
เป็นที่แน่นอนแล้วว่า ประเทศไทยมีกฎหมายอนุญาตให้หญิงมีครรภ์สามารถทำแท้งได้โดยไม่ผิดกฎหมาย หากมีอายุครรภ์ไม่ถึง 12 สัปดาห์ หลังจากมีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ.2564 โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา นับตั้งแต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ประกาศดังกล่าวมีขึ้นเพื่อแก้ไขบทบัญญัติความผิดฐานหญิงทำให้ตนเองแท้งลูกหรือยอมให้ผู้อื่นทำให้ตนแท้งลูกตามมาตรา 301 แห่งประมวลกฎหมายอาญา เพื่อคุ้มครองทั้งสิทธิของหญิงตั้งครรภ์และคุ้มครองชีวิตของทารกในครรภ์

โดยพ.ร.บ.แก้ไข้เพิ่มเติมให้ยกเลิกความในมาตรา 301 แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 และใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา 301 หญิงใดทำให้ตนเองแท้งลูกหรือยอมให้ผู้อื่นทำให้ตนแท้งลูกขณะมีอายุครรภ์เกินสิบสองสัปดาห์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
จากข้อความดังกล่าว ทำให้บางส่วนตีความว่า สามารถให้ผู้อื่นทำแท้งได้หากอายุุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ อีกทั้งยังมีทวิตเตอร์ทางการของกรมประชาสัมพันธ์ตอกย้ำความมั่นใจด้วยว่าเป็นความเข้าใจที่ถูกต้องแล้ว
ราชกิจจาฯ ประกาศ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม หญิงอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ (นับจากวันแรกของประจำเดือนครั้งล่าสุด) ทำแท้งได้
ทำเอง = ไม่ผิด
ให้คนอื่นทำให้ = ไม่ผิดจะกินยาหรือใช้วิธีการอะไร ทำเองที่บ้าน หรือที่รพ. ไม่ผิด เพราะกม.เคารพ ให้โอกาสหญิงจัดการร่างกายตัวเองโดยอิสระ#ทําแท้ง pic.twitter.com/NPfGa1OdzV
— PRD กรมประชาสัมพันธ์ (@prd_official) February 6, 2021
โดยทวิต @prd_official ระบุข้อความในโพสต์ว่า ราชกิจจาฯ ประกาศ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม หญิงอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ (นับจากวันแรกของประจำเดือนครั้งล่าสุด) ทำแท้งได้
ทำเอง = ไม่ผิด
ให้คนอื่นทำให้ = ไม่ผิด
จะกินยาหรือใช้วิธีการอะไร ทำเองที่บ้าน หรือที่รพ. ไม่ผิด เพราะกม.เคารพ ให้โอกาสหญิงจัดการร่างกายตัวเองโดยอิสระ
คนอื่นทำแท้งให้แต่ไม่ใช่หมอ = ผิดกฎหมาย
แม้ว่าในโพสต์ดังกล่าวจะมีประกาศ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 ให้ได้อ่านกันด้วย แต่น่าเป็นห่วงไม่น้อยว่าคนที่รีทวิตไปกว่า 500 ครั้งนั้น ได้อ่านเนื้อหาใจความในประกาศอย่างละเอียดหรือไม่ หรืออ่านเพียงแต่ข้อความที่ทวีตเท่านั้น
จากข้อความดังกล่าวในโพสต์ที่ระบุว่า ให้คนอื่นทำให้ = ไม่ผิด จึงทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ว่า คนอื่นที่ไม่ใช่แพทย์สามารถทำแท้งได้โดยไม่ผิดกฎหมาย ซึ่งในความเป็นจริงแล้วต้องกระทำโดยแพทย์เท่านั้น และต้องเกิดจากความยินยอมของหญิงที่ตั้งครรภ์ด้วย ไม่เช่นนั้นก็จะมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้ การตีความดังกล่าวยังเอื้อให้กลุ่มคนที่หากินกับการทำแท้งดังกล่าว ได้ช่องทางในการขายยาสอด ยาทำแท้งอย่างอิสระมากยิ่งขึ้นด้วย และโพสต์ขายยาในโซเชียลมีเดียกันชนิดที่ไม่หวั่นเกรงกฎหมายใด ๆ


ทั้งที่ในพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 มีกำหนดโทษไว้ชัดเจนว่า ผู้ใดขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่มีใบอนุญาตมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 10,000 บาท และ ผู้ใดโฆษณาขายยาผ่านอินเทอร์เน็ต มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท และหากลักลอบหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักร โดยที่ยาไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา ก็จะมีโทษจําคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับด้วย
เช็กก่อน! ทำแท้งแบบไหนถูกกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม เพจสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้เผยแพร่ข้อมูลเพื่อให้เข้าใจง่ายยิ่งขึ้นว่า กรณีใดถือว่าเป็นการทำแท้งที่ถูกกฎหมาย และกรณีใดถือว่าผิดกฎหมาย ดังนี้

การทำแท้งที่ไม่ผิดกฎหมาย (มาตรา 305)
ได้แก่ การทำแท้งให้หญิงโดยแพทย์ ตามหลักเกณฑ์ของแพทยสภา และมีเหตุให้ทำแท้ง เหตุใดเหตุหนึ่ง ดังนี้
(1) หากตั้งครรภ์ต่อไป หญิงเสี่ยงจะได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ทั้งนี้ ไม่ว่าหญิงนั้นจะมีอายุครรภ์เท่าใดก็ตาม
(2) หากทารกคลอดออกมา อาจทุพพลภาพอย่างร้ายแรง ทั้งนี้ ไม่ว่าหญิงนั้นจะมีอายุครรภ์เท่าใดก็ตาม
(3) หญิงตั้งครรภ์เพราะถูกกระทำความผิดทางเพศ ทั้งนี้ ไม่ว่าหญิงนั้นจะมีอายุครรภ์เท่าใดก็ตาม
(4) หญิงอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ ยืนยันจะยุติการตั้งครรภ์
(5) หญิงอายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ ผ่านการตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือกแล้ว ยืนยันจะยุติการตั้งครรภ์
ทั้ง 5 กรณีข้างต้น หญิงและแพทย์ (รวมทั้งผู้ช่วยแพทย์) ไม่มีความผิด
การทำแท้งที่ผิดกฎหมาย
มาตรา 301 : หญิงมีอายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ ทำแท้งด้วยตนเองหรือยอมให้ผู้อื่นทำแท้งให้ตนเอง และไม่มีมูลเหตุทำแท้งได้ตามมาตร 305 มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 302 : ผู้อื่นที่มิใช่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามมาตรา 305 เช่น หมอเถื่อน คลินิกเถื่อน ทำให้หญิงแท้งลูกโดยหญิงนั้นยินยอม มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถ้าทำให้หญิงรับอันตรายสาหัสหรือตาย ผู้กระทำต้องรับโทษหนังขึ้นด้วย
มาตรา 303 : ผู้อื่นทำให้หญิงแท้งลูก โดยหญิงไม่ยินยอม ผิดทุกกรณีโดยไม่มีข้อยกเว้น มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถ้าทำให้หญิงรับอันตรายสาหัสหรือตาย ผู้กระทำต้องรับโทษหนังขึ้นด้วย
“ทำแท้งเอง-ให้คนอื่นทำให้” หญิงไม่ผิด
ขณะที่เพจ สำนักกฎหมาย สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ได้นำข้อมูลที่ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รณกรณ์ บุญมี รองคณบดีฝ่ายนวัตกรรมและการพัฒนา คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ไว้มาแชร์ต่อเช่นกัน ซึ่งสรุปสาระได้ชัดเจนตรงเป้าทุกประเด็น

โดยผศ.ดร.รณกรณ์ สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ว่า หญิงเจ้าของครรภ์ที่มีอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ ไม่ว่าจะทำแท้งเอง หรือให้คนอื่นทำให้ ตัวของหญิงผู้นั้นไม่มีความผิด ไม่ว่าจะกินยา ใช้วิธีการใด ๆ หรือให้ผู้อื่นทำให้ โดยกฎหมายเปิดโอกาสให้หญิงจัดการชีวิตตัวเอง ร่างกายตัวเองโดยอิสระ ตราบใดที่อายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์
แต่สำหรับคนอื่นที่ทำแท้งให้หญิงที่มีอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์นั้น หากไม่ใช่หมอ แต่เป็นผู้นำยาเข้าปากหญิง หรือใช้ vacuum ดูด หรือทำอะไรก็ตามให้หญิงแท้งลูก ทั้งที่ตัวเองไม่ใช่หมอ (ถึงแม้จะเป็นพยาบาล สัตวแพทย์ นักเรียนแพทย์ แต่ยังไม่ใช่แพทย์) ถ้าหญิงยินยอมให้ทำ ตัวเราที่เป็นคนอื่นจะติดคุก 5 ปี ถ้าหญฺิงไม่ยินยอมจะติดคุก 7 ปี และอาจติดคุกเพิ่มถ้าหญิงได้รับอันตรายสาหัส หรือตาย
หากเป็นหมอ แต่หญิงไม่ยินยอม อาจด้วยหมดสติอยู่ แม้จะทำไปเพื่อรักษาชีวิตแม่ก็ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายอาญา แต่ไม่ต้องรับโทษ (แต่สามารถถูกฟ้องร้องเรียกเงินได้)
ส่วนกรณีที่หญิงไม่ยินยอม และไม่มีเหตุทางการแพทย์ให้ทำ แต่ยังฝ่าฝืนความต้องการหญิง จะมีโทษจำคุก 7 ปี เช่นเดียวกับคนธรรมดา
เพราะฉะนั้น หากใครมีความจำเป็นต้องทำแท้งเนื่องด้วยความจำเป็น ความไม่พร้อมใด ๆ ควรศึกษาตัวบทกฎหมายให้ชัดเจนเสียก่อน เพราะบางครั้ง สิ่งที่แชร์กันตามโซเชียลมีเดีย ก็อาจจะทำให้เกิดการตีความผิดพลาด หรือเกิดความเข้าใจผิดอันใหญ่หลวงได้!
ข้อมูล : พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลอาญา (ฉบับที่ 28) พ.ศ.2564 / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา / สำนักกฎหมาย สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง






























