ไข่ที่ “ระเบิด” ในไมโครเวฟ เกิดจากอะไร อันตรายแค่ไหนกัน?

ภาพจาก Pixabay

เป็นเรื่องที่หลาย ๆ คนทราบดี ว่าการปรุงเมนู “ไข่” ในไมโครเวฟ โดยเฉพาะการต้มไข่ หรือการอุ่นไข่ต้มให้ร้อนนั้น สามารถทำให้ไข่ “ระเบิด” ได้ แต่กระนั้นก็ยังมีหลายคนที่ไม่ทราบ หรือทราบแต่ไม่เข้าใจ หรือทราบแต่ไม่แคร์ก็เลยไม่ทันได้คิดให้ดี Tonkit360 จึงจะมาอธิบายหลักการระเบิดของไข่แบบง่าย ๆ ซึ่งมีสิ่งเกี่ยวข้อง คือ ลักษณะของไข่ และการทำงานของไมโครเวฟ

เรื่องของ (เปลือก) ไข่

เปลือกไข่ มีสารประกอบสำคัญคือแคลเซียมคาร์บอเนต หรือที่เรารู้จักกันในนามหินปูน มีลักษณะแข็งเรียบติดแน่นอยู่กับเยื่อหุ้มไข่ชั้นนอก ปกติแล้วความหนาของเปลือกไข่จะขึ้นอยู่กับขนาดของไข่ โดยไข่ที่ฟองใหญ่จะมีเปลือกหนากว่าไข่ที่ฟองเล็กกว่า แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ๆ ในการเลี้ยงแม่ไก่ อีกทั้งที่เปลือกไข่จะมีรูเล็ก ๆ ขนาดที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าอยู่เป็นจำนวนมากมาก โดยความหนาของเปลือกไข่นั้นหนาไม่ถึง 1 มิลลิเมตรด้วยซ้ำ

ในขณะเดียวกัน ส่วนประกอบภายในไข่ทั้งฟอง มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลักมากถึง 66 เปอร์เซ็นต์

หลักการทำงานของไมโครเวฟ

ไมโครเวฟ เป็นอุปกรณ์ที่สร้างคลื่นไมโครเวฟ (คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ไม่ต้องอาศัยตัวกลางในการเคลื่อนที่) จากพลังงานไฟฟ้ามาทำให้อาหารร้อน ซึ่งไมโครเวฟที่ใช้กันทั่วไปขนาด 800 วัตต์ จะมีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความถี่ราว 2.45 GHz (2.45 x 109 เฮิรตซ์) หรือมีความยาวประมาณ 12.2 เซนติเมตร เมื่อคลื่นไมโครเวฟถูกส่งออกมา ความถี่ของคลื่นจะทำให้โมเลกุลของอาหารสั่นสะเทือน โดยเฉพาะส่วนที่มีของเหลวเป็นส่วนประกอบ (น้ำหรือไขมัน)

แรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นทำให้เกิดความร้อนภายในอาหารที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบอย่างสม่ำเสมอ โมเลกุลของอาหารที่มีองค์ประกอบของน้ำและไขมันจะดูดกลืนคลื่นไมโครเวฟแล้วแปรสภาพเป็นความร้อนในอาหาร จนทำให้อาหารนั้นถูกอุ่นร้อนได้ อย่างไรก็ตาม ไมโครเวฟเป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในการอุ่นอาหารที่ปรุงสุกแล้วมากกว่านำมาประกอบอาหารให้สุก

การระเบิดของไข่ในไมโครเวฟ

ตามหลักฟิสิกส์แล้ว การระเบิดของไข่ในไมโครเวฟเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เป็นปกติ เกี่ยวเนื่องกับลักษณะของไข่และการทำงานของไมโครเวฟ โดยการต้มไข่ในไมโครเวฟ ไข่จะได้รับคลื่นไมโครเวฟ จนทำให้โมเลกุลของของน้ำภายในไข่ภายเกิดความร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนที่เป็นน้ำจะเริ่มเดือด แล้วเกิดเป็นไอน้ำอวลอยู่ภายในเปลือกไข่ (เหมือนไอน้ำที่เกิดขึ้นหลังจากต้มน้ำจนเดือด) แต่ไอน้ำที่เกิดขึ้นนั้นไม่สามารถระบายออกไปได้ เพราะมีเปลือกไข่หุ้มอยู่ เมื่อสะสมเข้าจนถึงจุดหนึ่งจึงทำให้เปลือกไข่ที่ไม่ได้หนาอะไรมากแตก แล้วเกิดการระเบิดจากภายในอย่างรุนแรง

พูดง่าย ๆ ก็คือ เมื่อไข่ได้รับพลังงานจากคลื่นไมโครเวฟ เกิดเป็นความร้อนขึ้นภายในไข่ แรงดันจากไอน้ำที่หาทางออกไม่ได้สูงมาก จนเปลือกไข่ไม่สามารถทนต่อแรงดันนั้นได้ จึงระเบิดขึ้นนั่นเอง

อีกกรณี เป็นการอุ่น “ไข่ต้มสุก” แล้ว ก็ทำให้เกิดการระเบิดได้เช่นกัน แต่หลายคนอาจสงสัยว่าไข่ที่สุกแล้ว ภายในก็แข็งหมดแล้ว เหตุใดมันยังระเบิดได้?

แม้ว่าของเหลวภายในไข่จะจับตัวเป็นกลุ่มก้อนจนแข็งแล้ว แต่ยังคงมีถุงน้ำเล็ก ๆ กระจายอยู่บริเวณของสารอาหารประเภทโปรตีน ไข่ต้มที่ถูกอุ่นให้ร้อนอีกครั้งจึงเกิดการระเบิดด้วยเหตุผลเดียวกับไข่ดิบ คลื่นไมโครเวฟทำให้โมเลกุลของน้ำในไข่ต้มเกิดการสั่นสะเทือนจนกลายเป็นพลังงานความร้อน ทำให้ถุงน้ำภายในไข่มีอุณหภูมิสูงขึ้นและมีความดันมากขึ้น ความดันที่ไม่สามารถระบายออกได้ภายใต้เปลือกไข่ เมื่อยังคงถูกรบกวนด้วยคลื่นไมโครเวฟต่อไป ถุงน้ำที่เดือดพร้อมกันก็พร้อมจะระเบิดทันที

อย่างไรก็ตาม ไข่ที่ระเบิดในไมโครเวฟนั้นจะระเบิดสิ้นสุดเพียงครั้งเดียว ดังนั้น การเปิดประตูไมโครเวฟออกมา แล้วเกิดเหตุการณ์ไข่เกิดระเบิดซ้ำนั้นเป็นไปไม่ได้ตามกฎของฟิสิกส์ เนื่องจากเปลือกไข่ที่เป็นชั้นนอกสุดของตัวระเบิดนั้น ไม่มีน้ำและความดันให้เกิดการแตกอีกแล้ว จึงไม่ต้องกลัวว่ามันจะระเบิดใส่หน้า เว้นเสียแต่ว่า คุณจะเปิดประตูไมโครเวฟในจังหวะเดียวกันกับที่ไข่ระเบิดแบบพอดิบพอดี แต่สิ่งที่น่ากังวลมากกว่าก็คือ ความสกปรกเลอะเทอะของไข่ที่ระเบิดติดเต็มไมโครเวฟ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายในการทำความสะอาดมากกว่า

กลไกง่าย ๆ ในการเกิดระเบิด แล้วทำให้เปลือกนอกของสสารแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ เช่นไข่นี้ พบได้ใน “มันฝรั่ง” เช่นกัน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าเราจะใช้ส้อมเจาะเปลือกมันฝรั่งให้ทะลุก่อนนำเข้าไมโครเวฟทุกครั้ง เพื่อที่แรงดันไอน้ำที่ก่อตัวขึ้นภายใต้เปลือกของมันฝรั่งสามารถระบาดออกมาได้ เราจึงได้มันฝรั่งที่สุกร้อนเรียบร้อยโดยที่ไม่ระเบิดไปเสียก่อน

เมื่อรู้ดังนี้แล้ว การป้องกันอาหารระเบิดในไมโครเวฟ จึงต้องหลีกเลี่ยงการนำอาหารที่มีเปลือกห่อหุ้ม แล้วด้านในเป็นของเหลว เพื่อไม่ให้เกิดแรงดันไอน้ำก่อตัวขึ้นจนดันให้เปลือกที่หุ้มอยู่นั้นแตกออกมา

ดังนั้น หากต้องการเมนูไข่จากไมโครเวฟล่ะก็ ควรตอกไข่ออกมาก่อนใส่ในภาชนะที่เหมาะสม ที่ไม่มีส่วนประกอบของโลหะ จากนั้นเจาะไข่แดง (คิดไว้ว่าเป็นหลักการเดียวกับมันฝรั่ง) ก่อนนำเข้าไมโครเวฟ แล้วกะเวลากับความร้อนให้ดี หรือจะเลี่ยงไปปรุงเมนูไข่ในรูปแบบอื่น ที่ไม่มีเปลือกไข่ห่อหุ้มน้ำอยู่เลย อย่างไข่ตุ๋น (ไข่ถูกตีให้เข้ากับน้ำและเครื่องปรุงไปแล้ว) เป็นต้น

แต่ทางที่ดีที่สุด คือการปฏิบัติตามคู่มือแนะนำการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายใด ๆ ขึ้น

ข้อมูลจาก : ชัวร์ก่อนแชร์, ศูนย์ความเป็นเลิศด้านฟิสิกส์, Live Science, EurekAlert