Home Inspiration ชีวิตติดลูกหนัง บ่ายวันนั้นกับ “พี่ตั้ว” ศรัณยู

บ่ายวันนั้นกับ “พี่ตั้ว” ศรัณยู

ภาพไว้อาลัยพี่ตั้ว โดยคุณประภาส ชลศรานนท์

บ่ายวันนั้นเมื่อประมาณสิบกว่าปีที่แล้วเห็นจะได้ ผมมีนัดสำคัญที่ Saffron ร้านดังบนถนนพระอาทิตย์ เพื่อสัมภาษณ์พระเอกและผู้กำกับชื่อดังอย่าง “พี่ตั้ว” ศรัณยู วงษ์กระจ่าง สาเหตุเพราะตอนนั้นทีมข่าวกีฬาต้องทำเรื่องส่งให้เซคชั่น “ปริทรรศน์” ในหน้าหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวันอันโด่งดัง

เนื่องจากมีผู้แนะนำว่า “พี่ตั้ว” เป็นแฟนกีฬาตัวยงเหมือนกัน เราจึงได้ทำการนัดหมายกันผ่านผู้จัดการของแก เพื่อจะได้คุยเกี่ยวกับเรื่องความคลั่งไคล้ที่มีต่อทีมโปรดของ “พี่ตั้ว” นั่นเอง

พอได้นัดกับศิลปินที่อยู่ในดวงใจมาเนิ่นนาน ผมก็นึกถึงกิตติศัพท์ความโด่งดัง ความหล่อของ “พี่ตั้ว” จากพี่สาวผมที่เคยเล่าให้ฟังว่า ฮอตขนาดข้ามรั้วคณะสถาปัตย์ จุฬาฯ มาถึงโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา สาว ๆ รุ่นน้องหลายคนต้องไปคอยติดตาม บ้างแอบไปซุ่มชะโงกดู

ส่วนผมเองก็ชื่นชมผลงาน “พี่ตั้ว” แบบเข้าเลือดเข้าเนื้อเป็นไอดอลมาตั้งแต่เรื่อง “ระนาดเอก” ถ้าใครยังจำได้ “เก้าอี้ขาวในห้องแดง” หรือ “อวสานเซลส์แมน” ที่เล่นกับ “พี่อ๊อฟ” พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง ถือว่าเป็นผลงานระดับมาสเตอร์พีซทั้งนั้น

สารภาพเลยว่าสมัยก่อนตอนผมเพิ่งเข้ามหาวิทยาลัยได้ ก็ได้รับแรงบันดาลใจอยากจะเท่จาก “พี่ตั้ว” นี่แหละครับ ในการพยายามไว้ผมยาวประต้นคอ ทั้ง ๆ ที่ตัวเองผมหยักศก ไว้ก็ลำบากเพราะมันจะฟู แถมใส่เสื้อตัวใหญ่ ๆ ทำกระแดะไปอย่างนั้น ไม่รู้ว่าดูได้หรือไม่ได้ยังไง บ้าไปตามศิลปินที่เรารัก

ถึงวันที่ได้สัมภาษณ์ “พี่ตั้ว” จริง ๆ เข้าก็ตื่นเต้นพอสมควร แกเดินเข้าร้านมา ผมรีบทักทายและแนะนำตัวเอง ปรากฏว่า ศรัณยู วงษ์กระจ่าง ตัวจริงไม่มีมาดอวดตัว อวดความเป็นซูเปอร์สตาร์เลยแม้แต่น้อยนิด ทั้ง ๆ ที่ชื่อเสียงโด่งดังระดับประเทศ ฝีไม้ลายมือไม่ต้องพูดถึง มีความเป็นกันเองและติดดินอยู่มาก

เหมือนคนธรรมดาที่สามารถถอดหัวโขนนักแสดงออกวางไว้ได้สิ้น

วันนั้น “พี่ตั้ว” คุยกับผมอย่างเป็นกันเองเรื่องความคลั่งไคล้ในทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของแก นาทีนั้นแววตาแห่งความสนุกสนานในวัยหนุ่มของแกดูจะลุกโชนกลับมาอีกครั้ง

ยิ่งตอนพูดถึงกลุ่มนักเตะชุด “Class of 90” อย่างเดวิด เบคแฮม, พอล สโคลส์ และพี่น้องตระกูลเนวิลล์ ภายใต้การดูแลของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ทุกอย่างยิ่งชัดเจน หัวใจที่เทให้กับทีม “ปีศาจแดง” นั้นผ่านประสบการณ์มาทั้งความผิดหวังและสมหวังมากมาย จากยุค “ขบถลูกหนัง” อย่าง จอร์จ เบสต์ ในช่วงทศวรรษที่ 70 มาจนถึงยุค 90 ของ “แข้งศิลปิน” อย่างเอริค คันโตน่า ซึ่งเป็นหนึ่งในนักเตะที่พี่ตั้วชื่นชอบที่สุด

เวลาในวันนั้นผ่านไปเร็วเหลือเกินครับ ผมยังได้รู้ในตอนนั้นด้วยว่า “พี่ตั้ว” เองเป็น “นักกีฬา” ตัวยงเหมือนกัน ชอบเล่นฟุตบอล เล่นมาตั้งแต่สมัยอยู่โรงเรียนสวนกุหลาบ พอเข้าจุฬาฯ มีเล่นรักบี้เพิ่มเติมอีกด้วย ไม่ได้มีเฉพาะมุมศิลปินหรือนักแสดงอย่างเดียวเท่านั้น

ไม่แปลกหรอกที่ “พี่ตั้ว” จะมีเพื่อนฝูงที่รักใคร่ชอบพอมากมาย ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะน้ำใจนักกีฬา และความเป็นนักสู้ของแกนั่นแหละครับ

วันนั้นคือวันเดียวที่ผมได้พบและพูดคุยอย่างใกล้ชิดกับพระเอกตลอดกาลขวัญใจของผม ศรัณยู วงษ์กระจ่าง เหมือนโชคชะตาขีดให้ได้มาชื่นชมกันเพียงเท่านั้น

ถึงวันนี้ “พี่ตั้ว” ด่วนจากไปเสียแล้ว ขอให้พักผ่อนให้สงบ โลกนี้คงเหมือนละครโรงใหญ่ที่พี่เล่นมาแล้วครบทุกบทบาท สุดท้ายผลงานและความดีของพี่ จะอยู่ในใจผู้คนไปตลอดกาลครับ.