5 วิธีฝึกทักษะ ทำงานภายใต้ “แรงกดดัน”

ภาพจาก freepik.com

คุณสมบัติอย่างหนึ่งที่สำคัญและจำเป็นสำหรับพนักงานคือ “ทักษะการทำงานภายใต้แรงกดดัน” เนื่องจากชีวิตการทำงาน “แรงกดดัน” เป็นสิ่งที่แทบจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อคุณต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก คุณจะควบคุมอารมณ์และจิตใจให้ทำงานออกมาดีได้หรือไม่? สามารถตัดสินใจแก้ปัญหาได้ดีแค่ไหน? คุณจึงจำเป็นต้องฝึกทำงานภายใต้แรงกดดัน เพื่อให้งานมีประสิทธิภาพมากที่สุด ด้วย 5 วิธีต่อไปนี้ ซึ่งถ้าทำได้ คุณก็เป็น “มืออาชีพ” ได้ไม่ยาก

1. จัดลำดับความสำคัญ

การประเมินความสำคัญของงานจะช่วยลดแรงกดดันลงได้ เพราะเมื่อรู้ว่าต้องทำอะไรก่อน จะช่วยให้คุณโฟกัสกับสิ่งที่กำลังทำได้ดีขึ้น เมื่องานชิ้นนี้เสร็จไป คุณจะรู้สึกได้ถึงความสำเร็จ และมีความมั่นใจที่จะลงมือทำงานชิ้นต่อไป นอกจากนี้ คุณควรกล้าที่จะปฏิเสธงานที่เข้ามาแบบกะทันหันบ้าง อย่ารับงานมาโดยที่ไม่แน่ใจว่าจะทำทันหรือไม่ ถ้าหากงานคุณล้นมือเกินไป อาจทำให้งานของคุณไม่มีประสิทธิภาพ หรืออาจจะไม่ได้งานเลยก็ได้!

ที่จริงแล้ว มนุษย์เราสามารถทำงานให้ออกมาดีและมีประสิทธิภาพมากที่สุดแค่ทีละอย่าง ดังนั้น หากยังจัดลำดับความสำคัญไม่ได้ ให้ลองใช้ “ตารางไอเซนฮาวร์ (Eisenhower’s Matrix)” มาช่วยจัดลำดับการทำงาน

  • สำคัญและเร่งด่วน (Important & urgent)
  • สำคัญแต่ไม่เร่งด่วน (Important, but not urgent)
  • ไม่สำคัญแต่เร่งด่วน (Urgent, but not important)
  • ไม่สำคัญและไม่เร่งด่วน  (Not important, not urgent)

2. เปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับแรงกดดัน

สิ่งที่ยากที่สุดในการทำงานภายใต้แรงกดดัน คือทัศนคติของคุณเอง ก่อนอื่นคุณต้องเปลี่ยนความคิดว่าแรงกดดันที่เกิดขึ้นเป็นความท้าทายที่คุณต้องเอาชนะให้ได้ ซึ่งถ้าคุณมีความมั่นใจอีกสักนิดว่าคุณจะผ่านช่วงยากลำบากนี้ไปได้ ก็จะช่วยให้คุณมีกำลังใจในการทำงานมากขึ้น เมื่อจิตใจของคุณแน่วแน่ชัดเจน คุณก็จะสามารถคิดวิธีแก้ปัญหาได้มากกว่ามาพะว้าพะวังกับปัญหานั่นเอง

3. ฝึกใช้สติและมีสมาธิ

หัวใจสำคัญในการทำงานภายใต้แรงกดดัน คือการควบคุมตนเองให้ได้ ดังนั้น คุณจึงควรฝึกใช้สติและมีสมาธิให้มากขึ้น เพราะสติและสมาธิจะช่วยเพิ่มความสามารถในการควบคุมตนเองภายใต้แรงกดดันได้ดีขึ้นเมื่อต้องทำงานต่อในสภาพที่จิตใจไม่พร้อมเท่าที่ควร ซึ่งถ้าหากคุณสติแตก ก็ยิ่งทำให้คุณไปต่อไม่ถูก และกดดันมากกว่าเดิม นอกจากนี้สติและสมาธิก็ช่วยในการปรับตัวให้เข้าสู่ภาวะพร้อมทำงานได้เพิ่มขึ้นด้วย

4. เก็บประสบการณ์และทบทวนตัวเองในช่วงที่ผ่านมา

“ประสบการณ์ คือ ครูที่ดีที่สุด” ฉะนั้น หากคุณผ่านสภาวะที่ยากลำบากนี้ไปได้ด้วยดี ก็แปลว่าคุณเติบโตและก้าวหน้าไปได้อีกขั้นแล้ว และหากคุณลองกลับมาทบทวนวิธีการรับมือกับความกดดัน วิธีแก้ปัญหา และการควบคุมอารมณ์ของตนเองในสภาวะคับขันในช่วงที่ผ่านมา จะทำให้คุณรู้ข้อบกพร่องที่ต้องปรับปรุง และได้เรียนรู้การพัฒนาวิธีรับมือให้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

5. เตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอ

สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณรับมือกับปัญหาต่าง ๆ ได้ดีคือ คุณจะต้องพร้อมในการทำงานทุกวัน เช่น นอนหลับอย่างเพียงพอ กินอาหารที่มีประโยชน์ในมื้อเช้า ออกกำลังกายบ้างในวันหยุด สิ่งเหล่านี้จะทำให้ร่างกายของคุณกระฉับกระเฉงอยู่ตลอดเวลา ที่สำคัญ อย่าละเลย Work-Life Balance คือ สร้างสมดุลระหว่างเวลาทำงานและเวลาพักผ่อนให้เหมาะสม เพราะการทำงานที่หนักเกินไปจะทำให้เหนื่อยล้า เกิดความเครียดสะสม และทำให้คุณเบื่อง่ายกว่าปกติ