
กรณีปาร์ตี้วันเกิดดีเจมะตูมที่มีการติดเชื้อ COVID-19 (โควิด-19) เป็นกลุ่มก้อน และมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เกิดข้อสงสัยต่อสังคมว่าเหตุใดไทม์ไลน์ของบุุคคลที่ติดเชื้อบางคนจึงไม่ให้ข้อมูลที่ครบถ้วน ซึ่งในจำนวนนั้นมีอาชีพนักร้อง นักแสดง และเจ้าหน้าที่รัฐรวมอยู่ด้วย
จะติดเพิ่มอีกเท่าไร? เมื่อปกปิดไทม์ไลน์
ข้อมูลไทม์ไลน์ที่ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ไม่ได้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่สอบสวนโรคนั้น ไม่ใช่แค่วันสองวัน แต่กินระยะเวลานาน 7-11 วันเลยทีเดียว แม้ว่าระยะเวลาในการฟักตัวของเชื้อโควิด-19 ที่มีอาการชัดเจนนั้นอยู่ระหว่าง 2- 7 วัน แต่ที่ผ่านมาเคยพบว่า หลังผ่าน 14 วันไปแล้ว สามารถตรวจพบเชื้อโควิดได้เช่นกัน
ดังนั้น หากช่วงเวลาดังกล่าว บุคคลเหล่านั้นไม่ได้มีการกักตัวหรือพบแพทย์ เนื่องจากไม่ทราบว่าตนเองติดโควิด-19 ก็ยิ่งมีโอกาสเพิ่มความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อให้กับคนรอบข้างมากขึ้นไปด้วย

ทั้งนี้ ผู้ป่วย 1 คน สามารถแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้เฉลี่ย 2-4 คน ขึ้นอยู่กับความแออัดของผู้คน แต่หากเป็น Super Spreader อย่างที่หลายคนกังวล นั่นหมายความว่าการแพร่กระจายเชื้อจะขยายวงกว้างมากขึ้น จากผู้ป่วย 1 คน จะสามารถแพร่กระจายเชื้อให้กับผู้อื่นได้มากกว่า 20 คน โดยกรณีของดีเจมะตูม ล่าสุดมีผู้ติดเชื้อไปแล้ว 26 ราย ซึ่งยังไม่นับรวมผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 113 ราย และมีผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำอีก 53 ราย ที่ยังรอการสอบสวนโรค
แต่สิ่งที่น่ากลัวไปยิ่งกว่านั้น บางคนอาจเป็น Silent Spreader โดยไม่รู้ตัว เนื่องจากมีหลายคนที่ไม่ได้แสดงอาการป่วยใด ๆ ออกมา เหมือนเช่นรายของดีเจมะตูมที่ไม่มีอาการ แต่ทราบว่าเพื่อนที่มาร่วมงานติดโควิด-19 จึงได้ไปตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาล
ความผิดทางกฎหมาย ฐานปกปิดข้อมูล
แม้ว่าผู้ป่วยที่ปกปิดข้อมูลไทม์ไลน์จะมีเหตุผลส่วนตัวในการไม่เปิดเผยข้อมูลใด ๆ ให้กับเจ้าหน้าที่สอบสวนโรค และพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 มาตรา 10 ให้ความคุ้มครอง โดยระบุไว้ว่า “ข้อมูลจากการสอบสวนโรคจะต้องเก็บเป็นความลับและประมวลผลโดยไม่เปิดเผยชื่อ และเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่ออาจเปิดเผยข้อมูลบางส่วนซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยได้รับคำยินยอมจากเจ้าของข้อมูลได้”
แต่ไม่ได้หมายความว่า การไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่สอบสวนโรคเป็นสิ่งที่พึงกระทำได้ ซึ่งกรณีดังกล่าวถือว่ามีความผิด และกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขเห็นว่าพฤติกรรมเหล่านี้เข้าข่ายฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 และกฎหมายอื่น ๆ ดังต่อไปนี้

1. มีความผิดฐานขัดขวางหรือไม่อำนวยความสะดวกแก่เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ตามมาตรา 55 แห่งพ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ซึ่งมีสิทธิ์ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท
2. มีความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนได้รับความเสียหาย ตามมาตรา 137 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นอกจากนี้ สถานที่ใช้จัดงานเลี้ยงสังสรรค์อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนการห้ามจัดกิจกรรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค และไม่จัดให้มีมาตรการป้องกันโรคตามที่ราชการกำหนด รวมถึงกรณีบุคคลที่ร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ดังกล่าวอาจเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนการห้ามทำกิจกรรมหรือมั่วสุมกันในสถานที่แออัด ซึ่งเป็นมาตรการตามข้อกำหนดตามมาตรา 9 แห่งพ.ร.ก.ฉุกเฉินพ.ศ.2548
โดยอาจต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เนื่องจากกรุงเทพมหานครถือเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด ตามคำสั่งของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เมื่อวันที่ 3 ม.ค.2564
ความรับผิดชอบต่อสังคมต้องมี!
ณ ตอนนี้ ผู้ติดเชื้อสะสมในไทยพุ่งไปกว่า 16,000 รายแล้ว ซึ่งสถานการณ์โควิด-19 ในบ้านเราจะคลี่คลายลงได้หรือไม่นั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการรักษาของแพทย์หรือวัคซีนเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความร่วมมือร่วมใจของคนในสังคมด้วย เพียงแค่ทุกคนมีความรับผิดชอบต่อตัวเองและสังคม ก็ช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อได้แล้ว
และถ้าไม่มั่นใจว่าสักวันหนึ่งจะเจอแจ็คพอตต้องมาเปิดเผยไทม์ไลน์ของตัวเอง ซึ่งอาจเป็นเรื่องที่คนอื่นไม่ควรรู้ ก็ควรดูแลตัวเองให้ดี เพื่อจะได้ไม่ถูกสังคมประณามว่าเห็นแก่ตัวและไร้จิดสำนึกต่อสังคม
“หากคุณมีความลับเยอะ และไม่อยากถูกเปิดเผยไทม์ไลน์ จงใส่หน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง หมั่นล้างมือ”































