Home Inspiration ชีวิตติดลูกหนัง เครื่องจักรถล่มประตู

เครื่องจักรถล่มประตู

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมนั่งชมฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล บุกถล่ม คริสตัล พาเลซ ยับเยินถึง 7-0 ดูแล้วก็ได้แต่ชื่นชมพลังเกมรุกและการจบสกอร์ของพวกเขา ตราบใดที่ 3 ประสาน “มาเน่-ฟีร์มีโน่-ซาลาห์” ยังไม่ไปไหน โอกาสที่ทีมอื่นจะมาแย่งแชมป์ไปจากพวกเขาคงยากเอาเรื่องอยู่เหมือนกันครับ

นี่ขนาด เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมสั่งพัก โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ให้นั่งเป็นตัวสำรองอยู่ก่อน พอลงมาเขายังสำแดงเดชเผด็จศึกคนเดียว 2 ประตูรวด ปีนี้ “โม” ฟอร์มยิ่งอันตราย มีความเยือกเย็นมากขึ้นอีกในจังหวะสุดท้าย เหมือนไม่กดดันเช่นฤดูกาลที่ผ่าน ๆ มา นำดาวซัลโวอยู่ที่ 13 สกอร์จาก 14 นัด เฉลี่ยแทบจะยิงทุกนัดอยู่แล้ว

ชัยชนะที่ท้วมท้นในนัดนี้ทำให้ ลิเวอร์พูล กลับมาได้เปรียบเรื่องผลต่างประตูได้เสีย เป็นบวก 17 ลูก ด้วยความร้อนแรงของ 3 กองหน้าระดับพระกาฬในทีม ตอนนี้ยิงรวมเข้าไปแล้ว 36 เม็ด เฉลี่ยนัดละ 2.5!!!

ผมมองว่าถ้าไม่มีใครหยุดยั้ง “หงส์แดง” ได้ในช่วงบ็อกซิ่งเดย์ต่อจนถึงปีใหม่นี้ พวกเขาจะอาศัยกำลังใจและความคึกคะนองจากฟอร์มอันร้อนแรงในช่วงนี้ ขยับหนีห่างทีมอื่น ๆ ออกไปอีก แล้วถ้าเป็นเช่นนั้นอาจจะเป็นงานหนักสำหรับทีมที่คิดจะตามให้ทันในช่วงท้ายฤดูกาล

ที่ผ่านมาถึงจะมีอุปสรรคแทรกเข้ามาเป็นระยะ โดยเฉพาะเรื่องอาการบาดเจ็บของนักเตะในตำแหน่งกองหลัง แต่ดูท่าแล้ว คล็อปป์ จะไม่ค่อยได้สนใจอะไรนัก เพราะพวกเขายังมีพลังในเกมรุกที่เปรียบเสมือนเครื่องจักรถล่มประตูอันร้อนแรง ส่วนเซ็นเตอร์นั้นก็ยังพอมีคนที่พอเล่นได้อย่าง มาติป, ฟาบินโญ่, รีส วิลเลี่ยมส์ และ แน็ต ฟิลลิปส์ เผลอ ๆ ช่วงปีใหม่จะทำหล่อไม่ซื้อใครมาเสริมอีกด้วยซ้ำ

ถ้าเกมรุกร้อนแรงแบบนี้ก็เท่ากับช่วยลบจุดอ่อนในเกมรับ รอวันที่ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ หัวใจสำคัญของกองหลังจะกลับมาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า นับว่ากุนซือชาวเยอรมันนั้นคิดถูกที่เชื่อมั่นแผงหน้ามหาประลัยของพวกเขาโดยต่อเนื่อง แม้จะมีบางช่วงที่ ฟีร์มีโน่ พวกฝืดไปบ้าง แต่สุดท้ายเมื่อได้รับความไว้วางใจ “บ็อบบี้” ก็กลับมาระเบิดประตูได้อีกครั้ง

ลองดูสถิติการผลิตสกอร์รวมของแผงกองหน้า ลิเวอร์พูล ชุดนี้ในลีกดูนะครับ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ 13 + ซาดิโอ มาเน่ 5 + โรเบอร์โต้ ฟีร์มีโน่ 5 + ดิโอโก้ โชต้า 5 = 28! เท่านี้ก็มากกว่าสโมสรอื่นทั้งทีมทำได้ด้วยซ้ำ สโมสรอื่นนี่หมายถึงเกือบทั้งลีก ยกเว้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมเดียวนะครับ ที่ทำได้ 28 นอกจากนั้นทำได้น้อยกว่าทั้งนั้น ถือเป็นผลงานที่เรียกว่า อะเมซิ่ง จริง ๆ

ที่ว่ามาทั้งหมดนี่ตัวผมเองก็เซอร์ไพรส์อยู่เหมือนกัน เพราะแอบคิดว่าปีนี้ทีมอื่นน่าจะพอจะจับทาง แก๊งทริโอของหงส์ได้บ้าง แล้วผลงานจะเป็นอย่างไร?

ปรากฏว่า คล็อปป์ และทีมงานแก้ทางไปก่อนแล้วคือซื้อ ดิโอโก้ โชต้า มากดดันทำให้เกิดการแข่งขันแย่งตำแหน่งในแดนหน้ากันขึ้น และเพื่อสลับสับเปลี่ยนกันเล่นเพื่อรักษาความสดไปด้วย

ประกอบกับ ทาคูมิ มินามิโนะ ที่ซื้อมาตั้งแต่ต้นปี เริ่มปรับตัวให้เข้ากับทีม และมีความเชื่อมั่นมากขึ้น ทำให้กลายเป็นตัวเสริมที่ยอดเยี่ยมแม้ โชต้า จะเจ็บไป ก็ไม่กระทบอะไรมากนัก

ถึงเวลานี้ “เครื่องจักรสีแดง” มีกองหน้าที่เปรียบเสมือน “เครื่องจักรถล่มประตู” ไปแล้ว ถ้าเดินเครื่องอย่างนี้ไปให้ได้ยาว ๆ เชื่อแน่ว่าปัญหาจุดอื่นก็ไม่จำเป็นต้องกังวล และเป็นบทพิสูจน์ด้วยว่าการจับทางสามประสานในแดนหน้าของลิเวอร์พูล อาจไม่ใช่เรื่องง่ายดายนัก.