การเคลื่อนไหวทางสังคม หรือในภาษาอังกฤษคือ Social Movement เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้ในทุกประเทศ
วันเปลือยอกสากล “Go Topless Day” และ แคมเปญ “Free the nipple”
แม้กฎหมายจะบัญญัติให้สตรีมีความเสมอภาคเยี่ยงชาย และมีความเท่าเทียมแห่งสิทธิเหมือนบุรุษก็ตาม แต่ภายใต้ความเสมอภาคดังกล่าว ไม่อาจปฏิเสธความจริงได้ว่า หลายประเทศยังคงแนวคิดชายเป็นใหญ่ นี่จึงทำให้ผู้หญิงหลายคนลุกขึ้นมา เรียกร้องสิทธิความเท่าเทียมกันทางเพศระหว่างชายหญิง ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือการรณรงค์ให้ผู้หญิงเปลือยอกได้อย่างเสรี โดยในวันที่ 26 สิงหาคมของทุกปี องค์กรสตรีที่มีชื่อว่า Go Topless ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี 2007 ได้จัดให้เป็นวันเปลือยอกสากล หรือ Go Topless Day

ซึ่งวัตถุประสงค์ก็คือ เพื่อเรียกร้องสิทธิความเท่าเทียมกันทางเพศ ให้ผู้หญิงสามารถเดินเปลือยอกได้อย่างเปิดเผย โดยไม่มองว่าเป็นการกระทำอนาจารหรือสื่อถึงเรื่องเพศ เช่นเดียวกันกับ แคมเปญ Free the nipple หรือสิทธิในการเปิดเผยร่างกายโดยไม่ต้องมีกฎหมายเซ็นเซอร์กำกับ เหนืออื่นใด การเปลือยอกในที่สาธารณะของนิวยอร์กถือว่าไม่ผิดกฏหมาย มาตั้งแต่ปี 1992 ขณะที่กฏหมายของหลายรัฐในอเมริกาได้ยินยอมให้ผู้หญิงเปลือยอกแล้ว
ทั้งนี้ ผลการวิจัยจากคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยเบซองซง ประเทศฝรั่งเศส ยังพบว่า กลุ่มผู้หญิงที่ไม่ใส่บราเลยตลอด 2 ปี ส่วนใหญ่บอกว่าพวกเธอรู้สึกได้ชัดเจนถึงความเปลี่ยนแปลง โดยมีอาการปวดหลังน้อยลงและยังหายใจได้สะดวกยิ่งขึ้น ทำให้นักวิจัยได้ข้อสรุปว่าอันที่จริงแล้วร่างกายมนุษย์ ออกแบบมาเพื่อให้มีสรีระแบบนี้โดยธรรมชาติ จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องหาเสื้อผ้ามาประคองรูปทรงให้ยุ่งยาก
อย่างไรก็ดีหากการไม่ใส่เสื้อชั้นใน ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น ตลอดจนไม่หลุดกรอบความเหมาะสมของสังคม และยังอยู่ในบรรทัดฐานของคำว่ากาลเทศะ ส่วนตัวผู้เขียนก็คิดว่าการโนบรา #nobra ถือเป็นเรื่องของสิทธิและเสรีภาพส่วนบุคคล รวมถึงเป็นรสนิยมการแต่งตัวของผู้หญิงแต่ละคนด้วยเช่นกัน แล้วคุณล่ะ? คิดอย่างไรถ้าผู้หญิงไม่ใส่เสื้อชั้นใน






























