
“ชาติอาเซียนจะจับมือจัดฟุตบอลโลกปี 2034 !” นี่คือประเด็นที่สื่อทุกสำนักนำเสนอจากการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
จริงๆแล้วข่าวนี้ไม่ใช่เรื่องฮือฮาหรือเป็นประเด็นใหม่อะไรเลยครับ เพราะที่ผ่านมา ก็มีข่าวชาติในอาเซียนเปรยที่จะทำแบบนี้มาแล้ว ทั้งไทยเรา อินโดนีเซีย รวมถึงมาเลเซีย ซึ่งในฐานะคนไทยยังไงก็ขอชูมือสนับสนุนและหวังว่ามันจะออกมาเป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่เพราะคำพูดลอยๆของเหล่าผู้บริหารประเทศเท่านั้น
อย่างไรก็ดี การจะไปถึงจุดนั้นมันไม่ง่าย เพราะปัจจุบัน ฟุตบอล คือธุรกิจ และองค์กรที่ดูแลการแข่งรายการนี้โดยตรงอย่างสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) ก็รู้ๆกันอยู่ว่าหินแค่ไหนในแง่ผลประโยชน์ ไม่รวมถึงข่าวด้านลบที่อดีตผู้บริหารองค์กรนี้ถูกจับกุมข้อหาทุจริตในการโหวตเลือกเจ้าภาพฟุตบอลโลกในช่วงที่ผ่านมา
ผมลองเข้าไปเช็คข่าวดูว่าฟุตบอลโลกในอีก 15 ปีข้างหน้าที่ชาติอาเซียนร่วมกันวาดฝันไว้นั้น จะมีชาติไหนที่สนใจยื่นเสนอตัวกันบ้าง ณ เวลานี้ ยังไม่มีการยื่นเสนอตัวกันอย่างเป็นทางการ เพราะตามปกติแล้วฟีฟ่าจะมีการเลือกเจ้าภาพล่วงหน้าราวๆ 10 ปีก่อนถึงการแข่งขันรอบสุดท้าย
ทว่าที่ลุ้นกันอยู่ ตอนนี้มี อียิปต์ ทีมชาติของโม ซาล่าห์ ที่อันดับฟีฟ่ารั้งที่ 58 ของโลก นอกจากนี้ยังมี จีน ชาติที่ประกาศเป้าหมายระยะยาวต้องเป็นแชมป์โลกให้ได้ภายในปี 2050 รวมถึง ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ที่พลาดหวังจากการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพปี 2022
ดูจากรายชื่อ 3 เจ้าหลักๆที่เป็นข่าวแล้ว ก็ต้องยอมรับว่า ชาติในอาเซียนจะต้องทำงานหนักและพิสูจน์ให้ฟีฟ่าเห็นว่า เราก็พร้อมเหมือนกันที่จะจัดงานนี้ให้ได้จริงๆ โดยเรื่องนี้จะต้องเริ่มจากสมาคมฟุตบอลของแต่ละชาติ ผ่านไปถึงสหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน (AFF) และต่อไปยังสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (AFC) เสียก่อน
ประเด็นคือ ผมไม่อยากให้มองว่า การที่อาเซียนเตรียมเสนอตัวจัดฟุตบอลโลก คือโอกาสดีที่ทีมฟุตบอลชายจะได้ไปฟุตบอลโลก เพราะถ้ามองอีกมุมหนึ่ง มันอาจทำให้ทีมชาติหยุดพัฒนาได้ เพราะรู้ว่าอย่างไรเสียเราก็ได้ไปเล่นบอลโลกอยูแล้ว (ทุกวันนี้ก็ไม่รู้ว่าพัฒนากันอยู่หรือเปล่านะครับ…ฮาๆ)
ฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ ในช่วงรอบคัดเลือกนั้นจะเป็นโอกาสที่ทีมชาติไทยต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า เราเข้าใกล้รอบสุดท้ายได้มากแค่ไหน เพราะในปีนั้นจะมีการเพิ่มทีมในรอบสุดท้ายเป็น 48 ทีม ทำให้โควต้าเอเชียเพิ่มขึ้น จาก 4 ทีมครึ่ง เป็น 8 ทีม
สุดท้ายหวังว่าข่าวใหญ่จากที่ประชุมสุดยอดอาเซียนจะไม่เงียบหาย แม้ว่าถึงเวลาจริงๆแล้วอาเซียนจะได้จัดฟุตบอลโลกหรือไม่ก็ตาม

































