
หลังจากที่สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ทรงขึ้นครองราชตั้งแต่ปี 1989 นับเป็นระยะเวลา 30 ปีในรัชสมัยของพระองค์ และในวันที่ 1 พฤษภาคม 2019 รัชสมัยของญี่ปุ่นจะเปลี่ยนเป็น เรวะ ตามสมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ พระจักรพรรดิ์พระองค์ใหม่ที่ขึ้นสู่บัลลังก์ดอกเบญจมาศ หลังจากพระบิดาทรงสละราชบัลลังก์ และบรรทัดต่อจากนี้คือสิ่งที่คุณควรรู้ในการเปลี่ยนผ่านของรัชสมัยในประเทศญี่ปุ่น
- วันที่ 1 พฤษภาคม 2019 สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ จะทรงขึ้นครองรายช์อย่างเป็นทางการหลังจากพระบิดา สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะสละราชสมบัติซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบ 200 ปีของประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ที่มีการสละราชสมบัติและให้มงกุฎราชกุมารสืบต่อของบัลลังก์เบญจมาศ
- การขึ้นครองราชย์ของ สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ ทำให้มีการเปลี่ยนรัชสมัยจาก เฮเซ (สันติสุขทั่วทุกแห่ง) ในรัชสมัยสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ มาเป็นรัชสมัย เรวะ (นำมาซึ่งความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน)
- สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ พระชนมายุ 59 พรรษา ทรงสำเร็จการศึกษาจากระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยในกรุงโตเกียว และ ระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด โดยระดับปริญญาตรี ทรงศึกษาในวิชาประวัติศาสตร์ และ ทรงมีงานวิจัยในระดับปริญญาโทเกี่ยวกับการขนส่งทางน้ำ นอกจากนี้ยังทรงมีพระราชกรณียกิจสำคัญในการรักษาสิ่งแวดล้อมมามากกว่าสิบปี
- เจ้าฟ้าชาย นารูฮิโตะ ทรงอภิเษกสมรสกับ นางสาว มาซาโกะ ซึ่งต่อมาภายหลังเจ้าหญิงมาซาโกะ ต้องพบกับปัญหาทางสุขภาพและความเครียดเนื่องมาจากความเข้มงวดในราชสำนักของญี่ปุ่น รวมไปถึงความกดดันในการให้กำเนิดองค์รัชทายาท
- เจ้าฟ้าชาย นารูฮิโตะ ประสูติในเดือนกุมภาพันธ์ปี 1960 ทรงเป็นพระโอรสองค์โตของสมเด็จพระจักรพรรดิ อากิฮิโตะ และ สมเด็จพระจักรพรรดินี มิชิโกะ
- เจ้าฟ้าชายนารูฮิโตะ ทรงศึกษาระดับปริญญาตรีที่ มหาวิทยาลัยกาคูชูอิน ทรงศึกษาทางด้านประวัติศาสตร์ และ ทรงสำเร็จการศึกษาเมื่อมีพระชนมายุได้ 22 พรรษา
- จากนั้นเจ้าฟ้าชาย นารูฮิโตะ ได้ทรงเดินทางไปยังประเทศอังกฤษเพื่อศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด โดยทรงศึกษาระบบขนส่งทางน้ำเป็นเวลา 2 ปี
- เจ้าฟ้าชายนารูฮิโตะ เสด็จกลับมายังญี่ปุ่น และ ศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่ มหาวิทยาลัย กาคูชูอิน ในระดับปริญญาโท และ พระองค์ได้พบกับนางสาว มาซาโกะ โอวาดะ นักการทูตสาวที่สำเร็จการศึกษาจาก อ๊อกซ์ฟอร์ด และ ฮาร์วาร์ด โดยเจ้าฟ้าชายนารูฮิโตะ และ นางสาวมาซาโกะ พบกันในงานเลี้ยงน้ำชาที่จัดให้เจ้าหญิงจากสเปน ในปี 1986
- เจ้าฟ้าชายนารูฮิโตะ ได้ขอ มาซาโกะ แต่งงานโดยก่อนหน้านี้ มาซาโกะได้ปฎิเสธการขอแต่งงานมาแล้วถึงสองครั้ง เพราะเธอไม่อยากทิ้งงานในฐานะนักการทูตแต่ท้ายที่สุด นางสาวมาซาโกะ ก็ตกลงที่จะเข้าสู่พิธีอภิเษกสมรสกับ เจ้าฟ้าชาย นารูฮิโตะในปี 1993
- ในปี 1999 เจ้าหญิงมาซาโกะ ต้องเผชิญกับความกดดันในการให้กำเนิดองค์รัชทายาทให้กับราชบัลลังก์เบญจมาศ ซึ่งความกดดันส่วนใหญ่นั้นมาจากสื่อมวลชนในญี่ปุ่นที่นำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่อง
- เจ้าหญิงมาซาโกะ ไม่ปรากฎพระองค์ในสาธารณะหลังจากที่ทรงถูกกดดันเรื่ององค์รัชทายาท จนทำให้พระองค์ทรงแท้งซึ่งสร้างความเสียพระทัยเป็นอย่างยิ่งจนสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะต้องทรงมีพระราชดำรัสผ่านสื่อว่า “ไม่มีใครหรอกที่จะเข้าใจความรู้สึกของมาซาโกะว่าจะต้องใช้ความพยายามสักเพียงไหนกับการตั้งครรภ์ครั้งแรก ข้าพเจ้าได้แต่หวังว่าเธอคงรู้ว่าเธออยากระบายสิ่งที่อัดอั้นตันใจให้ใครสักคนฟัง ข้าพเจ้าก็พร้อมที่จะเป็นคนคนนั้น ข้าพเจ้าจะอยู่เคียงข้างเธอเสมอ”
- ปี 2001 เจ้าหญิงมาซาโกะ ทรงพระครรภ์อีกครั้งและทรงมีพระประสูติกาลเจ้าหญิงไอโกะ ซึ่งตามกฎหมายแล้ว เจ้าหญิงไอโกะ ไม่มีสิทธิในการสืบต่อราชบัลลังก์ ทำให้ความกดดันตกมาอยู่กับ เจ้าฟ้าชาย นารูฮิโตะ และ เจ้าหญิงมาซาโกะอีกครั้ง
- ทั้งนี้รัฐบาลญี่ปุ่นพยายามจะแก้ไขกฎหมายในการขึ้นครองราชย์ของผู้หญิงและในปี 2006 นายกรัฐมนตตรี จุนอิชิโร โคอิซุมิ ได้กล่าวว่าคณะรัฐบาลของเขาจะพยายามแก้ไขกฎหมายเพื่อให้ผู้หญิงสามารถขึ้นครองราชย์ได้
- แต่หลังจากนั้นเพียงเดือนเดียว ในเดือนกุมภาพันธ์ 2006 เจ้าชายฟูมิฮิโตะ และ พระชายา เจ้าหญิงกิโกะ ได้ประกาศการมีพระประสูติกาลเจ้าชาย ฮิซาฮิโตะ ซึ่งช่วยลดความกดดันให้กับ เจ้าฟ้าชายนารูฮิโตะ และ เจ้าหญิงมาซาโกะ ได้เป็นอย่างยิ่ง
- ถึงเวลานี้ เจ้าหญิงไอโกะ มีพระชนมายุ 17 พรรษา พระองค์เริ่มการศึกษาในกรุงโตเกียว ก่อนจะเดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ โดยเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนอีตัน ในปี 2018
- เจ้าฟ้าชายนารูฮิโตะ จะทรงขึ้นครองราชย์เป็นสมเด็จพระจักรพรรดิ ในวันที่ 1 พฤษภาคม ทั้งนี้งานฉลองพิธีครองราชสมบัติจะมีขึ้นในวันที่ 22 ตุลาคม
- ทางรัฐบาลญี่ปุ่นได้ประกาศให้วันที่ 26 เมษายน ถึง 6 พฤษภาคมเป็นวันหยุดพิเศษเป็นเวลาถึง 10 วัน เพื่อเฉลิมฉลองในการขึ้นครองราชย์ของ จักรพรรดินารูฮิโตะ แต่ชาวญี่ปุ่นหลายคนไม่ได้อยากหยุดตามที่รัฐบาลประกาศ เพราะทำให้พวกเขามีค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น และ ทำให้ตลาดการเงินในประเทศชะงักงัน
- สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโะตะ นั้นทรงเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของประเทศแต่ทรงไม่ข้องเกี่ยวกับการเมือง ทั้งนี้พระองค์จะทำหน้าที่ในการสานสัมพันธ์กับผู้นำประเทศเพียงอย่างเดียว
- สมเด็จพระจักรพรรดิ นารูฮิโตะ เคยทรงมีพระปรารภเอาไว้ในปี 2017 ว่า “สิ่งสำคัญในฐานะตัวแทนของสถาบันกษัตริย์คือการอยู่ใกล้ชิดกับประชาชน และรับฟังในสิ่งที่พวกเขาคิด คอยร่วมสุขและร่วมทุกข์ไปกับพวกเขา”
- ขณะที่เจ้าหญิงมาซาโกะ ที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นสมเด็จพระจักรพรรดินี ได้กล่าวถึงการขึ้นสู่จุดสูงสุดของบัลลังก์ดอกเบญจมาศว่า “ยังรู้สึกหวั่นใจ แต่ก็ต้องการอุทิศตนเอง เพื่อสร้างความสุขให้กับประชาชน






























