ความร้ายกาจของ “น้ำตาล” กับการนอนหลับ

น้ำตาลคือตัวการ ความหวานคือปีศาจ ในข้อนี้เราต่างรู้กันดี แต่ถึงอย่างไรความรู้เหล่านี้ก็ไม่สามารถหยุดยั้งเราจากการบริโภคน้ำตาลในชีวิตประจำวันได้ ทั้งการเติมในชาหรือกาแฟที่ดื่มทุกวัน ฯลฯ

การบริโภคน้ำตาลที่มากเกินไป นำไปสู่น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น ทำให้ฟันผุ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน แต่นอกจากนั้นยังพบอีกว่าน้ำตาลมีผลต่อการนอนหลับ รวมไปถึงการนอนไม่หลับจะทำให้ร่างกายคุณต้องการน้ำตาลมากขึ้น

จากการศึกษาเรื่องนี้ในปี 2016 พบว่าคนที่บริโภคอาหารที่มีส่วนผสมของน้ำตาลในปริมาณมากมักจะนอนน้อยลงและมีอาการกระสับกระส่ายในช่วงกลางคืน ตามที่นายแพทย์ ไมเคิล บรูส นักจิตวิทยาคลินิก ผู้เชี่ยวชาญทางด้านความผิดปกติเกี่ยวกับการนอนหลับ บอกว่า “การรับน้ำตาลที่มากเกินไปจะส่งผลการควบคุมระดับน้ำตาลในร่างกายไม่สมดุล และมีแนวโน้มที่จะกินมากขึ้น ซึ่งส่งผลต่อการนอนหลับและการนอนหลับที่ไม่เพียงพอจะทำให้คุณอยากน้ำตาลมากขึ้น ประจบวนเวียนอย่างสมบูรณ์

เมื่อเรากินน้ำตาลเข้าไป ระดับน้ำตาลในเลือดของเราจะเพิ่มขึ้น ทำให้ตับอ่อนหลั่งอินซูลินเพื่อให้น้ำตาลกลับเข้าสู่ระบบเซลล์เพื่อนำกลับมาแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานให้ร่างกาย นั่แปลว่าการบริโภคน้ำตาลในปริมาณมากในตอนกลางคืนจึงทำให้คุณนอนไม่หลับเพราะได้รับพลังงานร่างกายเพิ่มจึงทำให้ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่พึงเกิดขึ้นเพราะในปกติเวลากลางคืนคือช่วงของการพักผ่อนร่างกาย

ควรหลีกเลี่ยงช็อกโกแลตช่วงดึกเพราะมีคาเฟอีนและสารกระตุ้นอื่น ๆ

นายแพทย์พอล เคลลี นักวิจัยรูปแบบการนอนของมนุษย์ ยอมรับถึงความเชื่อมโยงของปริมาณการบริโภคน้ำตาล แต่ในประเด็นนี้มีข้อมูลและหลักฐานอยู่สองด้าน คือ การกินของหวานทำให้เรานอนไม่หลับ และ อาการนอนไม่หลับทำให้เรามีแนวโน้มกินน้ำตาลมากขึ้น

slice of cake on plate beside cappuccino

ซึ่งโดยปกติทั่วไป ผู้ใหญ่ต้องการเวลานอนอย่างน้อย 7 ชั่วโมงต่อวัน หากน้อยกว่านั้นร่างกายจะเรียกหาพลังงานระยะสั้นจากการรับประทาน ซึ่งหากได้รับอาหารที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายมันจะส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ ปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับเป็นปัญหาใหญ่ในตอนนี้ กฎง่าย ๆ ที่ควรทำตามคือ งดการกินให้ได้ 2 ชั่วโมงก่อนเข้านอน รวมถึงหลีกเลี่ยงคาเฟอีนและไม่ดูทีวีก่อนเข้านอนอย่างน้อย 1 ชั่วโมง

ในทางชีวเคมีน้ำตาลมีบทบาทที่สำคัญอย่างมากต่อร่างกาย เมื่อระดับพลังงานร่างกายต่ำทำให้คุณต้องรับน้ำตาลเพิ่มเปรียบเหมือนไม้ค้ำยัน อีกทั้งน้ำตาลยังมีผลต่ออารมณ์อีกด้วย กล่าวคือเมื่อเราไม่มีความสุขในชีวิตเรามักจะมองหาสิ่งที่จะช่วยให้อารมณ์เราดีขึ้น และน้ำตาลคือหนึ่งในตัวเลือกนั้น

ปริมาณน้ำตาลในเลือดที่ไม่สมดุลและเหวี่ยงไปมาเป็นเหมือนกับรถไฟเหาะ ทำให้ตับอ่อนของเราทำงานหนัก แต่ยังมีอาหารที่มีเส้นใยประเภทอื่น ๆ ที่ให้น้ำตาลกับร่างกายได้เหมือนกัน เช่น ขนมปัง มันฝรั่ง อาหารประเภทนี้จะให้น้ำตาลกับร่างกายในปริมาณที่เหมาะสม ซึ่งเป็นผลดีต่อตับอ่อนทำให้มันไม่ต้องทำงานหนัก

มีอาหารอีกหลากหลายชนิดที่เป็นผลดีต่อร่างกายและช่วยเรื่องการนอนหลับ เช่น อาหารที่มี ทริพโตเฟน (กรดแอมิโนจากธรรมชาติ) เช่น ถั่ว ธัญพืช หรืออาหารจำพวกที่มีคาร์โบไฮเดรตและโปรตีน ทริพโตเฟน สามารถช่วยสร้างสารสื่อประสาท เซโรโทนิน หรือ ฮอร์โมนส์แห่งความสุข เป็นผลดีอย่างมากสำหรับการนอนหลับ

การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายในแต่ละวันจำเป็นอย่างมาก โดยเริ่มจากอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีนในมื้อเช้าเพื่อต่อต้านความผันผวนของระดับน้ำตาลในเลือด ในระหว่างวันยิ่งคุณพึ่งพาความหวานและคาเฟอีนน้อยเท่าใดการนอนหลับก็ยิ่งมีปัญหาน้อยลงเท่านั้น นอกจากการกินอาหารที่มีประโยชน์แล้ว การออกกำลังกาย เช่น การวิ่งในตอนเย็น ก็ช่วยให้เรานอนหลับง่ายยิ่งขึ้นอีกด้วย

 

ที่มา : The Guardian