
ศัพท์ทางการแพทย์อาจดูเป็นเรื่องยากสำหรับประชาชนทั่วไป ๆ โดยเฉพาะโรคติดเชื้ออุบัติใหม่อย่าง Covid-19 (โควิด-19) ที่ชาวโลกเพิ่งทำความรู้จักกับโรคนี้ได้ไม่ถึง 1 ปีเต็ม
เมื่อมีการระบาดกลับมาอีกระลอก จึงมีความสับสนเกิดขึ้นระหว่างคำว่า “การระบาดระลอกใหม่” กับ “การระบาดระลอกสอง” เนื่องจากคนส่วนใหญ่เข้าใจว่ามีความหมายไม่แตกต่างกัน เหตุใดจึงต้องเรียกให้ต่างกัน!
ก่อนหน้านี้ หลายคนน่าจะคุ้นเคยกับคำว่า “การระบาดระลอกสอง” มาแล้ว เนื่องจากช่วงที่ผ่านมามีหลายประเทศประสบปัญหาโควิด-19 กลับมาแพร่ระบาดในระลอกที่สอง เข้าลักษณะ “ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก”
พูดง่าย ๆ ว่าสถานการณ์ระลอกแรกยังไม่ทันจะจัดการได้เรียบร้อย วัคซีนก็ยังอยู่ระหว่างการทดลองใช้ แต่ก็กลับมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เข้ามาอีก
การระบาดระลอกใหม่ VS การระบาดระลอกสอง
สำหรับกรณีของประเทศไทยที่พบผู้ติดเชื้อจำนวนมากอีกระลอก โดยมีต้นตอจาก “ตลาดกลางกุ้ง” จ.สมุทรสาครนั้น ทางศบค. (ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19) ระบุว่าเป็น “การระบาดระลอกใหม่” ไม่ใช่การระลอกสองแต่อย่างใด จึงสร้างความฉงนและสงสัยตามมาว่าแล้วต่างกันอย่างไร?
เพจ “หมอเวร” ซึ่งให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพฉบับเข้าใจง่าย ได้อธิบายเรื่องนี้ไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้ความกระจ่างว่าศัพท์ทางการแพทย์ทั้งสองคำนั้นมีความแตกต่างกัน ดังนี้
การระบาดระลอกใหม่
จากกรณีการระบาดจากตลาดกลางกุ้ง เรียกว่า Newly emerging เนื่องจากเกิดจากการติดเชื้อใหม่จากอีกกลุ่มก้อนหนึ่ง ซึ่งเป็นแรงงานต่างด้าว ไม่ได้เชื่อมโยงกับการระบาดในระลอกแรกซึ่งเกิดขึ้นที่สนามมวยลุมพินี หรือผับที่ทองหล่อแต่อย่างใด เนื่องจากการระบาดครั้งนั้นสิ้นสุดไปตั้งแต่ช่วงพฤษภาคมที่ผ่านมาแล้ว
การระบาดระลอกสอง
สำหรับการระบาดระลอกสอง เรียกว่า Re-emerging ซึ่งเป็นการระบาดที่ต้องมีผลพวงอันเกิดจากการระบาดรอบแรกด้วย ดังนั้น กรณีการแพร่ระบาดจากตลาดกลางกุ้ง จึงไม่ได้มีความเชื่อมโยงกับการระบาดที่สนามมวยและผับเมื่อหลายเดือนก่อน
นั่นหมายความว่าไม่ใช่เชื้อโควิด-19 เดิมที่เคยตกค้างในประเทศไทยแล้วเกิดการแพร่ระบาดอีกรอบ แต่เป็นเชื้อโควิด-19 ที่เข้ามาใหม่จากแรงงานต่างด้าว จึงไม่มีความเชื่อมโยงกันแต่อย่างใด
โรคติดเชื้ออุบัติใหม่ VS โรคติดเชื้ออุบัติซ้ำ
ส่วนคำจำกัดความโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ กับ โรคติดเชื้ออุบัติซ้ำ ก็มีความแตกต่างกันด้วยเช่นกัน ซึ่งศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ประสริฐ ทองเจริญ อดีตที่ปรึกษากรมควบคุมโรคผู้ล่วงลับ เคยบรรยายเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวไว้ดังนี้
โรคติดเชื้ออุบัติใหม่ (Emerging Infectious Diseases)
คือ โรคติดเชื้อชนิดใหม่ ๆ ที่ปรากฏมีรายงานผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในระยะเวลาประมาณ 2-3 ทศวรรษที่ผ่านมา หรือโรคติดเชื้อที่มีแนวโน้มที่จะพบมากขึ้นในอนาคตอันใกล้ อาทิ โรคไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (COVID-19), โรคซาร์ส (SARS)
ทั้งนี้ มากกว่า 75 เปอร์เซ็นต์ของโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน และเชื้อก่อโรคส่วนใหญ่เป็นไวรัสที่แพร่มาจากค้างคาว
โรคติดเชื้ออุบัติซ้ำ (Re-emerging Infectious Diseases)
คือ โรคที่เคยระบาดในอดีตแล้วสงบ แต่กลับมาระบาดใหม่ หรือโรคที่ไวต่อปฏิชีวนะแล้วดื้อต่อยาต่าง ๆ จึงเกิดการระบาดขึ้น หรือโรคที่เคยสงบเพราะประชาชนได้รับวัคซีนป้องกันโรค แต่เมื่อเวลาผ่านไปนาน ทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำลงหรือหมดภูมิ โรคจึงกลับมาระบาดซ้ำ อาทิ คอตีบ ไอกรน หัด หัดเยอรมัน หรือคางทูม
สำหรับโควิด-19 ในประเทศไทยนั้น ถือเป็นโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ที่เกิดขึ้นในระลอกใหม่ ซึ่งอย่างน้อยยังเบาใจได้ว่าผู้ป่วยที่เคยติดเชื้อก่อนหน้านี้ทั้งหมด ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับการระบาดครั้งล่าสุด ซึ่งการใช้คำว่าระลอกใหม่นั้น เพจหมอเวรระบุด้วยว่า ส่งผลดีต่อการสืบค้นทางระบาดวิทยาในอนาคตที่จะไม่ทำให้การวิเคราะห์โรคผิดเพี้ยน เพราะหากใช้คำเดียวกัน อาจส่งผลต่อการค้นข้อมูลแล้วไม่ตรงกันได้
อ้างอิงข้อมูล : เพจหมอเวร / ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ประสริฐ ทองเจริญ อดีตที่ปรึกษากรมควบคุมโรค






























