟฟ้าที่ติดตั้งไว้ให้เห็นสิ่งที่อยู่ภายในตู้ขณะเครื่องทำงานเท่านั้น อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการป้องกันไม่ให้คลื่นออกมา แต่เพื่อความไม่ประมาท จึงไม่ควรอยู่ในระยะใกล้ชิดกับเตามากจนเกินไป

ปลอดภัยแน่! ถ้าใส่ใจภาชนะที่ใช้อุ่น-ปรุงอาหาร

แม้จะมั่นใจว่าคลื่นไมโครเวฟและแสงที่เราเห็นในระหว่างที่อุ่นอาหารในเตาไมโครเวฟไม่ได้มีอันตราย แต่ต้องไม่ละเลยเรื่องการเลือกภาชนะใส่อาหารให้เหมาะสมด้วยเช่นกัน โดยต้องใช้ภาชนะแก้วที่ทนไฟ กระเบื้อง เซรามิก หรือหากเป็นพลาสติกต้องสังเกตคำว่า Microwave Safe หรือ Microwaveable ซึ่งหมายความว่าสามารถใช้เข้าไมโครเวฟได้

อย่างไรก็ตาม หากเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงภาชนะที่ทำจากพลาสติก เนื่องจากมีงานวิจัยที่ทดลองใช้ภาชนะพลาสติกหลากชนิดจำนวน 455 ชิ้นกับไมโครเวฟ แล้วพบว่าผลิตภัณฑ์เกือบทุกชิ้นที่นำมาทดลองล้วนปล่อยสารเคมีอันตรายออกมา ซึ่งอาจมีความเกี่ยวข้องกับโรคเบาหวานและโรคมะเร็งได้

ส่วนภาชนะโลหะทุกชนิด หรือภาชนะกระเบื้องที่มีขอบเงินขอบทองเป็นส่วนผสมของโลหะ ห้ามใช้เด็ดขาด เพราะคลื่นไม่สามารถพุ่งผ่านไปได้ เมื่อชนกับโลหะจะทำให้คลื่นเกิดการสะท้อนกลับ ส่งผลให้เกิดการประกายไฟ เกิดเสียงดัง และอาจทำให้เกิดไฟลุกไหม้ในตู้ได้ หากในตู้นั้นมีน้ำมันกระเด็นอยู่รอบตู้

นอกจากนี้ การปรุงอาหารด้วยภาชนะที่มีฝาปิดในตัว ก็ควรจะเผยอฝาให้เปิดเล็กน้อย หรือเพียงวางฝาไว้เฉย ๆ ไม่ปิดแน่น เพื่อให้ไอน้ำสามารถพุ่งออกมาได้

ข้อมูล : คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล / พบแพทย์