Home Trending Story Trend ในประเทศ ย้อนคดีอุบัติเหตุสะเทือนจิตใจกระเพื่อมสังคม

ย้อนคดีอุบัติเหตุสะเทือนจิตใจกระเพื่อมสังคม

ข่าวคราวในสังคมไทยมักมีคดีอุบัติเหตุที่มีผู้ถูกพรากชีวิตและสูญเสียอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งหลายคดีก็เป็นไปตามกระบวนการถูกต้องตามกฎหมาย แต่ก็มีอีกไม่น้อยที่คดียังไม่คืบหน้าหรือทางฝ่ายเหยื่อไม่ได้รับการเยียวยาได้เท่าที่ควร

หนึ่งคดีที่โด่งดังเป็นอย่างมากที่ถูกรื้อฟื้นขึ้นมาพูดถึงความคืบหน้าอยู่ตอนนี้อย่าง แพรวา9ศพ จากคืนวันที่ 27 ธันวาคม 2553 กรณีวัยรุ่นสาวนามว่า แพรวา ในขณะนั้น ควบรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค เฉี่ยวชนรถตู้โดยสารบนทางยกระดับโทลล์เวย์ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 9 ราย โดยเหตุการณ์ข้างต้นนี้ล่วงเลยเวลามากว่า 9 ปีแล้ว โดยหลังเกิดเหตุเป็นข่าวใหญ่โตที่ใครต่อใครต่างพูดถึง

ซึ่งล่าสุดหนึ่งในผู้เคราะห์ร้ายได้โพสต์ไล่เลียงความอัดอั้นตันใจหลังประสบเหตุ รวมถึงการไม่ได้รับการเยียวยาที่ดีพอจากผู้ก่อเหตุ โดยระบุว่าตั้งแต่เกิดเหตุ นาสาวแพรวาได้เข้ามาพบตนเพียงครั้งเดียว และไม่เคยมาตามคำเรียกของศาลเลยเพียงสักครั้งโดยส่งตัวแทนมาเท่านั้น

คดีแพรวา 9 ศพนี้ เป็นเพียงหนึ่งในคดีที่สะเทือนใจต่อผู้คนในสังคม นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายคดีที่เป็นข่าวคึกโครมก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้างในช่วงระยะเวลาหนึ่งก่อนจะเงียบหายไป ซึ่ง Tonkit360 ได้รวบรวมมาไว้ดังนี้

หมูแฮม

เหตุการณ์อุบัติเหตุและความรุนแรงนี้เกิดขึ้นเมื่อ 4 กรกฎาคม 2550 กรณีนายหมูแฮม หรือ นายกัณฑ์พิทักษ์ ปัจฉิมสวัสดิ์ บุตรชายของอดีตนางสาวไทย ปี 2527 ตกเป็นจำเลยในข้อหา ทำร้ายร่างกาย และ ฆ่าผู้อื่น โดยการลงมือใช้ก้อนหินทุบหน้าคนขับรถเมล์และขับรถชนผู้โดยสารที่ยืนบนทางเท้าจนมีผู้เสียชีวิต

โดยทางครอบครัวของ หมูแฮม พยายามต่อสู้ว่าผู้ก่อเหตุมีอาการชักเกร็งตั้งแต่เด็กรวมถึงเป็นโรคอารมณ์แปรปรวนและหุนหันพลันแล่น มีผลให้ไม่สามารถบังคับตัวเองได้

ผลของคดีสิ้นสุดลงที่ศาลพิพากษาจำคุกโดยไม่รอลงอาญาหมดสิ้นอิสรภาพในเรือนจำ โดยมีข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า หมูแฮม ยังเคยมีประวัติเสพยาเสพติดหลายชนิดจนถึงเกิดเหตุ

เสี่ยเบนซ์

หนึ่งในคดีสะเทือนใจสังคมเมื่อ นายเจนภพ วีรพร ฉายาเสี่ยเบนซ์ เนื่องจากกรณีนายเจนภพ ควบรถหรูยี่ห้อเบนซ์พุ่งชนท้ายรถเก๋ง บนถนนพหลโยธินในอำเภอบางปะอิน เป็นเหตุให้รถผู้เคราะห์ร้ายพลิกคว่ำและเกิดไฟลุกไหม้คลอก 2 นักศึกษาปริญญาโทเสียชีวิต 2 ราย เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2559

โดยการดำเนินคดีทางกฎหมายลงโทษจำเลยฐานเสพแอมเฟตามีนขณะขับรถเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ลงโทษจำคุก 6 ปี แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ เหลือโทษจำคุก 4 ปีโดยไม่รอลงอาญา

ทายาทกระทิงแดง

อีกหนึ่งข่าวคึกโครมสะเทือนสังคม หลังนายบอส หรือ นายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มชูกำลังชื่อดัง ควบรถสปอร์ตตีนผี เฟอร์รารี่ ด้วยความเร็วสูงพุ่งชน ดาบตำรวจวิเชียร กลั่นประเสริฐ ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์และลากไปไกลกว่า 200 เมตร เป็นเหตุให้ดาบตำรวจวิเชียร เสียชีวิตคาที่ ในวันที่ 3 กันยายน 2555

และกลายเป็นข่าวโด่งดังอย่างมาก ด้วยความที่ผู้ก่อเหตุเป็นทายาทผู้มีฐานะ รวมถึงการไม่ให้ความร่วมมือในการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ สร้างความไม่พอใจแก่สังคมอย่างมาก ทั้งการส่งตัวปลอมเข้ามอบตัวโดยบอกว่าเป็นผู้ก่อเหตุ และไม่ปรากฏตัวร่วมมือให้คดีลุล่วงไปด้วยดี

จนวันนี้ล่วงเลยมาว่าเกือบ 7 ปี นายวรยุทธยังลอยนวล เนื่องจากหนีไปใช้ชีวิตสุขสบายที่ต่างประเทศ เพื่อหวังประวิงเวลาให้คดีทั้งหมดของตนหมดอายุความ

เห็นได้ชัดว่าการทัดทานและบทลงโทษทางสังคมกลายมาเป็นตัวแปรสำคัญในการทำให้กระบวนการทางกฎหมายสามารถเดินหน้าต่อไปได้ ถึงแม้ว่าคดีจะผ่านล่วงเลยเวลามาระยะหนึ่งแล้ว มาตรการทางสังคมจะเป็นส่วนช่วยให้ผู้คนไม่ลืมว่าเหตุที่เคยเกิดขึ้นมาจากใครบ้าง