Home Trending Story Trend ต่างประเทศ อย่าคิดว่า “ทัวร์วัคซีน” ง่าย-ปลอดภัยเหมือน “ทัวร์ศัลยกรรม”

อย่าคิดว่า “ทัวร์วัคซีน” ง่าย-ปลอดภัยเหมือน “ทัวร์ศัลยกรรม”

ที่ผ่านมาเราอาจคุ้นเคยกับคำว่า “ทัวร์ศัลยกรรม” กันมาบ้าง เพราะถือเป็นที่นิยมในหมู่คนไทยกับการไปทำศัลยกรรมที่เกาหลีใต้ ซึ่งการที่มีบริษัทหรือตัวแทนช่วยอำนวยความสะดวกในการติดต่อกับโรงพยบาลหรือคลินิกศัลยกรรม ทำให้ลูกค้าไว้วางใจและเชื่อใจว่าจะได้รับการบริการที่ดี และได้ผลเป็นที่น่าพอใจกว่าการเดินทางไปด้วยตัวเอง

แต่เนื่องด้วยเวลานี้สถานการณ์ของ COVID-19 ทั่วโลกยังไม่คลี่คลาย ทำให้ความสวยความงามกลายเป็นเรื่องรอง เพราะคนกลัวเรื่องการติดเชื้อโควิด-19 ที่ส่งผลต่อความเป็นความตายมากกว่า เมื่อมีผู้ป่วยสะสมทั่วโลกกว่า 104 ล้านราย และเสียชีวิตไปแล้วกว่า 2.2 ล้านราย

“ทัวร์วัคซีน” (Vaccine Tourism) จึงกลายเป็นเทรนด์ใหม่ที่กำลังมา และได้รับความนิยมในหลายประเทศ เนื่องจากปัจจุบันการจัดสรรวัคซีนให้กับประชากรในแต่ละประเทศยังไม่ทั่วถึงในทุกพื้นที่

โดยตัวเลขอัพเดทล่าสุด (วันที่ 1 ก.พ.64) พบว่าทั่วโลกมีการฉีดวัคซีนไปเพียง 101 ล้านโดส ซึ่งวัคซีนของหลายบริษัทมักจะระบุตรงกันว่าแต่ละคนควรได้รับวัคซีนให้ครบ  2 โดส จึงจะได้ผลที่มีประสิทธิภาพ ขณะที่ประชากรทั่วโลก (อัพเดทปี 2020) มีจำนวนอยู่ที่ 7.8 พันล้านคน

“ทัวร์วัคซีน” เพื่อคนอยากรอดจากโควิด-19

เมื่อจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มปริมาณขึ้นทุกวัน และยังไม่มีวี่แววว่าจะลดลง วัคซีนจึงเป็นความหวังของผู้ที่อยากรอดจากการติดเชื้อ แต่ก็ต้องยอมรับว่าหลายประเทศยังไม่มีวัคซีนฉีดให้กับพลเมืองของตนเอง

ทัวร์วัคซีนจึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของคนที่อยากรอดปลอดภัยจากโควิด-19 และแน่นอนว่าคนเหล่านั้นต้องมีเงินถุงเงินถังมากพอที่จะจ่ายให้กับบริษัทที่จัดทัวร์ด้วย!

หนึ่งในจุดหมายปลายทางของทัวร์วัคซีนที่นักท่องเที่ยวต่างชาติให้ความสนใจคือ สหรัฐอเมริกา เพราะไม่ได้เคร่งครัดเรื่องการตรวจสอบถิ่นฐานที่อยู่ของผู้ที่ต้องการรับวัคซีน จึงทำให้บริษัทจัดทัวร์เห็นประโยชน์จากตรงนี้ ซึ่งรวมถึงเอเจนซี่ท่องเที่ยวในอินเดียอย่าง Gem Tours & Travels ด้วย

โดย Gem Tours & Travels เรียกเก็บเงินจากลูกทัวร์คนละ 2,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 60,000 บาท สำหรับทัวร์วัคซีน 4 วัน  3 คืน รวมค่าตั๋วเครื่องบิน และอาหารเช้า ซึ่งเดินทางจากเมืองมุมไบไปยังมหานครนิวยอร์ก เพื่อพาไปฉีดวัคซีนโควิด-19 แต่มีเงื่อนไขว่าต้องเป็นชาวอินเดียที่มีวีซ่าอเมริกา 10 ปีเท่านั้น  เช่นเดียวกับ Zenith Holidays บริษัททัวร์อีกแห่งของอินเดีย ที่เปิดแบบฟอร์มให้คนเข้ามาลงทะเบียนได้

ภาพจาก zenithholidays

ขณะที่ในประเทศไทยก็มีบริษัททัวร์ที่ให้ความสนใจในการจัดทัวร์วัคซีนเช่นกัน โดย เนตรนภา แก้วแสงธรรม ผู้จัดการบริษัท ซี ยู อะเกน จำกัด ที่เน้นการให้บริการจัดทัวร์แบบส่วนตัวให้กับลูกค้าวีไอพี เผยว่าทางบริษัทเห็นช่องทางในการจัดทัวร์พากลุ่มลูกค้าไฮเอนด์ไปต่างประเทศในรูปแบบทัวร์เชิงสุขภาพ คือ ท่องเที่ยวและฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19

ทั้งนี้ ประเทศที่มีความเป็นไปได้ ณ ตอนนี้ ได้แก่ เยอรมนี อังกฤษ รัสเซีย และจีน ซึ่งบริษัทได้ติดต่อกับพาร์ทเนอร์ในประเทศเหล่านี้แล้ว โดยทางเลือกที่น่าสนใจที่สุดคือ เยอรมนีและอังกฤษ ซึ่งมีมาตรฐานสูงเป็นที่ยอมรับ และยังมีเที่ยวบินพาณิชย์จากไทยบินไปทุกสัปดาห์ตามปกติ แต่อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอความชัดเจนจากทางรัฐบาลว่าจะมีการออกมาตรการระเบียบปฏิบัติอย่างไรสำหรับการทัวร์ไปต่างประเทศเพื่อฉีดวัคซีน

สหรัฐฯ “แดนสวรรค์” ของคนมีเงิน

เมื่อ Vaccine Tourism มาแทนที่ Vacation Travel ทำให้เวลานี้ สหรัฐฯ กลายเป็นแดนสวรรค์ของคนมีเงินไปเรียบร้อยแล้ว แม้ว่าเป็นประเทศที่มียอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 สูงสุดเป็นอันดับ 1 ของโลก แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นประเทศที่หาวัคซีนได้ง่ายกว่าที่อื่น ๆ

โดยแหล่งฉีดวัคซีนยอดนิยม มีทั้งในรัฐฟลอริดา, ฮาวาย, โคโลราโด, นิวยอร์ก, นิวเจอร์ซีย์ และคอนเนคติคัต ซึ่งหาได้ง่ายกว่ารัฐอื่น ๆ แม้แต่คนอเมริกันด้วยกันเองก็ยังเดินทางมาฉีดวัคซีนในรัฐเหล่านี้

โดยเฉพาะในฟลอริดาที่มีรายงานจาก Bloomberg ว่า คนนอกพื้นที่มาฉีดวัคซีนที่ฟลอริดามากกว่า 40,000 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่รวมผู้ที่พำนักอาศัยหรือมาเปิดธุรกิจที่ฟลอริดาแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ในสหรัฐฯ มีการจัดสรรวัคซีนไปทั่วประเทศกว่า 33.7 ล้านโดสทั่วสหรัฐฯ (อัพเดทข้อมูล 3 ก.พ.64) โดยฟลอริดาเป็นรัฐที่ได้รับวัคซีนมากที่สุดเป็นอันดับ 3 รองจากแคลิฟอร์เนีย และเท็กซัส

รัฐบาลไม่รองรับ ไม่การันตีเรื่องปลอดภัย

แม้ว่ากระแสนิยมทัวร์วัคซีนกำลังมาแรง แต่เนื่องด้วยเป็นทัวร์ที่จัดโดยเอเจนซี่ท่องเที่ยว หรือบริษัทจัดทัวร์ ซึ่งไม่ได้มีการรับรองทางกฎหมาย หรือจากรัฐบาลแต่อย่างใด จึงไม่สามารถรับประกันเรื่องความปลอดภัยให้กับลูกทัวร์ที่สมัครใจเสียเงินไปฉีดวัคซีนได้ เพราะที่ผ่านมา มีข่าวออกมาเป็นระยะว่าบางคนฉีดวัคซีนแล้วมีผลข้างเคียงตามมา รวมถึงมีเคสรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตด้วย

ขณะที่หลายประเทศเริ่มมีความเคลื่อนไหวในการป้องกันทัวร์วัคซีนเข้ามาในประเทศอย่างจริงจัง อาทิ ประเทศอังกฤษ ที่ระบุชัดเจนว่าผู้ที่จะรับวัคซีนได้นั้นต้องมีเอกสารจากแพทย์เท่านั้น รวมถึงต้องยืนยันข้อมูลส่วนตัว รวมถึงมีรายละเอียดถิ่นฐานที่อยู่อย่างชัดเจนด้วย เพราะทาง NHS หรือระบบหลักประกันสุขภาพของอังกฤษให้บริการฉีดวัคซีนให้กับทุกคนโดยไม่มีคิดค่าใช้จ่ายใด ๆ

ส่วนในสหรัฐฯ นั้น ขึ้นอยู่กับกฎระเบียนของแต่ละรัฐว่าจะเข้มงวดและมีความรัดกุมเพียงใด ซึ่งหลังจากมีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาในฟลอริดาจำนวนมาก โดยเฉพาะจากประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้รัฐฟลอริดาต้องออกมาเคลื่อนไหวเช่นกัน โดย Jared Moskowitz ผู้อำนวยการฝ่ายการจัดการเหตุฉุกเฉินของรัฐฟลอริดาออกมาระบุว่าทางรัฐไม่อนุญาตให้ทัวร์วัคซีนนำคนเข้ามาเพื่อรับวัคซีน หลังทราบมาว่ามีชาวแคนาดาจำนวนมากเดินทางเข้ามาที่นี่เพื่อฉีดวัคซีน ก่อนจะบินกลับประเทศตัวเองไป ซึ่งถือเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจ

นอกจากนี้ การฉีดวัคซีนเพียง 1 โดส แล้วบินกลับไปยังประเทศของตน ใช่ว่าจะรับประกันประสิทธิภาพของวัคซีนได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เมื่อวัคซีนที่ผลิตจากบริษัทต่าง ๆ ล้วนระบุให้ฉีดคนละ 2 โดส เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด นั่นหมายความว่า การเดินทางมาฉีดวัคซีนแค่ครั้งเดียวโดยไม่บินกลับไปฉีดให้ครบโดส ก็อาจจะเป็นการเอาเงินไปทิ้งโดยใช่เหตุ!

อ้างอิงข้อมูล :nbcnews.com / fodors.combloomberg.com / seeyouagain-europe.com