Home Uncategorized สิงคโปร์ สนุกดี (ตอนที่ 4)

สิงคโปร์ สนุกดี (ตอนที่ 4)

สิงคโปร์ สนุกดี (ตอนแรก)
สิงคโปร์ สนุกดี (ตอนที่ 2)
สิงคโปร์ สนุกดี (ตอนที่ 3)
สิงคโปร์ สนุกดี (ตอนที่ 5)
สิงคโปร์ สนุกดี (ตอนที่ 6)
สิงคโปร์ สนุกดี (ตอนที่ 7)
สิงคโปร์ สนุกดี (ตอนที่ 8)
สิงคโปร์ สนุกดี (ตอนที่ 9)
สิงคโปร์ สนุกดี (ตอนจบ)

สัปดาห์นี้จะพาไปเที่ยว Landmark ใหม่ของ “สิงคโปร์” กันครับ

หลังสงกรานต์ที่ผ่านมา เชื่อได้ว่าบรรดาแฟนพันธุ์แท้ “สิงคโปร์” คงจะได้ไปเยี่ยมเยียน Jewel Changi Airport ที่ถือเป็น Landmark ใหม่ของ “สิงคโปร์”

ซึ่งหากพูดถึง Landmark ของ “สิงคโปร์” แล้ว เจ้าสิงโตพ่นน้ำ Merlion ถือเป็น Landmark รุ่นบุกเบิก และ “สิงคโปร์” ได้สร้าง Landmark ใหม่ๆ ที่ขยับออกมาไกลจากเจ้า Merlion มาหลายสิบปีแล้ว

ไม่ว่าจะเป็น Gardens by the Bay, Cloud Forest, Singapore Flyer, Marina Bay Sands Skypark, Waterfront Promenade, The Southern Ridges, Esplanade Theatres on the Bay, Supertree Grove, The Helix Bridge, OCBC Skyway, Flower Dome, Night Safari และที่สำคัญก็คือ Universal Studios

โดย Landmark ล่าสุดของ “สิงคโปร์” นั้นมีชื่อว่า Jewel Changi Airport ดังได้กล่าวไปในข้างต้น

Hi-light ของ Jewel Changi Airport ก็คือการก่อสร้าง “น้ำตกในอาคารที่สูงที่สุดในโลก” Rain Vortex ในลักษณะ “ป่ากลางเมือง” Forest Valley

อาจจะเป็นปมด้อยของประเทศที่มีทรัพยากรน้อย หรือประเทศที่มีภูมิประเทศทะเลทรายกระมัง ที่มักประดิษฐ์ เนรมิต “ป่าไม้” และ “แหล่งน้ำ” ขนาดมหึมาขึ้นมาด้วยฝีมือมนุษย์ เพื่อชดเชยสิ่งที่ขาดหายไป หรือไม่มี

ตรงกันข้ามกับประเทศที่อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติและที่ดินทำกินกว้างใหญ่ไพศาลมักไม่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ “ป่าไม้” และ “แหล่งน้ำ”

อันที่จริง Jewel Changi Airport นั้นไม่มีอะไรมากไปกว่า “อาคารเชื่อมสนามบิน” ทั่วไป ที่เรามักเห็นร้านรวงมากมาย เอาไว้บริการนักเดินทาง

Jewel Changi Airport ก็เช่นเดียวกัน เพราะมันคือห้างสรรพสินค้าที่ตั้งอยู่ภายในอาคารเอนกประสงค์หลังใหม่ ภายในสนามบินชางงี ที่วางขายสินค้าระดับ Luxury ลงมาจนถึงร้านขายของที่ระลึก และ Fast food มากถึง 280 ร้าน และกว่า 60% ของจำนวนร้านทั้งหมดล้วนเป็นยี่ห้อใหม่ที่ไม่เคยเปิดให้บริการที่ชางงีมาก่อน ส่วนอีกเกือบ 30% จะเป็นร้านบริการอาหารและเครื่องดื่ม Brand ชั้นนำ โรงหนัง โรงแรม พื้นที่กิจกรรมอื่นๆ อีกมากมายภายในนั้น

ความอลังการงานสร้าง ของ “น้ำตก” ใน Jewel Changi Airport ก็คือ การออกแบบระบบปั๊มน้ำจากถังเก็บน้ำใต้อาคารแล้วสูบขึ้นไปปล่อยเป็นน้ำตกจากหลังคาของตัวอาคาร

โดยแหล่งน้ำดิบที่ใช้ คือน้ำฝนที่เก็บกักเอาไว้เวลาที่ฝนตกนั่นเอง

ถือเป็นการออกแบบอาคารและระบบเพื่อเอื้อต่อการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้คุ้มค่าที่สุดของ “สิงคโปร์” ดังที่ผมได้กล่าวไปนั่นเองครับ

ในส่วนของการออกแบบตกแต่งภายในของตัวอาคาร Jewel Changi Airport นั้น นอกจาก Hi-light ของ Jewel Changi Airport คือ “น้ำตกในอาคารที่สูงที่สุดในโลก” ความสูง 40 เมตร ปริมาณน้ำที่ไหลลงมา 38,000 ลิตรต่อนาที จากยอดโดมที่สร้างจากกระจกจำนวน 9,000 ชิ้น ที่ชั้น 5 ลงสู่บ่อพื้นบริเวณชั้นใต้ดิน แล้ว

จะมีรถไฟฟ้าที่วิ่งเข้ามารับ-ส่งผู้โดยสารจากอาคารผู้โดยสารหลังต่างๆ ภายในสนามบินอีกด้วยครับ

Jewel Changi Airport ออกแบบโดย Safdie Architects ของ Moshe Safdie สถาปนิกชื่อดังก้องโลก ภายใต้แนวคิด การผสมผสานระหว่างสวนสาธารณะและห้างสรรพสินค้าที่แปลกใหม่ลงตัว

Jewel Changi Airport มีมุมสวยๆ ให้ Selfie เยอะมาก แต่หากเป็นช่วงหัวค่ำตั้งแต่ 19.00 น. เป็นต้นไปจะยิ่งสวยมากขึ้นเป็นพิเศษ เพราะจะมีการเปิดไฟพร้อมทั้งการแสดงแสงสีเสียงประกอบการยิงเลเซอร์บนม่านน้ำตกแห่งนี้ทุกค่ำคืน