How to be Thirty คุณพร้อมหรือยังที่จะอายุ 30 ปี!

วงการบันเทิงเกาหลีช่วงนี้มีแต่เรื่องเครียดและหนักหนาสาหัสมาก มีซีรีส์ที่ถูกเลื่อนฉาย เพราะนักแสดงดันมีข่าวฉาวจากปัญหาการใช้ความรุนแรงในโรงเรียน และล่าสุด ซีรีส์ที่กำลังออนแอร์เรื่องหนึ่งแถมเรตติ้งสูง ก็ปลดพระเอกกลางอากาศจากข่าวฉาวปัญหาเดียวกัน จนต้องหานักแสดงคนใหม่มารับบทแทนและต้องถ่ายทำตอนที่ยังไม่ได้ออนใหม่ทั้งหมด ทั้งที่ถ่ายทำกับพระเอกคนเก่าไปเกือบจะจบทั้งเรื่องแล้ว คงเป็นเรื่องวุ่นวายน่าดู

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงซีรีส์ ตั้งแต่ซีรีส์ลอตปลายปีจบไปเมื่อช่วงต้นปี ซีรีส์ลอตใหม่มีแต่ซีรีส์ที่ต้องกำกระปุกยาพาราไว้ด้วย หนัก เครียด ปสด. ขั้นสุด กว่าจะหาเรื่องเบา ๆ สบาย ๆ ดูได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แถมเรื่องนี้ยังเป็นซีรีส์ที่ไม่ค่อยอยากจะเข้าใกล้เท่าไร ไม่ใช่ว่าไม่ดี แต่ชื่อเรื่องกับโครงเรื่องมันใกล้เคียงชีวิตจริงเกินไป เกินจนแบบว่ากลัวดูชีวิตตัวเองในจอ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจดูเพราะมันไม่มีเรื่องไหนเบาสมองอีกแล้ว ที่สำคัญ เพราะผู้! ชาย! เขาคือ “คังมินฮยอก” เมมเบอร์มือกลองวง CNBLUE ที่กลับมาคัมแบ็กผลงานซีรีส์อีกครั้ง เขาน่ารักมากเลยแหละ กรี๊ด!!!

How to be Thirty เป็นซีรีส์ที่เล่าเรื่องราวของเพื่อนแก๊งชะนี 3 คน ที่อายุเพิ่งเข้าเลข 3 นางเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เรียนมัธยม ชะนีนางแรก เป็นคู่หลักของเรื่อง นางคือนักวาดการ์ตูนลงเว็บตูนที่มีชื่อเสียง ผลงานการ์ตูนสยองขวัญที่เพิ่งปิดไปกำลังจะถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ และก็มีผลงานเรื่องใหม่จ่อเข้ามาทันที แต่บางทีเจ้ากรรมนายเวรก็มาในรูปแบบของ “รักแรก” รักแรกเมื่อ 15 ปีที่แล้วของนางโผล่มาเจอกันใหม่ในฐานะเพื่อนร่วมงาน และเขานี่แหละ ที่เป็นคนหยิบการ์ตูนที่เป็นเรื่องราววัยรุ่นเมื่อ 15 ปีที่แล้วของพวกเขา มาเป็นโปรเจกต์การ์ตูนเรื่องใหม่ของนาง

ชะนีนางที่สอง คือคู่รอง ที่ดันไปพัวพันกับเด็กที่มีอายุห่างกันถึง 6 ปีเพราะความเมา นางเป็นผู้ประกาศข่าวที่มีความมั่นใจในตัวเองสูงมาก มีบุคลิกและใช้ชีวิตแบบแบด ๆ มาโดยตลอด พูดจาโผงผางเกินไปหน่อยจนเพื่อนยังงงว่าแอ๊บได้ดีเกินไปไหมเวลาทำงาน เพราะการพูดจาแบบนี้ไม่น่าเป็นผู้ประกาศข่าวได้ แต่ไม่ใช่เลย นางในวัย 30 สามารถไต่เต้าขึ้นมาได้ไกลขนาดนี้ถือว่าไวมาก ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย

ส่วนชะนีนางสุดท้าย ดูทรงจะขยาดกับความรักจนขอแก่ตายบนคาน นางออกจะบ้างานอยู่หน่อย ๆ เจ้าตัวเป็นเจ้าของร้านอาหารที่ไม่กลัวอะไรนอกจากล้มป่วย กลัวว่าการเจ็บป่วยจะทำให้ลุกขึ้นมาทำงานไม่ได้ ถึงขั้นกินอาหารเสริมเข้าไปตั้งวันละ 23 เม็ด! เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงไร้โรคภัยเบียดเบียน สามารถทำงานได้ทุกวี่วัน ด้วยนางมุ่งมั่นตั้งใจจะหันหลังให้ความรักอย่างถาวร หลังจากที่ถูกคนรักที่คบกันมานาน 9 ปีหักหลัง แต่มันยังไงกัน เขากลับมาขอคืนดีล่ะ

นั่นหมายความว่าเพื่อนรัก 3 คนมีปัญหาเดียวกัน คือเรื่อง “ความรัก” ทั้งหมดยังคงโสดแล้วนั่งดื่มกันเอง ตัดพ้อชีวิตตัวเอง ว่าในที่นี้ไม่มีใครเลยที่โชคดีไม่เคยเจอคนเฮงซวย (เอามาจากซีรีส์น้าาา) มีทั้งนักสะสมผู้ชายชั่ว นักสะสมผู้ชายสารเลว และขยะ (ด่าเพื่อนแบดเกิร์ลของตัวเอง) ทั้ง 3 เอือมกับผู้ชายเต็มทน แต่ก็มีบททดสอบเข้ามาทักทายเสมอว่าพวกนางเข้มแข็งได้แล้วจริง ๆ หรือแค่พยายามจะเก็บซ่อนความขมขื่นเอาไว้

อายุที่มากขึ้น = ความเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่คุ้นเคย

ก็ใช่น่ะสิ เราเติบโต (แก่) ขึ้นทุกวัน อายุที่เพิ่มขึ้นในแต่ละวินาที ก็เท่ากับเราได้ชีวิตที่เราไม่คุ้นเคยมากขึ้นเรื่อย ๆ ออกจะเป็นความรู้สึกที่แปลกกับเรื่องรอบตัว ไม่คุ้นเคยกับอะไรสักอย่าง ด้วยเราต่างก็ไม่รู้เหมือน ๆ กันว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น อีกหนึ่งนาทีข้างหน้าอาจมีเจ้านกจอมเซ่อซ่าบินมาชนหน้าต่างขณะเรากำลังมองออกไปนอกหน้าต่างอยู่ อาจมีคนโทรผิดเข้ามาตอนเรากำลังอยู่ในห้องน้ำ อนาคตแค่ชั่วเสี้ยววินาทีเรายังไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น แล้วจะคาดหวังอะไรกับอนาคตอีกหลายปีต่อจากนี้ที่ไม่แน่นอนเหมือนกัน

แต่…ทุกอย่างก็ถูกสั่นคลอนด้วยอายุ อายุ 30 ปี!

พอคนเราโตขึ้น เราจะเห็นคุณค่าของหลายสิ่งหลายอย่างที่เมื่อก่อนไม่เคยเห็น เราก็จะพยายามจะทำให้ทุกอย่างมันดีขึ้นตลอดเวลา ซึ่งนั่นถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็ขอให้เอาประสบการณ์ที่ผ่านมามาเป็นครู เลิกใช้ชีวิตที่ผูกติดอยู่กับอดีตจนไม่นำพาตัวเองไปไหน และอย่ายึดติดกับอนาคตที่ก็ไม่รู้จะไปทางไหนเหมือนกัน ฉะนั้น ปัจจุบันนี่แหละคุ้นเคยที่สุด เราจึงต้องเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ประหลาด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นตลอดเวลา อย่าได้รู้สึกสับสนอีกเลย

ชีวิตที่แท้จริง คือ การแอบซ่อนความขมขื่นไว้ในใจ

เป็นความจริงที่ถึงแม้ว่าจะค่อนข้างโหดร้ายไปสักนิด แต่โตแล้ว ต้องจัดการตัวเองได้ โดยเฉพาะในวัยเลข 3 ต่างคนต่างเผชิญกับเรื่องราวต่าง ๆ ที่ไม่พึงประสงค์ในชีวิต แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อเราหนีมันไม่ได้ และในเมื่อมันเกิดไปแล้ว หน้าที่ของเราก็คือ พยายามซ่อนความขมขื่นในเอาไว้ให้ลึกที่สุด เก็บให้มิดที่สุด และรู้สึกให้น้อยที่สุด ไม่มีประโยชน์ที่จะมานั่งฟูมฟาย มันไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไรทั้งนั้น

ในซีรีส์ จะพบว่าชะนี 3 นางนี้เป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก ต่างคนต่างรู้เรื่องของกันและกัน แชร์ความทุกข์ความสุขกันมาโดยตลอด แต่มันก็จะมีบางเรื่องที่ต่อให้สนิทแค่ไหน เราก็เลือกที่จะเก็บมันไว้คนเดียว ไม่แม้แต่จะระบายให้เพื่อนสนิทฟัง อาจเป็นความลับสมัยเรียน ไปรู้เรื่องอะไรมาที่ไม่ยอมบอกเพื่อน เราต่างก็อ้างเหตุผลขึ้นมาสารพัด แต่เหตุผลจริง ๆ ที่หลายคนอาจไม่ยอมรับว่าเป็นเหตุผลก็คือ อยากให้เพื่อน ๆ รู้ว่าฉันโตแล้ว ฉันจัดการตัวเองได้

ขึ้นชื่อว่ามนุษย์เพื่อนอะเนอะ จริง ๆ พวกนางก็รู้อยู่แล้วล่ะว่าเรากำลังเก็บอะไรไว้ในใจเงียบ ๆ เป็นเพื่อนกันดูออกอยู่แล้วว่าเพื่อนเรากำลังมีปัญหา ประมาณว่ารู้แต่ไม่พูด ที่เขาไม่พูดก็ไม่ใช่ว่าเขาไม่เป็นห่วง แต่เพราะว่าเขาเชื่อใจและมั่นใจในวัยวุฒิและคุณวุฒิของเรามากกว่าว่าเราจะจัดการมันได้ ถ้าอยากให้รู้ เราจะเป็นคนพูดเอง อะไรทำนองนั้น

สังขารไม่เที่ยง แก่แล้วต้องรับมือ

คำว่าแก่ พูดเบา ๆ ก็เจ็บ ประเด็นนี้เหมือนตั้งใจใส่มาขายขำมากกว่า แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องตลกร้ายของคนวัย 30 (และเข้าใกล้ 30) ไม่น้อยเลย หากคุณอายุมากขึ้น สิ่งที่จะพบเป็นปกติและคุณต้องเตรียมรับมือก็คือ การที่สภาพร่างกายไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว อย่าเพิ่งเถียงว่าไม่เห็นจะเป็นอะไรแข็งแรงดี แต่คุณโกหกตัวเองไม่ได้หรอก มันก็ค่อย ๆ เสื่อมสภาพลงทีละน้อยตามอายุการใช้งาน ตามวัย จะไปห้ามอะไรได้ ทำได้เพียงชะลอเท่านั้นแหละ

บางคนทำงานหนักใช้ร่างกายเปลืองมาแต่ไหนแต่ไร แน่นอนว่าเขาไม่ค่อยได้ห่วงหรือสนใจสุขภาพของตนเองเท่าที่ควร ว่าใช้ชีวิตแบบนี้อาจใหลตายก่อนแก่แน่นอน ผลลัพธ์ที่ได้ในอีกไม่กี่ปีต่อมากลับทรมานมาก คุณจะเริ่มทนกับปัญหาสุขภาพเรื้อรังไม่ไหว มันรุมเร้าจนมีปัญหาในชีวิตประจำวัน จะเริ่มมาตระหนักได้ว่าต้องสนใจสังขารตัวเองได้แล้ว ก็ต่อเมื่อมันแสดงออกชัดเจนขนาดนี้

ฉะนั้น จงรับฟังเพื่อนที่มาบ่นปัญหาสุขภาพให้ฟัง ปวดหลัง ปวดเข่า ปวดแขน ปวดฟัน คอเคล็ด นิ้วล็อก หลง ๆ ลืม ๆ หรือแม้แต่เริ่มที่จะเดินบนส้นสูงไม่ไหว (ฮ่า ๆ สะท้อนชีวิตน่าสมเพชของคนวัย 30+ ได้ดีจริง ๆ) จากนั้นก็เตือน (กันไปมา) ให้พวกเขา (พวกมัน) ใช้ร่างกายกันถนอม ๆ หน่อย ชีวิตไม่ได้จะตายพรุ่งนี้ อย่าเหลือร่างพัง ๆ ไว้ใช้งานตอนแก่หง่อมจริง ๆ มันจะลำบากเอา

ตอนที่นั่งพิมพ์อยู่ในเวลานี้ บอกเลยว่าซีรีส์เรื่องนี้ทำให้ตระหนักถึงเรื่องต่าง ๆ อยู่ไม่น้อย ในวัย 30 (เราแค่ใกล้ ๆ ยังไม่ถึง) เราผ่านอะไรกันมามากมาย คงมีเรื่องที่อยากจะชื่นชม อยากจะขอโทษ อยากจะขอบคุณ หรืออยากด่าก็ตามแต่ ในช่วงเวลาต่อจากนี้ จาก 30 ไปถึง 40 ขอให้พยายามใช้ชีวิตให้ดี ๆ และรักตัวเองให้มาก ๆ ไม่มีใครจะอยู่กับเราไปตลอดชีวิตนอกจากตัวเราเอง 😅