“ร่างนี้ผีเฮี้ยน” ส่งตรงความหลอนระดับ 10 จากอินโดนีเซีย

ภาพจาก WeTV

วนเวียนอยู่กับซีรีส์เกาหลี ซีรีส์ไทย ซีรีส์จีน ซีรีส์ไต้หวัน มาตั้งแต่เริ่มต้นทำคอลัมน์ จริง ๆ ก็ไม่ได้เบื่อหรอก เพราะอย่างซีรีส์เกาหลีแต่ละเรื่องก็ไม่มีอะไรเหมือนกัน แล้วก็ต้องยอมรับเลยว่าอุตสาหกรรมบันเทิงบ้านเขาจัดอยู่ในเกณฑ์ที่พัฒนาแล้ว พล็อตดี บท (หลาย ๆ เรื่อง) ไม่บ้ง ก็แล้วแต่คนชอบ

ส่วนซีรีส์ไทยที่ได้ดูแล้วนำมาเขียนก็เป็นซีรีส์ที่พล็อตทะลุเพดานเดิมไปแล้ว เราจะได้เห็นแนวซีรีส์ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยเห็นในละครรุ่นเก่า ที่เล่นเรื่องอภินิหาร แต่ตัดต่อไม่เนียน พล็อตน้ำเน่าวนอยู่แต่กับเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ แย่งชายแย่งหญิงกันไปมา เรื่องผีบางเรื่องก็ได้แต่อิหยังวะ บอกตรง ๆ ว่าบางเรื่องหงุดหงิดจนทำใจดูไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

ส่วนซีรีส์จีน ไต้หวัน เขาก็ทำได้ดีมาแต่ไหนแต่ไร ที่เลือกดูก็เพราะพล็อตน่าสนใจ เป็นติ่งนักแสดงอยู่ และแนวเรื่องถูกจริต เหนือสิ่งอื่นใดคือฝึกฟังภาษาจีนที่กำลังสนใจศึกษาอยู่

สัปดาห์นี้มีซีรีส์ที่หลุดกรอบเกาหลี ไทย จีน ไต้หวันไปไกล คงไม่คิดใช่ไหมว่าคอลัมน์นี้จะมีซีรีส์ของประเทศอื่นนออกเหนือจากนั้น มาค่ะ วันนี้ของนำเสนอซีรีส์สยองขวัญจาก “อินโดนีเซีย” จะเรียกว่าขายของให้เขาก็ได้นะ เพราะสนุกมากจริง ๆ ถึงตอนล่าสุดตอนที่ 4 จะยังมีปมอย่างที่ไม่เข้าใจอยู่เต็มไปหมด แต่ถือว่าเรื่องก็พยายามเคลียร์กระจ่างได้เยอะอยู่

ชื่อภาษาไทยของซีรีส์เรื่องนี้ คือ “ร่างนี้ผีเฮี้ยน” (ใช่แล้วค่ะ เลือกดูเพราะเป็นซีรีส์ผี) มีซับไทยให้พร้อม ดูฟรีบาง EP แต่ถ้าจะให้ตอนใหม่ ๆ ฟรีด้วย ต้องรออีกสัปดาห์หรือสองสัปดาห์ ซีรีส์เรื่องนี้เป็น WeTV Original ของแอปพลิเคชัน WeTV เป็นเรื่องราวของเด็กสาวคนหนึ่งที่ไม่ใช่ “คนธรรมดา”

ภาพจาก WeTV

หลังจากเธอที่เธอย้ายจากมหาวิทยาลัยที่จาร์กาตากลับมาบ้านกะทันหัน (อินดี้สุด) เธอก็ย้ายเข้ามหาวิทยาลัยที่ใหม่แถวบ้านเอากลางเทอม จากชีวิตที่แปลก ๆ เป็นทุนเดิม (เพราะเธอเห็นผี) กลับต้องมาเกี่ยวพันกับชีวิตของเพื่อนปลอม ๆ ที่เธอไปมีเรื่องด้วยตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาเรียน ทำให้คนกลุ่มนั้นเกลียดเธอ แล้วพยายามเอาคืนเธอสารพัด แต่…ทุกคนที่เกลียดเธอจะต้องตาย ทำไมถึงเป็นแบบนั้น?

นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ดูซีรีส์อินโดนีเซีย พวกฉาก โทนสี สไตล์การเล่าเรื่อง การตัดต่อ เขาจะคล้ายกับบ้านเรา แต่ที่ชอบก็คือ นักแสดงอย่างนางเอกหรือเพื่อนนางเอกไม่เห็นจะแต่งหน้าทาปากจัดเต็มอะไรเหมือนละครบ้านเรา เลยดูเป็นธรรมชาติมากกว่า (ละครบ้านเรานอนยังไม่ลบเครื่องสำอางเลย) ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะสาวอินโดฯ หน้าคมอยู่แล้ว แต่งนิดเติมหน่อยก็โอเค

ผีที่น่ากลัวที่สุดคือผีที่เรามองไม่เห็น

มองไม่เห็นในที่นี้ไม่ได้หมายถึงความถึงผีที่หลบ ๆ ซ่อน ๆ จนน่ากลัวอะไร แต่หมายถึงผีร้ายที่อยู่ใต้จิตใต้สำนึกของมนุษย์เราต่างหาก ไม่นานมานี้จำได้ว่าเคยใช้ข้อความทำนองว่า “ผีหรือคน น่ากลัวกว่ากัน?” ถ้าให้พูดถึงประสบการณ์ที่ผ่านมาในชีวิต เจอผีหลอกหรือเจอคนหลอกมากกว่ากัน ทุกวันนี้เจ็บปวด เสียใจ ร้องไห้เพราะผีหรือคน บางทีอาจช่วยให้พิจารณาตัดสินใจตอบคำถามได้ง่ายขึ้น ว่าผีหรือคนกันแน่ที่เรากลัว เราต้องระวังตัวจากผีหรือคน

จะบอกว่าชอบเทคนิคการเล่าเรื่องผีของซีรีส์สมัยนี้ มันไม่ได้เล่าแค่ความหลอนความน่ากลัว แต่สิ่งที่นำเสนอคือ นัยยะแฝง ไม่ใช่ทุกคนที่จะเคยเจอผี แต่ชีวิตเราทุกคนต้องเจอคน ซึ่งคนก็มีหลายรูปแบบ รับมือได้หรือไม่คือสเกลที่วัดความน่ากลัวของคน ด้วยโลกที่มาถึงปี 2020 อีกไม่กี่วันก็เป็นปี 2021 เทคโนโลยี นวัตกรรมต่าง ๆ มันล้ำหน้าเกินกว่าจะมางมงายกับเรื่องไสยศาสตร์ แต่ลองคิดให้เป็นวิทยาศาสตร์ดูสิ ถ้าเกี่ยวกับคน วิทยาศาสตร์นั้นเรียกว่า “จิตวิทยา” มันอธิบายได้หมดว่าทำไมเราถึงถูกผีหรือคนเล่นงาน

เวรกรรม ไม่เคยทรยศใคร

ปกติไม่ใช่คนที่อินอะไรกับศาสนามากขนาดนั้น แต่สิ่งหนึ่งที่ยังอินและยังศรัทธาอยู่ คือเวรกรรม (แต่ไม่อินเรื่องเวรกรรมติดจรวด) ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม เวรกรรมยังทำหน้าที่ของมันเสมอ ถึงอาจจะใช้เวลานานหน่อยก็เถอะ คนเราหนีจากสิ่งที่เคยทำไว้ไม่พ้น แค่ต้องลุ้นว่ามันจะมาในรูปแบบใด

ภาพจาก WeTV

หลายครั้งที่เราเองก็รู้สึกหมดศรัทธาในเวรกรรมอยู่เหมือนกัน สาเหตุก็คือ “รอนานเกินไป” ก็ยังไม่เห็นว่าเวรกรรมจะตามใครได้ แต่ที่ยังผูกเราไว้กับความเชื่อที่ว่าเวรกรรมมีอยู่จริงก็เพราะเคยยืนยันได้ด้วย “ตัวเราเอง” จนในที่สุดก็ได้ไอเดีย เราไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังในชีวิตของคนอื่นทุกอย่างว่าเขาเคยทำอะไรมาบ้าง เรารู้แค่ตัวของเราเอง เพราะฉะนั้น เวรกรรมอาจจะตามสนอง จนมันกลายเป็นปัญหาหนักใจของเขาแล้วก็ได้ เขาก็คงรู้แล้วว่ากำลังโดนเวรกรรมเล่นงานในสิ่งที่เป็นกรรมของเขา

เอาเป็นว่านี่คือครั้งแรกที่ได้ลองดูซีรีส์ประเทศอื่นนอกจากซีรีส์ที่เคยดูมา บอกเลยว่าประทับใจ ถึงตอนแรกจะแปลก ๆ หน่อยเพราะไม่ชินกับภาษาอินโดนีเซีย แต่ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตย่อมมีครั้งแรกเสมอ แค่ต้องเปิดใจ และอาศัยความอดทนนิดหน่อย เดี๋ยวเราก็จะชินกับมันเองนั่นแหละเนอะ :S