
คงต้องขอสารภาพบาปไว้ ณ ที่นี้เลย ว่าวีคนี้งานเยอะ จึงไม่มีเวลามานั่งพิถีพิถันเลือกซีรีส์เรื่องที่อยากจะดูจริง ๆ เกณฑ์การเลือกในวีคนี้ก็เลยเป็นเรื่องที่เพิ่งจะออนแอร์ มีจำนวนตอนน้อย ๆ เพราะช่วยลดเวลาดูไปได้เยอะ ไถ (มือถือ) ไปไถมา เลยตัดสินใจเลือก “My Unfamiliar Family” ที่เพิ่งออนแอร์ไปแค่ 2 ตอนมาดู ใช้เวลาแค่ 2 ชั่วโมงกว่า ๆ ก็ดูจบแล้ว
My Unfamiliar Family เป็นซีรีส์เกาหลีแนวครอบครัว เล่าเรื่องราวของชีวิตที่เติบโต เวลาที่อยู่กับครอบครัวก็น้อยลง เพราะต่างคนต่างก็ต้องแยกย้ายไปมีชีวิตของตัวเอง มีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ มีสังคม ได้รู้จักคนมากมาย ทำให้ความสำคัญของคนในครอบครัวก็เริ่มน้อยลงทุกที จากที่เคยนั่งกินข้าวด้วยกัน นั่งดูทีวีด้วยกัน นอนห้องเดียวกัน กลายเป็นคนแปลกหน้า ที่อยู่บ้านเดียวกัน แต่แทบไม่เคยคุยกันเลย
ตรงกันข้ามกับสังคมนอกบ้าน ที่ทำให้รู้สึกอบอุ่นได้มากกว่า “เพื่อน” หรือ “แฟน” กลายเป็นครอบครัวที่เราเล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ให้ฟังมากกว่าคนในครอบครัวซะอีก บางคนกินข้าวบ้านเพื่อนบ่อยกว่ากินข้าวกับพี่สาวน้องชายที่บ้าน รวมถึงยังเล่าความลับต่าง ๆ ที่พ่อแม่จะรู้ไม่ได้ หรือ “เรื่องที่บ้าน” ก็อยู่ในวงสนทนากับเพื่อนฝูงเหมือนกัน
รอยร้าวในครอบครัว สมานได้ตัวการเปิดใจ
ครอบครัวนี้ประกอบด้วยสมาชิก 5 คน พ่อ แม่ ลูกสาวคนโต ลูกสาวคนกลาง และน้องชายคนเล็ก พี่สาวคนโต อายุประมาณ 40 แต่งงานกับหมอจึงย้ายออกไปอยู่กับสามี ลูกสาวคนกลาง อีกไม่กี่ปีก็จะ 40 นางเคยถูกแฟนเก่าหักหลังอย่างแรง ก็เลยเป็นโสดมาตลอด 5 ปี ทำแต่งาน และย้ายออกมาอยู่คนเดียว ส่วนน้องชายคนเล็ก เรียนจบแล้ว เข้ากรมรับใช้ชาติจนออกมาแล้ว อายุน่าจะประมาณ 25-30 ปี อยู่บ้านกับพ่อแม่ มีอาชีพใครจ้างก็ทำ แต่ส่วนใหญ่จะทำอยู่กับ (อดีต) เพื่อนของพี่สาวคนกลาง ที่จ้างเป็นจ็อบ ๆ ไป ซึ่งฮีก็นับถือเพื่อนของพี่สาวเหมือนพี่ชายแท้ ๆ ด้วย

เรื่องเล่าผ่านลูกสาวคนกลาง เปิดเรื่องมาก็ทำเอาจุก เพราะ “ฉันก็เคยทำแบบนี้แหละ” แม่โทรหานางช่วงที่กำลังไปทำงาน อย่างที่บอกว่านางทำแต่งาน นางก็เลยดุแม่ว่าอย่าโทรมาตอนที่กำลังจะไปทำงานสิ เพราะเป็นช่วงที่ไม่มีสติมากพอ แม่งอนจ้า เพราะนางเล่นห้ามโทร “ตอนไปทำงาน ตอนกำลังประชุม ตอนกินข้าว และตอนทำ OT” แม่เลยจัดชุดใหญ่ “สรุปให้ฉันโทรหาแกได้ตอนไหน ถ้าจะไม่รับสายกันอย่างน้อยก็ช่วยโทรกลับหน่อย เทียบกับแม่คนอื่น ๆ ฉันไม่ได้โทรหาแกบ่อยเลย” เชื่อได้เลยว่าหลายบ้านเป็นแบบนี้ เราเองก็คนนึง
สาเหตุที่แม่โทรหา ก็เพราะมีเรื่องสำคัญที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของแม่กับพ่อจะบอก อยู่ด้วยกันจนมีลูก 3 คน อายุก็ถึงวัยเกษียณกันแล้ว แต่เพิ่งจะตัดสินใจเด็ดขาดที่จะยุติความสัมพันธ์ ถึงนางจะดูตกใจ แต่ก็ไม่ได้แปลกใจ เพราะนางก็คงรู้ดีว่าความสัมพันธ์ของพ่อกับแม่กระท่อนกระแท่นมาแต่ไหนแต่ไร

ความสัมพันธ์ของนางกับพี่น้องคนอื่นนั้น กับพี่สาวคนโตไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่จากเหตุการณ์หนึ่ง ถึงขั้น “ตัดขาดกัน” ตลอด 5 ปี ไม่เคยเจอหน้า ไม่เคยโทรหา เวลาที่แม่นัดก็ต้องนัดแยกกัน และที่สำคัญ เรื่องพ่อกับแม่ นางกับพี่สาวก็แบ่งฝ่ายกันชัดเจน พี่คือลูกรักพ่อ แต่นางอยู่ข้างแม่ ส่วนกับน้องชายคนเล็ก ก็ดูเข้าได้ดีกับพี่สาวทั้ง 2 แม้ว่าพี่สาวคนโตจะดูเย็นชาและห่างเหินมากก็ตาม
รอยร้าวของครอบครัวนี้ทั้งพ่อกับแม่ พ่อแม่กับลูก และพี่กับน้องชวนให้คนดูอึดอัดตาม แต่ยังไง พวกเขาก็คือ “สายเลือดเดียวกัน” 3 พี่น้องกลับมาสุมหัวกันอีกครั้ง เพราะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับพ่อ นางกับพี่สาวเลยกลับมาคุยกันอย่างเปิดอก ขอโทษขอโพยเรื่องเมื่อ 5 ปีก่อน เป็นอันว่ารอยร้าวนี้ค่อย ๆ ถูกสมานเข้าด้วยกัน อย่างไรก็ตามมันก็ยังเหลือร่องรอย ที่อาจจะกลับมาร้าวอีกก็ได้ใครจะรู้
ความห่างเหิน คือตัวการ
การที่สมาชิกในครอบครัวห่างเหินกัน ทำให้คนในครอบครัวกลายเป็น “คนแปลกหน้า” ลูก ๆ รู้ว่าความสัมพันธ์ของพ่อแม่ไม่ค่อยดี แต่ไม่มีใครรู้อะไรไปมากกว่านั้น วันที่นาง (คนกลาง) ทะเลาะกับพี่สาว เป็นวันที่พี่สาวก็สูญเสีย ทำให้นางรู้สึกผิดมาตั้งแต่นั้น เพราะตลอดชีวิตความเป็นพี่น้อง พี่ไม่เคยเล่าอะไรให้ฟัง นางรู้เรื่องของพี่สาวจากคนอื่นมาตลอด เวลามีเรื่องอะไรนางก็เลยจะปรึกษาเพื่อนหรือรุ่นพี่ที่ทำงานแทน ทั้งที่มีทั้งพ่อ แม่ พี่สาว และน้องชาย แม้กระทั่งเรื่องผิดพลาดที่เกิดขึ้น นางก็เลือกจะเล่าให้กับอดีตเพื่อน ที่เพิ่งเปิดใจคืนดีกัน มากกว่าจะปรึกษาครอบครัว
ส่วนครอบครัวของพี่สาวคนโตก็บาดหมางกับสามี เพราะ “ยังไม่มีลูก” และเริ่มมีมือที่ 3 ที่ 4 เข้ามา ทุกตัวละครจึงมีแต่ความสัมพันธ์ที่ห่างเหินชวนกระอักกระอ่วน

อีกสิ่งที่ซีรีส์เรื่องนี้เล่าได้ดี คือการเปรียบเทียบบุคลิกตามลักษณะทางจิตวิทยาของพี่น้องได้อย่างชัดเจน ลักษณะของลูกคนโต โดยเฉพาะคนโตที่เป็นผู้หญิง สนิทกับพ่อบึ้งตึงกับแม่ แถมมีน้องอีก 2 คน

ลักษณะของลูกคนกลาง มีทั้งพี่ทั้งน้องแต่ก็ยังโดดเดี่ยว สนิทกับแม่เพราะคิดว่าพ่อรักพี่สาวมากกว่า

และลักษณะของลูกคนเล็ก ถึงอายุอานามจะไม่ใช่เด็ก แต่พี่ ๆ ทั้ง 2 ก็ยังไม่ไว้ใจเพราะมองว่าเป็นเด็กไม่รู้จักโต ทั้งที่ฮีก็ไม่ใช่คนเสเพล เอาการเอางานดีอีกต่างหาก แต่กลับมองพี่สาว 2 คนด้วยสายตาเอือมระอา เพราะการแสดงออกของพวกเธอทั้งต่อกันและต่อพ่อแม่ที่ทำเอาน้องชายกุมขมับ นี่จึงทำให้ 3 พี่น้องดูจะมีปัญหาในการเข้าหากันมากกว่าเดิม
อีกอย่างที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทุกคนห่างเหินกัน คือ “ความพยายามจะยืนให้ได้ด้วยขาของตัวเอง” คนโตแต่งงานมีครอบครัวแล้ว คนกลางก็กำลังสร้างตัว ส่วนคนเล็กยังอยู่กับพ่อแม่ เพราะไม่กล้าที่จะไปไหนเพราะไม่มีงานประจำ ส่วนพ่อกับแม่ก็บึ้งตึงใส่กัน ด้วยความสัมพันธ์ที่เปราะบางเกินไป
ที่เลือกเรื่อง My Unfamiliar Family มา เพราะคิดว่าคงเป็นแนวครอบครัวที่มีปัญหาเหมือนละครไทย แต่ไม่ใช่เลย ปัญหาของพ่อแม่ไม่ได้ทำให้ลูกเสียคน ทุกคนเอาถ่าน ถึงจะไม่ใช่ครอบครัวที่รวย พ่อเป็นคนขับรถสิบล้อ แม่เป็นแม่บ้าน แต่ก็ไม่ได้มีปัญหาเรื่องเงิน ส่งลูกเรียนจบปริญญากันทุกคน ซีรีส์เรื่องนี้จึงบอกเล่าปัญหาที่ลึกซึ้งกว่านั้น ปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ มากกว่าที่จะเล่าปัญหาของแต่ละบุคคล
เมื่อได้ดูครบ 2 ตอน เราก็เลยเริ่มที่จะกลับมาคิดว่าเราเองก็กำลังห่างเหินกับครอบครัวอยู่หรือเปล่า วีคนี้งานเยอะก็เลยกลับบ้านดึกตลอด แทบไม่ได้กินข้าวกับที่บ้าน แถมตอนแม่โทรหาก็กินข้าวอยู่เพราะหิวจัด เลยแอบพูดไม่ค่อยดีจนแม่งอน แล้วก็ยังไม่มีโอกาสได้คุยกันอีก ทั้งที่วันนั้นแม่ส่งขนมมาให้ แต่อย่างน้อยวีคนี้ก็ยังมีเรื่องให้ได้ปลื้มใจ เพราะร้อยวันพันปีรู้สึกเหมือนเป็นลูกคนเดียวมาตลอด จนกระทั่งได้ของฝากและช็อกโกแลตจากน้องชาย
คุยกับคนในครอบครัวดี ๆ นะคะ เพราะสังคมข้างนอกจะหาเมื่อไหร่หากี่คนก็ได้ แต่ครอบครัวมีได้เพียงหนึ่ง และก็หาใครมาแทนไม่ได้ด้วย @_@






























