
เคยสังเกตกันบ้างหรือเปล่าว่า “ตรุษจีน” หรือปีใหม่ของคนจีนในแต่ละปีนั้น ไม่ได้มีวันที่ในปฏิทินตรงกันทุกปี และไม่ได้ตรงกับวันที่ 1 ม.ค. เหมือนวันปีใหม่สากลที่ยึดถือกันทั่วโลก
ที่เป็นเช่นนี้ เพราะว่าเทศกาลสำคัญต่าง ๆ ของประเทศจีน ยังคงยึดการนับวันตาม “ปฏิทินจันทรคติ” (Lunar Calendar) ซึ่งจะนับตามการโคจรรอบโลกของดวงจันทร์ แทนการนับวันตามปฏิทินสุริยคติ (Solar Calendar) ที่นับตามการโคจรรอบโลกของดวงอาทิตย์ ซึ่งใช้เป็นปฏิทินสากลนั่นเอง
โดยจะนับจากวันที่ 1 ของเดือนแรกตามปฏิทินจันทรคติ ก่อนจะไปสิ้นสุดในวันที่ 15 ของเดือน ซึ่งส่วนใหญ่มักจะอยู่ในช่วงปลายเดือนมกราคม – กลางเดือนกุมภาพันธ์ และถือเป็นวันหยุดยาวประจำปีของคนจีน โดยรัฐบาลจีนอนุญาตให้หยุดได้นานถึง 1 สัปดาห์ เช่นเดียวกับวันชาติจีนที่ตรงกับวันที่ 1 ตุลาคมของทุกปี
เรียก Lunar New Year ตามปฏิทินจันทรคติ
จากที่กล่าวมาข้างต้น ชาวจีนจึงเรียกเทศกาลตรุษจีนในภาษาอังกฤษว่า Lunar New Year ไม่ได้เรียกว่า Chinese New Year อย่างที่เราคุ้นเคยกัน หลังจากหลายปีมานี้มีการถกเถียงกันว่าไม่ได้มีเฉพาะชาวจีนเท่านั้นที่เฉลิมฉลองวันปีใหม่ตามปฏิทินจันทรคติในช่วงดังกล่าว
ดังนั้น จึงไม่ควรใช้คำว่า Chinese ซึ่งดูเป็นการจำเพาะเจาะจงเกินไปว่าเป็น “ปีใหม่ของชาวจีน” เพราะวันดังกล่าว ชาติอื่นที่อยู่ในเอเชียตะวันออก อย่างเวียดนาม, เกาหลี, ญี่ปุ่น และมองโกเลีย ก็นับวันปีใหม่ตาม Lunar Calendar และเรียกว่า “Lunar New Year” ด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าใช้ชื่อเรียกในภาษาอังกฤษเหมือนกัน แต่ประเทศต่าง ๆ ล้วนมีชื่อเรียกในภาษาของตนเองที่ต่างกันไป อาทิ Tết nguyên Đán (เทศกาลเติ๊ด) ของชาวเวียดนาม หรือ 설날 (เทศกาลซอลลา) ของชาวเกาหลี
Spring Festival หมายถึงเทศกาลตรุษจีนเช่นกัน
นอกจากคำว่า Lunar New Year แล้ว คนจีนก็ยังเรียกเทศกาลตรุษจีนว่า “Spring Festival” หรือเทศกาลฤดูใบไม้ผลิด้วย ซึ่งในภาษาจีนจะเรียกว่า 春 节 (Chūnjié) หรือ “ชุนเจี๋ย” เพราะถือเป็นวันเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิของชาวจีน
ทั้งนี้ ปฏิทินจันทรคติแบบดั้งเดิมซึ่งมีต้นกำเนิดเมื่อประมาณ 4,000 ปีก่อนนั้น ถูกนำมาใช้โดยมีจุดประสงค์ด้านการเกษตรเป็นหลัก เพื่อแบ่งปีออกเป็นฤดูกาลในการทำการเกษตร
โดยการเฉลิมฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ผลิของจีนจะเป็นช่วงที่เกษตรกรได้ใช้เวลาพักผ่อนอยู่กับครอบครัวราว 1 สัปดาห์ หลังจากทำงานหนักมาตลอดทั้งปี ก่อนจะเริ่มไถนาและหว่านเมล็ดพันธุ์พืชกันใหม่ ซึ่งถือเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าฤดูใบไม้ผลิมาถึงแล้ว
เรียก Spring Festival เพื่อแยกปีใหม่ให้ชัด
แม้ว่าจีนเปลี่ยนมาใช้ปฏิทินสุริยคติแบบเกรกอเรียน หรือปฏิทินสากลที่ใช้กันทั่วโลกนับตั้งแต่มีการจัดตั้ง “สาธารณรัฐจีน” ในวันที่ 1 มกราคม ค.ศ.1912 แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงใช้ปฏิทินจันทรคติต่อไป เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลต่าง ๆ ของจีนตามฤดูกาล
คำว่า Spring Festival จึงถูกนำมาใช้ตั้งแต่ปี 1914 เป็นต้นมา สำหรับการฉลองเทศกาลปีใหม่ของจีน เพื่อให้เห็นความแตกต่างระหว่าง “วันปีใหม่จีน” กับ “วันปีใหม่สากล” ซึ่งก็เหมือนกับบ้านเราที่มี “เทศกาลสงกรานต์” ไว้ฉลองปีใหม่ไทย และมีวันที่ 1 ม.ค. ของทุกปีไว้ฉลองปีใหม่เหมือนทั่วโลก
นอกจากนี้ เหตุผลอีกประการที่รัฐบาลจีนใช้ชื่อ Spring Festival แทนคำว่า “Chinese New year” ก็เพื่อเป็นการเคารพการเฉลิมฉลองปีใหม่ที่แตกต่างกันของกลุ่มชาติพันธุ์อื่น ๆ ด้วยนั่นเอง
อ้างอิงข้อมูล : chinahighlights.com/ lunarfestriverside.com / britannica.com






























