“คุณชายอดัม” ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล กับความสำเร็จของ VIU ที่ครองใจคนดู

ทุกวันนี้ วิดีโอสตรีมมิ่งแบบ OTT (Over-the-Top TV) กำลังมาแรงแซงทางโค้งทุกแพลทฟอร์ม ซึ่งหนึ่งในผู้ให้บริการที่ถูกจับตามองอย่างมากคือ VIU

เพราะเหตุใด VIU จึงครองอันดับ 1 วิดีโอสตรีมมิ่งแบบ OTT ในปัจจุบัน และทิศทางในการทำคอนเทนต์สำหรับปี 2564 เป็นอย่างไร หาคำตอบได้ในบทสัมภาษณ์ “คนต้นคิด” กับ “คุณชายอดัม” ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล ผู้อำนวยการฝ่ายคอนเทนต์ VIU THAILAND

กุญแจแห่งความสำเร็จของ VIU

คำว่า “ผู้ชนะ” อยู่ที่มุมมองของการมองละกันผมใช้คำนี้ แต่อย่างน้อยเราถือว่าใน Perspective หรือในมุมมองหนึ่งเนี่ย เราสามารถไปถึงจุดที่น่าพึงพอใจ คือเป็นผู้นำของตลาด ซึ่งผมคิดว่ามันประกอบด้วยหลายปัจจัย ทั้งปัจจัยตลาด ทั้งของทาง VIU เองที่มีทีมงานที่แข็งแกร่ง คอนเทนต์ที่แข็งแกร่ง มีวิสัยทัศน์ที่แข็งแรง แล้วก็การทำงานอย่างหนักตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ตรงนั้นเป็นจุดสำคัญที่ทำให้งานเดินหน้าแล้วก็มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่ได้เติบโตเร็วแล้วก็หวือหวาเหมือนกับคนอื่น ๆ  แต่ท้ายที่สุดแล้วมันก็จะมีผลทางเชิงสถิติออกมาที่ชัดเจน

ในฐานะที่เป็น Content Director คิดว่าจุดแข็งคืออะไร

ผมว่ามีหลายปัจจัยมารวมกันนะ การรู้เรื่องคอนเทนต์ไม่ได้แค่รู้ว่าสิ่งใดดี ไม่ดีอย่างเดียว หนึ่งเราต้องบวกกับทั้งเรื่องของ Stat เรื่องของตัวเลขต่าง ๆ เข้าไปด้วย สองคือเราต้องมี Gut feelings หรือว่ามีสัญชาตญาณว่า สิ่งใดดีไม่ดี  สามคือต้องรู้ภาพรวมของวงการว่ามีอะไรบ้าง แล้วสิ่งเหล่านั้นสามารถเอามาใช้ประโยชน์ได้อย่างไร

การเป็น Content Director คือการที่จะต้องทะเลาะกับคน เพื่อที่จะแหกคอกแล้วนำสิ่งใหม่ ๆ เข้ามา เพราะว่าการเป็น OTT อย่าง VIU เนี่ย ไม่ใช่การที่เราจะแค่ตอบโจทย์ผู้บริโภคเพียงอย่างเดียว แต่เราต้องนำไปสู่สิ่งที่ใหม่กว่า สิ่งที่ดีกว่าด้วย 

มองว่า VIU เข้ามา Disrupt ธุรกิจบันเทิงหรือไม่อย่างไร

คนส่วนใหญ่คิดว่าสื่อออนไลน์จะมา Disrupt สื่อปัจจุบันนะฮะ ผมกลับคิดว่า OTT ไม่ได้ทำหน้าที่ในการไปลดเขาด้วยซ้ำ สิ่งที่เราทำคือ หนึ่งเราขยายมันมากขึ้น สองคือเราทำให้รายได้ของพื้นที่สื่อเดิมมีมากขึ้น ไปเสริมโครงสร้างธุรกิจของเขาให้แข็งแรงขึ้น แล้วตรงนี้มันแย่กว่าตรงไหน

คนข้างนอกอาจจะคิดว่าเราเป็นผู้ทำลายเขา แต่จริง ๆ แล้วไม่เลยครับ เราเป็นคนที่เสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจให้กับทีวีโดยปกติ ให้กับภาพยนตร์โดยปกติ มันเป็นการเสริมซึ่งกันและกัน มากกว่าที่จะเป็นการบอกว่า ฉันคือฉันเธอคือเธอ เราทุกคนควรลงทุนแยกกัน แล้วทุกคนก็เจ๊งร่วมกัน ไม่ใช่แบบนั้นครับ

คนที่ปิดกั้นแล้วคิดว่าตัวเองเก่งผมคิดว่าอยู่ได้ยากในวงการ เราต้องเปิดกว้างแล้วก็ต้องมีหุ้นส่วนเยอะ ซึ่ง VIU เป็นหนึ่งในเจ้าที่แทบจะเรียกว่าอ้าแขนมากที่สุด  ถ้ามีแขนเท่าทศกัณฐ์เราอ้าหมดทุกแขนอยู่แล้ว ดังนั้น คิดว่ามันไม่ได้เป็นการทำลายกันและกัน ผมย้ำอีกทีว่าไม่ได้คิดว่ามันเป็นการทำลาย ผมคิดว่าเป็นการส่งเสริมซึ่งกันและกันนะครับ แล้วสิ่งที่เราทำอยู่ก็พิสูจน์ตรงนี้ได้ดีมาก

คอนเทนต์แบบไหนที่คนไทยชอบในแพลตฟอร์ม OTT

มันไม่มีคำตอบตายตัว อันนี้ผมพูดได้เลยว่าไม่มีคำตอบตายตัว ไม่มี One size fit all เราไม่รู้หรอกครับว่าคอนเทนต์แบบใดคือคอนเทนต์ที่ดีที่สุด หนึ่งคือเราพอทราบคร่าว ๆ ว่าช่วงนี้อะไรกำลังอยู่ในความสนใจ อะไรกำลังเป็นที่นิยม แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้หมายความว่า สิ่งอื่น ๆ ที่มีอยู่ในตลาดเป็นสิ่งที่ไม่น่าจะทำผลงานได้ ไม่น่าจะเวิร์ก ไม่น่าจะประสบความสำเร็จ เราไม่มองข้ามสิ่งเหล่านี้ แล้วก็พยายามสรรหาสิ่งใหม่ ๆ มีล้มเหลวบ้าง สำเร็จบ้าง แต่ถ้าเราไม่ทดลองเลย เราก็จะอยู่ในกลุ่มตลาดเดิม ๆ แล้วมันก็จะน่าเบื่อ

มาตรฐานที่ OTTจำเป็นต้องมีในยุคศตวรรษที่ 21

รับฟังผู้บริโภค

VIU เติบโตขึ้นมาได้เพราะฟังผู้ชม เรารับฟังเขาเสมอในทุกช่องทาง แล้วสิ่งเหล่านี้ทำให้เรารู้ว่าคนต้องการอะไร เราถึงทำสิ่งที่เหลือเชื่อได้หลายอย่าง ดังนั้น ถ้าคุณจะทำ OTT แพลตฟอร์ม หรือทำธุรกิจที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมบันเทิงในเมืองไทย ถ้าคุณไม่ฟังก่อน ถ้าคุณตะโกนไปแล้วมันไม่มีเสียงตอบกลับอย่าคิดไปเอง

กล้าออกนอกกรอบ

อันที่สอง ผมคิดว่าต้องมีความกล้าที่จะนำเสนอ กล้าที่จะออกมานอกกรอบ และต้องรับความเสี่ยงระดับหนึ่ง แต่ไม่ใช่รับความเสี่ยงแบบที่ดื้อแพ่ง แพลตฟอร์มที่อยู่ได้ในปัจจุบันก็พยายามฉีกตัวเองออกมาให้ไม่เหมือนใคร เพราะถ้าเหมือนคนอื่นก็อยู่ยาก เพราะว่ากลายเป็นว่าแข่งกันด้วยเงินเพียงอย่างเดียว ซึ่งใครรวยสุดคนนั้นชนะ มันอยู่กันยากจริง ๆ

เลือกใช้คนให้ถูกกับงาน

กุญแจสำคัญเลยคือต้องเลือกคนที่ถูกต้องมาทำงาน Pick the right man for the right job เพราะในประเทศไทยมีคนเก่งเยอะ แต่ว่าคนเหล่านั้นไม่ได้รับโอกาส มีคนรุ่นใหม่ไฟแรง และมีคนเก๋าแก่ แต่มีไฟ มีแรง มีกำลัง เลือกคนให้ถูกต้องกับงาน เลือกคนให้ถูกต้องกับภาวการณ์ มีแม่ทัพเก่ง ๆ แบบจูล่งคนนึง ดีกว่ามีทหารเลวหมื่นกว่าคนนะฮะ เพราะฉะนั้นหาจูล่งให้เจอ ยากหน่อย แต่ว่าจำเป็นกับธุรกิจบันเทิงแบบนี้

Multidisciplinary เป็นสิ่งจำเป็น

ในเรื่องของการทำธุรกิจต้องได้ทำงานแบบ Multidisciplinary คือมีความรู้ ความสามารถ ความหลากหลาย เรียนรู้แล้วปรับได้เรื่อย ๆ กับการเปลี่ยนแปลงของผู้ชม

คือมันต้องมีความรู้แบบแทบจะทุกทาง  นี่คือสิ่งที่เราต้องเป็น Multidisciplinary  เราต้องรู้แทบจะทุกอย่าง แล้วเก่งแทบจะทุกด้าน ไม่ใช่เป็ด เป็ดคือคนที่ไม่เก่งทุกด้าน  นี่คือเทพนะครับ เทพคือเก่งทุกด้าน คนที่ไม่ได้เป็น Multidisciplinary หรือบริษัทที่ไม่ได้เป็น Multidisciplinary หรือไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจอันหลากหลายเนี่ยไม่น่ารอด

อย่าทิ้งความเป็นตัวเอง

สุดท้ายต้องอย่าลืมว่าตัวเองเป็นใคร บางทีแล้วธุรกิจเดินไปแล้วเราไม่รู้ว่าเรามาจากที่ไหน  VIU เริ่มต้นจากแฟนซีรีส์เกาหลีทุกคนที่ให้การสนับสนุนเรามาตลอด

เรายังยึดถือแล้วก็รับฟังเขาอยู่เสมอ แล้วก็ยังรักเขา แล้วเราก็จะไม่ทิ้งความเป็นตัวของตัวเอง ไม่ทิ้งสไตล์ของตัวเอง ไม่ทิ้งภาพลักษณ์ที่เรามีมาแต่เดิม เราจะไม่พยายามที่จะไปเป็นคนอื่น เพระาเราไม่มีทางทำได้เก่งเท่ากับคนที่เป็นตัวของตัวเอง

ถ้าจะทำธุรกิจบันเทิง อย่าลืมต้นตอที่มาของคุณ อย่าลืมคนที่สนับสนุนคุณในวันแรก อย่าลืมลูกค้า อย่าลืมผู้ชม อย่าลืมคู่ค้าวันแรก อย่าลืมต้นกำเนิดที่คุณเริ่มต้นมา อันนี้คือสิ่งที่สำคัญมากในการทำ Showbiz หลาย ๆ คนเลือกที่ทำ Showbiz เหมือนธุรกิจ พอเป็นธุรกิจปุ๊บ อะไรที่ไม่ได้กำไร ก็รีบปรับรีบเปลี่ยน โดยคุณไม่มีรากแก้วที่มันหยั่งลึกลงไปในพื้น มันก็เป็นธุรกิจที่แค่โดนลม มันก็พัดแล้วตก ตกมาตาย ดังนั้น อย่าทำแบบนั้นเลย

เป้าหมายของ VIU ในการทำคอนเทนต์สำหรับปี 2564

ตอนนี้เรามี User อยู่ประมาณ 41 ล้านคน  เขาเรียก MOU (Monthly Active Users) คนใช้รายเดือนนะฮะ  แล้วก็โตขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ ถึงตอนนี้เราถือว่าเราโตมากสุด ๆ แล้ว แต่ว่าทำอย่างไรที่เราจะได้เข้าถึงคนได้มากกว่านี้

เราต้องการเป็นที่หนึ่ง คำว่าเป็นที่หนึ่งไม่ได้ต้องการเอาชนะผู้อื่น แต่เป็นที่หนึ่งในใจคน ยิ่งเข้าถึงคนได้มาก ยิ่งมีคนติดตามมาก  นั่นหมายความว่าสื่อสารกับเขาได้มากขึ้น เรานำเสนอสิ่งดี ๆ กับเขาได้มากขึ้น ในฐานะของผมที่เป็นผ้อำนวยการฝ่ายคอนเทนต์ สิ่งที่ผมรู้สึกว่าเราชัดเจน คือเราหาของดีให้คนดู เราจะต้องหาของดีให้คนดู ของดีที่ตรงกับคนดู

ทิศทางธุรกิจบันเทิงในปี 2564 จะมีแนวโน้มเช่นไร

เติบโตครับ สิ่งสำคัญคือมันเติบโต ถึงแม้เศรษฐกิจจะลดลง แต่สิ่งสำคัญคือว่าเราในฐานะของผู้ให้ความบันเทิง ความบันเทิงคือมันเป็นยาชนิดหนึ่ง ถ้ายาจากหมอคือยารักษาทางกายนะครับ ผมคิดว่าความบันเทิงคือยารักษาทางใจ คนยังต้องการสิ่งต่าง ๆ มาเพื่อทำให้เขามีชีวิตมีแรงที่จะที่จะใช้ชีวิตต่อไปได้ ถึงแม้จะอยู่ภายใต้ภาวะที่มีความกดดันจากสภาพสังคม จากสภาพเศรษฐกิจ  จากเรื่องร้าย ๆ ที่เกิดขึ้นมาตลอดทั้งปีนี้  แล้วผมคิดว่า VIU ก็เป็นส่วนหนึ่งนะที่เป็นกำลังใจ เป็นความบันเทิง ความบันเทิงคือยารักษาจิตใจเขา เขายังอยากดูซีรีส์เกาหลี ยังได้เห็นคนที่เขาชอบ เขามุ้งมิ้งได้ ยังมีรอยยิ้มได้อยู่นะครับ

ดังนั้น ผมเชื่อว่าไม่ใช่แค่ VIU ผมคิดว่าวงการบันเทิงทั้งหมดยังต้องทำงานอย่างหนักนะครับ ถึงแม้เศรษฐกิจโดยรวม ภาพรวมมันจะลดลง แต่ผมคิดว่ามันจะเติบโต เพราะว่าเรายังต้องให้บริการตรงนี้ เรายังเป็นยารักษาทางใจ  ดังนั้น อุตสาหกรรมตรงนี้ผมเชื่อว่าโต แต่เราก็ต้องระมัดระวัง และทำอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด เกิดผลดีที่สุดต่อผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์ม หรือคนที่จะต้องเข้ามาดูสื่อในอุตสาหกรรมนี้

ถ้าคุณจะเข้ามาดูสื่อคุณ  คุณคิดว่าคุณจะทำอย่างไรให้เขาได้ประโยชน์สูงสุดจากการจ่ายเงิน 180 บาทเข้าโรงหนัง  จ่ายเงินไม่กี่บาทในหลาย ๆ แพ็กเกจเข้ามาดู VIU เราจะทำยังไงให้มันเกิดประโยชน์สูงสุดที่เขาจะได้จากตรงนี้ ท่ามกลางสิ่งที่ที่เขาเรียกว่าไม่ค่อยโสภาสถาพรนักสำหรับประเทศไทยในปัจจุบัน