การกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของ “ราชาคอร์ตดิน” ที่ชื่อ “ราฟาเอล นาดาล”

ภาพจาก Twitter : @RafaelNadal

หลังจากเมื่อปีที่แล้ว ราฟาเอล นาดาล  มีอาการเจ็บข้อมือจนต้องถอนตัวก่อนลงแข่งรอบ 3 ในเทนนิส “เฟร้นช์ โอเพ่น” แกรนด์สแลมที่เขาถนัดมากที่สุด ในปีนี้ เจ้าของฉายา “ราชาคอร์ตดิน” กลับมาทวงคืนความยิ่งใหญ่ที่โรล็องด์ การ์โรส ได้อีกครั้ง ด้วยการทะลุเข้าชิงชนะเลิศ และคว้าแชมป์มาครองเป็นสมัยที่ 10 มากกว่านักหวดคนใดในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา

อีกทั้งยังเป็นแชมป์เฟร้นช์ โอเพ่น ที่ไม่เสียเซตให้กับคู่แข่งเลย ตั้งแต่รอบแรกจนถึงรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 3 ที่เขาทำได้ต่อจากปี 2008 และ 2010 โดย 7 แมตช์ที่ลงแข่งขันในโรล็องด์ การ์โรสปีนี้ เขาใช้เวลาเฉลี่ยในการเอาชนะคู่แข่งแต่ละคน เพียง 1 ชั่วโมง 44 นาที เท่านั้น!

“ความรู้สึกของผมที่มีต่อการแข่งขันที่นี่ มันอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้  เพราะสำหรับผมแล้ว ความตื่นเต้น และอะดรีนาลีนที่หลั่งออกมาเมื่อได้ลงเล่นที่สนามแห่งนี้ เทียบกับความรู้สึกอื่นๆ ไม่ได้จริงๆ ‘เฟร้นช์ โอเพ่น’ คือรายการที่สำคัญมากที่สุดในชีวิตนักหวดของผม”

แชมป์ดังกล่าว นับเป็นแกรนด์สแลมที่ 15 ของนาดาล และทำให้เขาแซงหน้า พีท แซมพราส ตำนานนักหวดอเมริกันขึ้นมาอยู่อันดับ 2 นักหวดที่ได้แชมป์แกรนด์สแลมมากที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยเป็นรอง  โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ อดีตมือ 1 โลกจากสวิตเซอร์แลนด์ ที่คว้าแชมป์แกรนด์สแลมมากที่สุดที่ 18 ครั้ง เพียงคนเดียว

ความสำเร็จในครั้งนี้ ถือเป็นการเตือนคู่แข่งร่วมอาชีพอยู่กลายๆ ว่า เขาพร้อมจะกลับมาทวงบัลลังก์มือ 1 ของโลกอีกครั้ง  หลังจากที่ผ่านมา มีอาการบาดเจ็บเป็นอุปสรรคให้กราฟตกเป็นครั้งคราว ไม่ว่าจะเป็นอาการเจ็บเท้าในปี 2004, เจ็บเข่าและหลัง ปี 2006, เจ็บแขน ปี 2007, เจ็บเข่า ปี 2008 และ ปี 2009 , เจ็บกล้ามเนื้อต้นขา ปี 2011, เจ็บเข่า ปี 2012, เจ็บข้อมือ ปี 2014 และ 2016 ก่อนจะกลับมาฟิตสมบูรณ์แบบเต็มสูบอีกครั้งในปี 2017

แม้ว่าอาการเจ็บในปี 2012 ซึ่งถือเป็นปีที่เจ็บหนักสุดจนต้องพักยาวถึง 7  เดือน นาดาลจะถูกตั้งข้อสงสัยมาตลอดว่าไม่ได้มีอาการเจ็บจริง แต่เป็นการแสร้งเจ็บ เพื่อเลี่ยงการตรวจโด๊ปหรือตรวจหาสารต้องห้ามมากกว่า แต่เจ้าตัวยืนยันหนักแน่นว่า ตลอดอาชีพนักหวดไม่เคยโด๊ปยา และหากมีสารใดๆ ที่นำเข้าสู่ร่างกาย ก็ล้วนเป็นการทำตามคำสั่งแพทย์เพื่อรักษาอาการเจ็บเข่าทั้งสิ้น

นักหวดวัย 31 ปี บอกหลังได้แชมป์รายการล่าสุดด้วยว่า  เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะเล่นเทนนิสได้ยาวนาน และคว้าแชมป์ได้มากมายขนาดนี้  เพราะเมื่อปี 2005 ที่ได้แชมป์เฟร้นช์ โอเพ่นมาครองเป็นสมัยแรก ในวัย 19 ปีนั้น เขายังเคยคิดว่าในปี 2017 ตัวเองคงกำลังนั่งตกปลาอยู่บนเรือที่มายอร์ก้าบ้านเกิดเสียด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตาม จากความสำเร็จล่าสุด ทำให้นาดาล ขยับจากอันดับ 4 ของโลก ขึ้นมารั้งมือ 2 ของโลกอย่างเป็นทางการแล้วในสัปดาห์นี้  และหากยังรักษาฟอร์มการเล่นอันสุดยอดเอาไว้ได้ รวมถึงไม่มีปัญหาบาดเจ็บใดๆ รบกวนตลอดทั้งปี ก็มีสิทธิ์ที่แฟนเทนนิสจะได้เห็นนักหวดสเปนกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ ด้วยการจบฤดูกาลในฐานะมือ 1 ของโลกเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี!