อัปเดต! ลูกจ้างมาตรา 33 จะได้เงินเยียวยาแล้ว มีเงื่อนไขอะไรบ้าง

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ผู้ประกันตนประกันสังคมมาตรา 33 เป็นผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิ์เยียวยาในโครงการ “เราชนะ” จากทางรัฐบาล ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่อง เพราะแม้ว่าผู้ประกันตนมาตรา 33 จะเป็นกลุ่มผู้มีงานประจำทำ แต่ก็ได้รับความเดือดร้อนจาก COVID-19 ไม่ต่างกันโดยเฉพาะเรื่องค่าครองชีพ ที่เงินเยียวยานี้สามารถแบ่งเบาภาระในช่วงที่สถานการณ์ยังแย่อยู่ได้บ้าง

ส่วนมาตรการการเยียวยาในช่วงแรกที่จะให้กับผู้ประกันตนในมาตรา 33 ที่ไม่มีสิทธิ์รับเงินในโครงการเราชนะ ก็จะมีรายละเอียดการเยียวยา แต่ก็มีข้อโต้แย้งว่าเงินที่ทางสำนักงานประกันสังคมจะให้ชดเชย ก็เป็นเงินสมทบของผู้ประกันตนเอง โดยการนำออกมาจ่ายชดเชย ก็จะมีผลให้เงินสมทบที่ผู้ประกันตนสำรองไว้ถูกนำมาใช้ก่อน มาตรการนี้จึงไม่ใช่การเยียวยา แต่เป็นการนำเงินของตัวเองออกมาใช้ก่อนเวลาเท่านั้นเอง

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลได้อธิบายว่าเงินกองทุนประกันสังคม จะถูกนำมาให้ประชาชนได้แค่ 7 กรณีที่กฎหมายกำหนด อย่างการตกงาน และเงินบำนาญตอนเกษียณอายุ แต่การเยียวยาจะต้องเป็นเงินคนละส่วนที่ไม่ไปกระทบกับเงินสมทบของผู้ประกันตน หรือก็คือเงินงบประมาณรัฐ จึงควรพิจารณาให้แรงงานทุกคนได้รับเงินเยียวยาอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นแรงงานในระบบหรือนอกระบบก็ตาม

ทำให้ล่าสุดในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 ก็มีความคืบหน้าบางส่วน หลังจากที่กระทรวงแรงงานได้หารือกับกระทรวงการคลัง เรื่องการให้เงินเยียวยากับผู้ประกันตนประกันสังคมมาตรา 33 ว่าขณะนี้กระทรวงแรงงานได้ส่งข้อมูลผู้ประกันตนที่เป็นลูกจ้างภาครัฐและเอกชนในมาตรา 33 จำนวนกว่า 11 ล้านคน ให้กับกระทรวงการคลังเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ขณะเดียวกัน ก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์ว่าคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขของมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกันตนมาตรา 33 จะใช้เช่นเดียวกับโครงการเราชนะ คือ มีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี มีรายได้ไม่เกิน 300,000 บาทต่อปี และมีเงินฝากในธนาคารไม่เกิน 500,000 บาท เท่ากับว่าจะเป็นการตัดสิทธิ์ผู้ที่มีรายได้ต่อเดือนสูงกว่า 25,000 บาทขึ้นไป และผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐก็จะไม่เข้าเกณฑ์การเยียวยานี้ (เนื่องจากได้เงินเยียวยาผ่านโครงการเราชนะแล้ว)

แต่กระทรวงแรงงานได้เสนอยกเลิกเงื่อนไขนี้แล้ว เพื่อให้ผู้ประกันตนมาตรา 33 ทั้งหมดกว่า 11 ล้านคนทุกคนได้รับสิทธิ์ อย่างไรก็ดี การเสนอให้ทุกคนได้รับการเยียวยาอย่างเท่าเทียมกัน ส่งผลต่อแนวโน้มจำนวนเงินต่อคนจะน้อยลงตาม เนื่องจากงบประมาณที่มีอยู่จำกัด คาดว่าจะเป็นการช่วยเหลือเยียวยาคนละไม่เกิน 4,000 บาท เป็นระยะเวลา 1 เดือน แต่ถ้าสถานการณ์การแพร่ระบาดยังยืดเยื้อเกิน 2 เดือน ก็อาจต้องพิจารณาอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม เรื่องตัวเลขจำนวนเงินที่จะเยียวยา รวมถึงรายละเอียดการจ่ายเงิน และหลักเกณฑ์อื่น ๆ นั้น ยังต้องรอกระทรวงแรงงานหารือร่วมกับกระทรวงการคลังอีกครั้ง โดยจะนำฐานข้อมูลจากประกันสังคมมาพิจารณาด้วย เมื่อมีความคืบหน้า Tonkit360 จะนำมาอัปเดตรายละเอียดเพิ่มเติมที่ชัดเจนให้ทราบ คาดว่าจะชัดเจนที่สุดในสัปดาห์หน้า