โลกยุคสตรีมมิ่ง เพลงเดียวก็ปังได้

“บางทีคนใช้งานก็ไม่รู้ว่าตนเองได้เข้าสู่การใช้งานแบบสตรีมมิ่งไปแล้ว” เป็นประโยคที่สะดุดใจผู้เขียนไม่น้อยหลังจากได้พูดคุยกับเพื่อนในแวดวงดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง เพราะเอาเข้าจริงทุกวันนี้หลายคนก็เข้าสู่การดูหนัง ฟังเพลง โดยที่ไม่รู้ว่านั่นคือรูปแบบหนึ่งของสิ่งที่เรียกว่า “สตรีมมิ่ง” หรือการรับส่งไฟล์ภาพและเสียงผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เพราะแค่เปิดเฟซบุ๊กไลฟ์หรือคลิปในยูทูบ ก็เรียกว่าเป็นการรับชมในระบบสตรีมมิ่งแล้ว เพียงแต่ความคุ้นชินในปัจจุบันทำให้เราไม่ทันได้รู้ตัวว่ากำลังเดินเข้าสู่การรับชมและรับฟังในรูปแบบใหม่ และกลายเป็นหนึ่งในผู้คนที่ทำให้ตัวเลขของ First Screen หรือหน้าจอแรก เปลี่ยนจาก โทรทัศน์ มากลายเป็น โทรศัพท์แทน

ไม่เพียงแต่เป็นหน้าจอแรกเท่านั้น แต่ทุกวันนี้ความเร็วของอินเทอร์เน็ต ทำให้ระบบสตรีมมิ่งได้เปลี่ยนแปลงวงการเพลงไปด้วยเช่นกัน จากรายงานของ IFPI ถึงความเติบโตของอุตสาหกรรมเพลงทั่วโลกในปี 2020 ที่ผ่านมาซึ่งตัวเลขการเติบโตในอุตสาหกรรมดนตรีนั้นเพิ่มขึ้นถึง 7.4 เปอร์เซ็นต์ หรือสองหมื่นหนึ่งพันหกร้อยล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งนับว่ามากกว่าตัวเลขเมื่อปี 2019 ที่มีเม็ดเงินอยู่ในวงการที่ 20 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งการเติบโตของของวงการเพลงทั่วโลกนับว่าเป็นทิศทางที่ดีในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา หลังจากที่วงการเพลงต้องเผชิญกับขาลงมาเกือบสองทศวรรษ

ตัวช่วยสำคัญที่ทำให้วงการเพลงทั่วโลกฟื้นตัวส่วนหนึ่งมากจากพฤติกรรมผู้ฟังที่เปลี่ยนเข้าสู่การฟังในรูปแบบดิจิทัลและสตรีมมิ่งมากขึ้น การจ่ายค่าบริการรายเดือนเพื่อฟังเพลงผ่านแอปพลิเคชัน ส่งผลให้วงการเพลงเหมือนได้เติมน้ำมัน นับตั้งแต่ยุคทองของการฟังเพลงในรูปแบบซีดี ที่ปัจจุบันกลายเป็นอดีต รวมไปถึงการเข้ามาของไฟล์ MP3 ที่ทำให้เพลงต้นฉบับแทบกระอักเลือด เพราะเป็นการฟังเพลงแบบไม่ยอมเสียเงิน ความตกต่ำดังกล่าวทำให้เม็ดเงินในวงการเพลงทั่วโลกลดลงเกือบ หกสิบเปอร์เซ็นต์

จนกระทั่งโลกได้เข้าสู่การฟังเพลงในรูปแบบสตรีมมิ่ง ผ่านแอปพลิเคชันที่มีให้เลือกด้วยกันหลายเจ้า การฟังเพลงผ่านระบบสตรีมมิ่งได้กลายเป็นน้ำหล่อเลี้ยงสำคัญให้กับวงการเพลงอีกครั้ง และทำให้เพลงฮิตในปัจจุบันไม่ได้วัดกันที่ยอดขายแล้วว่าได้กี่ล้านแผ่น แต่เราวัดกันที่ยอดดาวน์โหลดผ่านทางแอปพลิเคชันฟังเพลง ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้คนในวงการดนตรีทำงานกันได้หลากหลายมากขึ้น โดยที่ค่ายเพลงไม่เข้ามามีอิทธิพลมากเหมือนในอดีต

ปัจจุบันตัวเลขผู้ใช้งานทั่วโลกที่ฟังเพลงในรูปแบบ สตรีมมิ่งมีมากถึง 443 ล้านราย โดยเป็นการฟังเพลงผ่านแอปพลิเคชันที่เสียค่าบริการรายเดือน ที่เหลือจะเป็นการรับชมมิวสิควิดีโอผ่านบนแพลตฟอร์มออนไลน์ จนทำให้ยุคนี้เราจะไม่เห็นคำว่า ล้านตลับ ล้านแผ่นกันแล้ว แต่จะคุ้นตากับตัวเลขโปรโมทเพลงที่ใช้คำว่า ยอดวิว ยอดดาวน์โหลดเป็นค่าวัดความสำเร็จกันแทน และนับว่าเป็นการกลับมาสู่ยุคทองของวงการดนตรีอีกครั้ง

เหนืออื่นใดผู้บริโภคมีโอกาสเลือกได้มากขึ้น ไม่จำเป็นต้องถูกบังคับให้ซื้อทั้งอัลบั้ม เพื่อฟังแค่เพลงเดียวที่ชอบ และเท่าที่เห็นในปัจจุบัน มีศิลปินหลายรายที่แจ้งเกิดจากบทเพลงเพียงแค่เพลงเดียวไม่น้อย ซึ่งระบบแบบนี้ก็ให้นึกถึงคำพูดของนักวิจารณ์เพลงในอดีตที่มักจะใช้คำว่า “One Hit Wonders” กับศิลปินที่กลายเป็นที่รู้จักจากผลงานเพลงเพียงแค่เพลงเดียวแล้วก็ต้องหากินกับเพลงนั้นไปตลอดชีวิต เหมือนจะดีใช่ไหมคะ แต่เชื่อหรือไม่ว่าความสำเร็จในรูปแบบดังกล่าวสร้างความกดดันให้กับศิลปิน เพราะผลงานชิ้นต่อ ๆ ไปของพวกเขาจะถูกนำมาเปรียบเทียบกับความสำเร็จในอดีตทุกครั้งไป

ทั้งหมดคือความเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมดนตรีในยุคดิจิทัลค่ะ ต่อจากนี้เราคงได้เห็นศิลปินมากหน้าหลายตามากขึ้น เพลงฮิตที่ติดชาร์จ คงไม่ใช่ชาร์จบิลบอร์ด แต่เป็นเพลงฮิตจากยอดดาวน์โหลดบนแอปพลิเคชันฟังเพลง คำว่าอัลบั้มคงหายไป แต่กลายเป็นซิงเกิ้ลเข้ามาแทนที่ ความสำเร็จแบบแมส (หรือตลาดในวงกว้าง) ต้องวัดจากยอดวิวในยูทูบ และในฐานะคนฟังเพลงคนหนึ่ง ยินดีที่วงการเพลงกลับมาคึกคักและได้เห็นศิลปินมีกำลังใจในการผลิตงานมากขึ้น และทำให้เห็นว่า “โลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงนั้นได้ปรับให้ผู้คนคุ้นชินกับยุคสมัยโดยที่พวกเขาเองก็แทบจะไม่รู้ตัว”

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ