Home Trending Story Trend ในประเทศ 10 สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับเทศกาลตรุษจีน

10 สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับเทศกาลตรุษจีน

เทศกาลตรุษจีน ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของคนเชื่อสายจีนทั่วโลก ทุกคนต่างกลับบ้านพบปะญาติพี่น้องและเฉลิมฉลองไปด้วยกัน วันนี้เรามีสิ่งที่น่าสนใจที่คุณควรรู้เกี่ยวกับเทศกาลตรุษจีนมาฝากทุกคนกัน

1. เทศกาลตรุษจีนมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า เทศกาลฤดูใบไม้ผลิ

ในประเทศจีน นอกจากชื่อว่าเทศกาลตรุษจีนแล้ว ผู้คนมักจะมีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า chunjie (春节) หรือเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ โดยกำหนดให้วันหยุดถือเป็นวันสิ้นสุดฤดูหนาว เพราะพวกเขาต่างเชื่อว่าเป็นวันที่เริ่มต้นอะไรใหม่ ๆ

2. การฉลองเทศการตรุษจีนถูกจัดขึ้นในทั่วทุกมุมโลก

เชื่อหรือไม่ว่า 1 ในทุก ๆ 5 คนบนโลกนั้นคือคนจีน ซึ่งสถิตินี้ยังไม่รวมถึงชาวจีนโพ้นทะเลที่อพยพจากถิ่นฐานและคนเชื้อสายจีนอีกหลายล้านคนนะ ทุก ๆ เมืองใหญ่ไม่ว่าจะ ลอนดอน, ซานฟรานซิสโก, ซิดนีย์ ผู้คนในทุกพื้นที่ต่างก็อ้างว่ามีการจัดเทศกาลตรุษจีนที่ยิ่งใหญมาก ๆ ถ้าลองคุณได้อยู่ใกล้ ๆ ไชน่าทาวน์ คุณก็จะมีโอกาสได้เห็นและรับความรู้สึกของการมีส่วนร่วมในการฉลองเทศกาลที่ยิ่งใหญนี้ ในงานเฉลิมฉลองมีขบวนพาเหรด โชว์เชิดสิงโต โคมไฟตกแต่ง และอาหารอร่อย ๆ มากมาย อย่าลืมแวะเข้าไปร่วมงานล่ะ

3. เป็นวันหยุดยาวที่นานที่สุดของคนจีน

เทศกาลฤดูใบไม้ผลินี้มีระยะเวลาถึง 15 วัน แต่เริ่มเฉลิมฉลองมาตั้งแต่วันส่งท้ายปีเก่า รวมเป็น 16 วัน นอกจากนี้ยังสามารถนับได้ว่าวันหยุดเริ่มต้นตั้งแต่เดือนธันวาคมจากเทศกาล Laba (เทศกาลดั้งเดิมเกิดขึ้นในประเทศจีน เป็นการสละบรรพบุรุษและเทพเจ้า อธิษฐานเผื่อการเก็บเกี่ยวที่ดี ในประเทศจีน) รวมทั้งหมดทั้งสิ้นคือ 40 วัน!

4. เป็นเทศกาลที่เรียกได้ว่าผู้คนออกเดินทางมากที่สุดในโลก

ปัจจัยที่สำคัญที่สุดของเทศกาลคือการได้กลับมารวมตัวกันของครอบครัว ทุกคนควรกลับบ้านเพื่อมาทานอาหารกันอย่างพร้อมหน้าในวันส่งท้ายปีเก่า เนื่องจากประเทศจีนในสมัยนี้ผู้สูงอายุในครอบครัวก็จะอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านตามชนบท แต่ลูกหลานของเขาต่างแยกย้ายออกไปทำมาหากินในเมืองใหญ่ต่างถิ่น และกลับมารวมตัวเพื่อเฉลิมฉลองและท่องเที่ยวในวันตรุษจีน แถมยังเป็นการพาลูกหลานกลับมาพบหน้าปู่ย่าตายายอีกด้วย

5. ชาวจีนตกแต่งทุกอย่างด้วยสีแดงตลอดเทศกาล

ทุกครอบครัวจีนจะตกแต่งบ้านของพวกเขาด้วยสีแดง เนื่องจากคนจีนใช้สีแดงเพื่อขับไล่ปีศาจหรือความโชคร้ายตามความเชื่อ ทั้งการจุดปะทัดและของตกแต่งสีแดงเกือบทั้งหมด ชาวจีนจะวางตะเกียงสีแดงและพวงพริก(ทั้งของจริงหรือของปลอมก็ได้) อีกทั้งยังแปะกระดาษสีแดงตามประตูและหน้าต่างอีกด้วย นอกจากนั้นพวกเขาก็เชื่อว่าเสื้อผ้าชุดใหม่จะนำโชคดีมาให้แก่พวกเขาในการเริ่มต้นใหม่ ชาวจีนจะมีคอลเลคชั่นเสื้อผ้าสีแดงตัวใหม่เอี่ยมไว้ในตู้เสื้อผ้าในวันตรุษจีน

6. คนโสดมักจะจ้างแฟนปลอม ๆ กลับบ้านด้วย

โดยปกติเมื่อมีงานเลี้ยงรวมญาติ มักจะมีญาติ ๆ ที่สอดรู้ทุกเรื่องในชีวิตของคุณ ในครอบครัวจีนมันดูเลวร้ายกว่านั้นมากยิ่งขึ้น ถ้าหากคุณเป็นทายาทคนสำคัญที่ต้องสืบทอดวงศ์ตระกูล ซึ่งเป็นเรื่องที่ซีเรียสมากในวัฒนธรรมจีน ดังนั้นหนุ่มโสดสาวโสดมักจะจ้างแฟนตัวปลอมกลับบ้านเพื่อตบตาญาติ ๆ แต่สำหรับการตอบคำถามที่ตามมา เช่น การงาน เงินเดือน หรือการมีทายาท ก็ต้องเอาตัวรอดในการตอบคำถามเหล่านี้เอาเองนะ

7. ห้ามอาบน้ำ, กวาดบ้าน และทิ้งขยะในเทศกาลตรุษจีน

เนื่องจากคนจีนมีความเชื่อว่าในวันขึ้นปีใหม่ การอาบน้ำ, กวาดบ้านและทิ้งขยะ หมายถึงการล้างความโชคดีออกไป
แต่จะเริ่มทำได้หลังผ่านวันขึ้นปีใหม่ไปได้ 5 วัน ในทางกลับกันก่อนวันขึ้นปีใหม่หนึ่งวันคือวันที่เราจะปัดเป่าความโชคร้ายทิ้งไว้เบื้องหลัง นั่นคือการอาบน้ำ ตัดเล็บ เก็บกวาดขยะออกไป

8. กินเกี๊ยวในทุกมื้อทุกวันในช่วงเทศกาล

ซึ่งในความเชื่อเก่านั้นจะเป็นเช่นนี้ แต่ในปัจจุบันความนิยมของเกี๊ยวลดลงไปมาก เพราะต่างมีอาหารอื่น ๆ ที่แสนอร่อยอยู่ในทุกมื้ออาหารอยู่แล้ว ดังนั้นชาวจีนส่วนใหญ่จะนิยมกินเกี๊ยวกันในช่วงเย็นวันส่งท้ายปีเก่า และมีบางครอบครัวที่นิยมกินเกี๊ยวเป็นอาหารเช้ามื้อแรกในวันขึ้นปีใหม่ การกินเกี๊ยวนั้นนิยมเพียงในบางพื้นที่ในประเทศจีนเท่านั้น เช่นภาคเหนือของประเทศ ส่วนภาคใต้จะนิยมกินปอเปี๊ยะและขนมบัวลอยเสียมากกว่า

9. ขนมและของหวานมีความหมายพิเศษสำหรับเทศกาลตรุษจีน

หลากหลายวัฒนธรรมที่มักจะมีอาหารเป็นสัญลักษณ์ของเทศกาล เช่น เค้กขอนไม้ในวันคริสต์มาส และของหวานของจีนหลาย ๆ อย่างก็มีความหมายพิเศษซ่อนอยู่ เช่นการเล่นคำ อย่าง บัวลอยของจีน(Tangyuan) ที่ออกเสียงคล้าย บักกุ๊ดเต๋(Tuanyuan) ที่มีความหมายว่า “การรวมเป็นหนึ่ง” จึงไม่แปลกที่ของหวานชนิดนี้จะกลายเป็นที่นิยมในประเทศจีน นอกจากนั้นก็ยังมี ขนมเข่ง ที่มีความหมายแทนความสำเร็จ และขนมถ้วยฟูที่เป็นสัญลักษณ์ของความเจริญงอกงาม

10. เทศกาลตรุษจีนจะถูกปิดท้ายด้วยเทศกาลโคมไฟ 

ในคืนพระจันทร์เต็มดวงคืนแรกของปี คือเทศกาลโคมไฟ เป็นอีกค่ำคืนแห่งการสังสรรค์ โดยในทางปฏิบัติดั้งเดิมของประเทศจีน หญิงสาวจะไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากบ้านเพียงลำพังยกเว้นในคืนเทศกาลนี้ เพื่อได้ไปดูพระจันทร์และความสวยงามของโคมไฟที่ประดับประดาทั่วทั้งเมือง รวมถึงร่วมกันปล่อยโคมลอยจำนวนมากขึ้นสู่ท้องฟ้า ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เทศกาลนี้ถูกเรียกว่าวันวาเลนไทน์ของจีน