ความไม่พอใจเนื่องมาจากการขาดความเข้าใจ รวมไปถึงปัญหาของการสื่อสารและอารมณ์ในขณะนั้นระหว่างคนไข้และหมอเกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน เพียงแต่เราจะรับรู้ได้เฉพาะกรณีที่เป็นข่าวและมีภาพให้เห็นเท่านั้น ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว เหตุการณ์เหล่านี้จะปรากฏให้เห็นว่าฝ่ายผู้ป่วยทึกทักวู่วามไปเองและโวยวายอาละวาดถึงการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาล
เหตุการณ์ทำนองนี้มักเกิดขึ้นและถูกกระหน่ำแชร์อยู่หลายครั้งหลายหน ยิ่งในยุคที่ใครต่อใครก็มีกล้องที่ถ่ายรูปหรือบันทึกวิดีโอ หลายครั้งที่ความใจร้อนและความอดทนต่ำเกิดขึ้นสติขาดผึงลุกขึ้นมาโวยวายต่อว่าบุคลากรในโรงพยาบาลถ่ายคลิปวิดีโอประจานเสีย ๆ หาย ๆ หวังว่าโลกออนไลน์จะเข้าข้างตนเอง แต่เจอกระแสตีกลับก็แค่ลบคลิปทิ้งแล้วตีเนียนไม่รู้ไม่ชี้เท่าทุนไป แต่หากรายไหนรุนแรงมากไปหน่อยก็ต้องถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาลฟ้องร้องกันไป
ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกิดจากภาวะใจร้อนในขณะนั้น การมาติดต่อที่โรงพยาบาลแน่นอนว่าถ้าไม่เจ็บไข้ได้ป่วยก็คงไม่มา เพราะฉะนั้น สิ่งที่ผู้ป่วยหลาย ๆ คน (หรือญาติผู้ป่วย) คิด คือกรณีของตนเองเร่งด่วน จำเป็นต้องได้รับการบริการที่เร็วที่สุด โดยอาจไม่ทันได้คิดเหมือนกันว่ากรณีอื่น ๆ ที่มาโรงพยาบาลก็น่าจะอาการหนักไม่ต่างกัน ในบางรายคือฉุกเฉินและวิกฤติกว่า นี่ยังไม่พูดถึงลำดับการบริการ (ในกรณีที่ไม่ได้มีเหตุฉุกเฉินรุนแรง) ว่าเขาอาจจะมาก่อนและรออยู่นานแล้วเหมือนกัน
และอีกกรณีที่ไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ ผู้ป่วยหลายคนมีความเข้าใจว่าหมอ “ว่าง” อยู่ตลอด ช่วงเวลาที่ตนเองต้องนั่งรอ หมอเอาเวลาไปกินข้าว หากคิดลึก ๆ อีกสักทีน่าจะเข้าใจว่านั่นอาจเป็นข้าวคำแรกของวันหรือในสองวันของหมอคนนั้น หมอเองก็เป็นคน ทำงานก็ควรจะได้กินข้าวเหมือนกัน และหมอก็อาจจะทำงานหนักมาทั้งวันโดยเพิ่งได้กินข้าว แน่นอน หลังจากกินข้าวคำนั้นแล้ว หมอต้องทำงานต่อ ข้าวคำนั้นอาจจะเป็นข้าวคำแรกและคำเดียวในวันนั้นก็ได้ หมอจำเป็นต้องกิน ไม่เช่นนั้นคงได้เป็นลมล้มพับไปก่อนจะรักษาผู้ป่วย
เคยมีกรณีของผู้ปกครองรายหนึ่งที่พาลูกไปหาหมอซึ่งต้องรอการตรวจ ในขณะที่หมอกำลังดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินรายอื่น ๆ อยู่ ผู้ปกครองรายนี้เกิดความไม่พอใจเพราะทึกทักเอาเองว่าหมอนั้นมีเวลาว่างไม่ได้ติดธุระกับคนไข้รายอื่นอยู่ จึงถ่ายรูปและโพสต์ต่อว่าหมอในทางเสียหาย และเรื่องจบด้วยการถูกหมอคนดังกล่าวแจ้งความฟ้องหมิ่นฯ สิ้นทรัพย์กันไป
.jpg)
ทั้งนี้ เหตุการณ์ในทำนองนี้ที่เกิดขึ้นเพราะคนส่วนใหญ่ยังขาดความเข้าใจในลำดับของการปฏิบัติงานทางการแพทย์และการรักษา อย่างเช่น การเข้ารับการรักษาในทางเร่งด่วนหรือฉุกเฉินซึ่งในขณะนั้นบุคลากรอาจมีการดูและผู้ป่วยคนอื่น ๆ ที่อยู่ในขั้นที่วิกฤติหรือฉุกเฉินกว่า
แต่ซึ่งเข้าใจได้ด้วยการที่อาการเจ็บป่วยบางอย่างไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดที่ส่งผลให้มีความวิตกกังวลอย่างมากจึงทำให้มีความต้องการเข้ารับการตรวจอย่างเร็วที่สุดซึ่งก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการจึงเกิดเรื่องขึ้นเพราะความไม่พอใจได้สำหรับผู้เข้ารับบริการบางคน
การโวยวายจนเกิดความเดือดร้อนแต่ผู้อื่นนั้นนอกจากจะยิ่งทำให้เสียเวลาลามไปเรื่องอื่น ๆ ได้อีกด้วย ซึ่งหากทำความเข้าใจกันทุกฝ่ายจะเห็นได้ว่าการรองรับทั้งจำนวนบุคลากรทางการแพทย์และจำนวนผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษานั้นไม่สอดคล้องกัน ซึ่งสำหรับบางอาการนั้นเป็นไปได้ว่าสามารถปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนและรอการตรวจกับหมอได้ภายหลัง และแน่นอนว่าสิ่งสำคัญคือการสื่อสารเมื่อทำการตรวจแล้วในเรื่องของข้อแนะนำและการรับยานั้นต้องฟังอย่างละเอียด โดยอาจสรุปทวนจากหมออีกครั้งได้ เพื่อการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพและไม่คลาดเคลื่อน






























