ใจจดใจจ่อกันทั้งประเทศเลยล่ะสำหรับตอนนี้ ที่อยู่ในช่วงของการนับคะแนนและคำนวนจำนวน ส.ส.แบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ จากการเลือกตั้งครั้งล่าสุด
ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนว่า พรรคประชาธิปัตย์ ที่เป็นหนึ่งในตัวเต็งพรรคเด่นนั้นมีคะแนนและได้ที่นั่งน้อยกว่าที่หลายคนคาดการณ์ไว้มาก ซึ่งในเวลาต่อมา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ได้แถลงข่าวประกาศลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากผลการเลือกตั้งไม่เป็นตามที่ตั้งเป้าเอาไว้
ดังนั้นในหัวข้อนี้ เราจะมาวิเคราะห์ประเด็นการเมืองเรื่องของ ความตกต่ำ ของพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงคะแนนนิยมที่มาแรงติดท็อป 3 ของพรรคอายุน้อย พรรคอนาคตใหม่ ผ่านมุมมองของประชาชนคนหนึ่งผู้ติดตามเรื่องการเมืองมาโดยตลอด
จุดยืนที่ไม่ชัดเจนทำให้แรงเชียร์เจือจาง
ซึ่งหลังจากที่มีการประกาศจุดยืนของนาย อภิสิทธิ์ อย่างหนักแน่นผ่านสื่อว่า จะไม่ร่วมมือกับ ประยุทธ์ แต่นั่นยิ่งทำให้เกิดกระแสคนสงสัยและบ่งบอกถึงความไม่ชัดเจนของพรรค เนื่องจากขั้วการเมืองในตอนนี้บ่งบอกชัดเจนเลยว่ามี 2 ฝ่าย คือฝ่ายที่สนับสนุนลุงตู่ และอีกฝ่ายไม่เอาลุงตู่
โดยจากคำพูดของ อภิสิทธิ์ ที่คุมเครือทำให้ประชาชนทั้งสองฝ่ายยิ่งไม่แน่ใจ ฝ่ายที่ไม่สนับสนุนลุงก็บอกว่า ฉันไม่กล้าเลือกเพราะเธอไม่เอาลุงแต่ทางพรรคเธอสนับสนุนลุงเต็มที่ ส่วนฝ่ายที่เอาลุงก็คิดว่า เธอแทงกั๊กแบบนี้ฉันยิ่งไม่แน่ใจ กลายเป็นว่าพรรคประชาธิปัตย์จะหันหัวเรือผิดทาง กลายเป็นแบรนด์สินค้าที่ทำการตลาดได้ไม่เวิร์ค ในเมื่อไม่สร้างความน่าเชื่อถือให้มากพอ ใครล่ะจะซื้อ
นอกจากจะทำคนเหวอไม่พอ ยังติดกระสุนนำวิธีเข้าตัวเอง เป็นเป้าให้พรรคอื่นโจมตีขยี้ซ้ำได้อีก จากทวีตของคุณหญิงสุดารัตน์ที่กล่าวว่า ‘
” จุดยืนของพรรคเพื่อไทยในการร่วมรัฐบาลชัดเจนมากค่ะ คือ ‘เอาลุงคืนไป เอาเงินในกระเป๋ากลับคืนมา’ หมดเวลาสำหรับการเมืองที่ไม่มี ‘จุดยืน’ ที่ชัดเจน เหมือนกับบางพรรค ที่ตอนเช้าไม่เอาลุง แต่ตอนบ่ายเอาพรรคที่สืบทอดอำนาจลุง #หมดเวลานักการเมืองดัดจริตต่อชีวิตเผด็จการ “
ขนาดว่าไม่ใช่ อภิสิทธิ์ ยังรู้สึกจุกแทน
อีกเรื่องหนึ่งที่น่าตั้งแง่ก็คือการลาออกจากตำแหน่ง ที่หลายคนชื่นชมในประเด็นของสัจจะนักการเมือง แต่อีกส่วนมีความเห็นว่าการตัดสินใจแบบนี้ เป็นการกระทำที่หัวหมอพอตัว เพราะหลังจากนี้พรรคประชาธิปัตย์ก็สามารถเข้าร่วมกับพลังประชารัฐได้ เพราะนอกจากอภิสิทธิ์ แล้ว ก็ไม่มีคนไหนในพรรค ที่บอกว่าจะไม่สนับสนุนประยุทธ์
ผิดกับพรรคน้องใหม่ที่เพิ่งอายุครบปี
นี่ก็มาแรงผิดคาดหลายคนเช่นกันกับ พรรคอนาคตใหม่ นำโดย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่คะแนนโหวตพุ่งพรวดติดท็อป 3 ได้อย่างภาคภูมิ ซึ่งเหตุผลเป็นที่แน่ชัดอยู่แล้วจากที่เห็นกันมาทุกวัน
ทั้งความนิยมที่มาแรงถูกใจคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ การประกาศจุดยืนชัดเจนว่าจะหยุดการสืบทอดอำนาจของ คสช. การทำงานในด้านต่าง ๆ ของพรรครวมถึงการประชาสัมพันธ์ วิสัยทัศน์แรงกล้าที่กวาดความนิยมจากทุกเวทีดีเบต และแม้จะถูกโจมตีว่าร้าย ก็ไม่ครณามือแต่อย่างใด
ต่างกับพรรคอื่น ๆ หลายพรรค เช่นเรื่อง มีนโยบายหลากหลายถูกใจคนรุ่นใหม่ ชนะพรรคที่สนับสนุนรัฐบาลทหารด้วยการชูแคนดิเดตนายกฯแบบชัดเจน โดยที่พรรคอื่น ๆ เพียงต้องการเข้าไปสนับสนุนลุงตู่ เหล่านี้คือเครื่องพิสูจน์ความสามารถในการสร้างความมั่นใจต่อประชาชนผู้ใช้สิทธิ์ได้ดีทีเดียว






























