เกือบหนึ่งปีแล้ว ที่ประชากรโลกใช้ชีวิตร่วมอยู่กับ COVID-19 สถานการณ์ในแต่ละประเทศก็ยังขึ้น ๆ ลง ๆ ตัวเลขผู้ติดเชื้อทั่วโลกที่ยืนยันแล้ว ข้อมูล ณ วันที่ 24 พ.ย. 63 อยู่ที่ 58,729,645 ราย เสียชีวิตไปแล้ว 1,389,244 ราย และผู้ที่รักษาหาย จำนวนอยู่ที่ 37,543,781 ราย
ถึงตัวเลขผู้ติดเชื้อรวมทั่วโลกจะยังคงน่ากลัว แถมสถานการณ์ในหลาย ๆ ประเทศก็ยังไม่ดีขึ้นสักเท่าไร ประเทศที่พอจะมีหวังก่อนหน้านี้ ก็เริ่มมีการระบาดระลอกใหม่ ๆ มาให้ตื่นเต้นอีก แต่ ณ วันนี้ก็ยังดีที่พอจะมีข่าวดี ๆ มาให้ใจชื้นขึ้นบ้าง Tonkit360 จึงรวบรวมข่าวดีที่เกิดขึ้นในโลกมาฝากกัน
วัคซีน Pfizer ประสิทธิภาพพร้อมใช้งานแล้ว
เป็นข่าวดีของโลกในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่มีข่าวต่างประเทศหลายสำนัก และสำนักข่าวในประเทศออกมาประกาศข่าวดีว่าวัคซีน Pfizer-BioNTech ประสบความสำเร็จในการทดลองขั้นสุดท้าย ซึ่งมีประสิทธิภาพถึง 95 เปอร์เซ็นต์ และไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียง โดยอาจจะได้รับอนุมัติจากเจ้าหน้าที่ทั้งทางฝั่งสหรัฐฯ และยุโรปเพื่อใช้วัคซีนนี้ได้ในเดือนหน้า คาดว่าจะส่งมอบได้ก่อนวันคริสต์มาส
สหรัฐอเมริกา เยอรมนี และสหราชอาณาจักร เริ่มใช้วัคซีน COVID-19 เร็วที่สุดเดือนธันวาคม
ผู้นำประเทศในกลุ่ม G20 ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกันหลังจากที่เสร็จสิ้นการประชุมทางไกล ซึ่งในปี 2020 นี้ ประเทศซาอุดิอาระเบียเป็นเจ้าภาพ ใจความระบุว่ากลุ่ม G20 นั้นจะไม่ลดละความพยายามที่จะสร้างความเชื่อมั่นว่าประชาชนทุกประเทศทั่วโลกจะต้องเข้าถึงวัคซีนป้องกัน COVID-19 และการรักษาโรคอย่างทั่วถึงเท่าเทียมกัน ไม่ทอดทิ้งให้ประชาชนในประเทศยากจนอย่างแน่นอน โดยจะร่วมมือกันอย่างจริงจังเพื่อเอาชนะความท้าทายนี้
ซึ่งสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และเยอรมนีก็ได้ประกาศแผนที่จะเริ่มฉีดวัคซีนให้กับประชากรในประเทศในเดือนธันวาคม ส่วนสเปนจะเริ่มฉีดวัคซีนให้กับประชาชนในเดือนมกราคมปีหน้า
สำหรับสหราชอาณาจักร สามารถอนุมัติวัคซีน Covid-19 ของ Pfizer-BioNTech เร็วที่สุดในสัปดาห์นี้ ตามด้วยสหรัฐอเมริกา หลังจากที่ผลการทดสอบขั้นสุดท้ายพบอัตราความสำเร็จอยู่ที่ 95 เปอร์เซ็นต์ โดยไม่มีผลข้างเคียงที่รุนแรงดังที่กล่าวแล้วข้างต้น ส่วนสหรัฐอเมริกา ก็ให้ข้อมูลว่าชาวอเมริกันกลุ่มแรกที่ได้รับวัคซีนสามารถรับวัคซีนได้ทันทีในวันที่ 11 หรือ 12 ธันวาคม
ที่เยอรมนีจะเริ่มฉีดวัคซีน COVID-19 ได้ในเดือนธันวาคมเช่นกัน และยังให้ข้อมูลอีกว่าสเปนและเยอรมนีจะเป็นประเทศแรก ๆ ในสหภาพยุโรปที่มีแผนการฉีดวัคซีนให้กับประชาชน
หมายเหตุ ประเทศกลุ่ม G20 ประกอบด้วยซาอุดิอาระเบีย อาร์เจนตินา ออสเตรเลีย บราซิล แคนาดา จีน ฝรั่งเศส เยอรมนี อินเดีย อินโดนีเซีย อิตาลี ญี่ปุ่น เม็กซิโก รัสเซีย แอฟริกาใต้ เกาหลีใต้ ตุรกี สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป
รัสเซียไม่ยอมน้อยหน้า ประกาศประสิทธิภาพ Sputnik V เห็นผล 95 เปอร์เซ็นต์
หลังจากที่ก่อนหน้านี้ รัสเซียเคยออกมาแถลงว่า วัคซีน COVID-19 ที่มีชื่อว่า สปุตนิค 5 (Sputnik V) นั้นพร้อมใช้งานมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม ล่าสุดก็ออกมาประกาศข่าวดีให้คนทั่วโลกได้รู้ว่าผลวิเคราะห์เบื้องต้นจากข้อมูลการทดสอบทางคลินิกรอบที่ 2 ยืนยันว่า วัคซีนสปุตนิค 5 มีประสิทธิภาพในการป้องกัน COVID-19 สูงถึง 95 เปอร์เซ็นต์ ใกล้เคียงกับวัคซีนโมเดอร์นา (Moderna) จากแอสตร้าเซนเนก้าและมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ดของสหรัฐอเมริกา ที่ทางรัสเซียภาคภูมิใจมากว่าสปุตนิค 5 นั้น เก็บก็ง่าย ราคาก็ถูก ที่สำคัญ ประสิทธิภาพดี!
และแน่นอนว่าประชาชนรัสเซียจะได้รับวัคซีนนี้ฟรี ๆ ตามนโยบายของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินด้วย
กระทรวงสาธารณสุขเผยข่าวดีกับคนไทย จะได้ฉีดวัคซีนกันกลางปีหน้า
มาดูข่าวดีของประเทศไทยกันบ้าง อัปเดตล่าสุดจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ที่จัดงานแถลงข่าว “ผลการทดสอบวัคซีน COVID-19 และการจองวัคซีนล่วงหน้าของประเทศไทย” เมื่อวันที่ 24 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยวัคซีนที่รัฐบาลไทยทำข้อตกลงไว้ คือวัคซีนจากบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ร่วมกับมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด (Oxford University) ที่ประสบความสำเร็จเกินข้อกำหนดขององค์การอนามัยโลก (WHO) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีประสิทธิภาพสูงสุดอยู่ที่ 90 เปอร์เซ็นต์ คาดว่าคนไทยน่าจะได้ใช้วัคซีนตัวนี้กันกลางปีหน้า
จุฬาฯ คาดว่าจะทดลองวัคซีน COVID-19 ในมนุษย์ เมษายนปีหน้า
มาที่วัคซีนสัญชาติไทย ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นผู้ทำการวิจัยและผลิต ความคืบหน้าขณะนี้กำลังจองโรงงานวัคซีน เพื่อผลิตวัคซีนต้นแบบสำหรับการทดลองในคน คาดว่าจะเริ่มทดลองระยะที่ 1 ได้ในเดือน เม.ย. 64 หากสำเร็จ คาดว่าจะทดลองในคนระยะที่ 2 ช่วงเดือน มิ.ย. และถ้าวัคซีนมีประสิทธิผล จะไม่ทดลองในระยะที่ 3 แล้ว เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีเดียวกันกับต่างประเทศที่พัฒนาแล้วได้ผล ทำให้คาดว่าประเทศไทยจะผลิตวัคซีน COVID-19 ใช้เองได้ช่วงปลายปี 2564






























