
สัปดาห์ที่แล้วแนะนำหนังสือของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช เพื่อให้เข้ากับบรรยกากาศประชาธิปไตยแบบไทยๆกับ “ประชุมพงศาวดาร ประชาธิปไตย” สัปดาห์นี้ก็ยังคงเป็นหนังสือของ คุณชายคึกฤทธิ์ ที่นักอ่านหลายท่านคงพอจะได้ยินชื่อกันมาบ้างกับ “หลายชีวิต”
หนังสือที่ คุณชายคึกฤทธิ์ เขียนเอาไว้ในคำนำผู้เขียนว่า “มูลเหตุของการเขียนเรื่องหลายชีวิต เกิดจากการนั่งรถไปเที่ยวของคุณชายกับเพื่อนนักเขียนหลายท่าน และระหว่างทางได้พบกับอุบัติเหตุที่พอแต่ละท่านเห็นซากรถ ก็พูดขึ้นมาแบบคนโบราณว่า “ทำบุญทำกรรมอะไรกันมา ต่างคนต่างชีวิต แต่ทำไมถึงมาตายพร้อมกัน”
และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่แต่เดิมจะเป็นการรวมนักเขียนหลายท่านเพื่อเขียนเป็นเรื่องสั้น แต่หลังจากที่ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ได้เขียนเรื่อง “เจ้าลอย” ประเดิมเป็นเรื่องแรกก็ปรากฎว่าไม่มีใครเขีนนต่อ ทำให้คุณชายต้องเขียน “หลายชีวิต” จนจบเพียงคนเดียว
“หลายชีวิต” เป็นหนังสือที่สะท้อนชีวิตคนที่ต้องต่อสู้กับโชคชะตาที่แตกต่างกัน ต่างที่มา ต่างฐานันดร แต่กลับต้องมารวมอยู่ในเรือลำเดียวกัน และ พบจุดจบในสถานที่เดียวกัน ความน่าสนใจนั้นอยู่ที่ กรรมของแต่ละตัวละคร ที่น่าจะทำให้คุณผู้อ่านรู้สึกเหมือนเคยเจอคนเหล่านี้มาก่อน
อย่างเรื่อง “เจ้าลอย” ตัวละครแรกของ “หลายชีวิต” ที่ คุณชายคึกฤทธิ์ ปรารภไว้ในคำนำจากผู้เขียนว่า “เป็นเรื่องที่ท่านพอใจมากที่สุด” ก็นับเป็นโชคชะตาของตัวละครตัวนี้ ที่เมื่อแรกเกิดเกือบจะถูกแม่น้ำคร่าชีวิต แต่ด้วยน้ำมือของยายพร้ิม ที่ช่วยเอาไว้ด้วยความรัก ที่ยายพร้ิมไม่ได้เฉลียวใจเลยว่า “เพราะความรักของคนเรานั้น ที่บางครั้งก็มีมากมายจนทำลายตนเอง”และเจ้าลอยที่รอดจากแม่น้ำเมื่อแรกเกิด ก็ต้องกลับคืนลงสู่ก้นบึ้งของแม่น้ำ เมื่อถึงเวลาของกรรม
“หลายชีวิต” แม้จะเขียนครั้งแรกลงตีพิมพ์ในสยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ เมื่อช่วงปี 2494 ฉากหลังของเรื่องราวที่เกิดขึ้นอาจมีความแตกต่างจาก ความเป็นอยู่ในปัจจุบันแต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงทำให้ “หลายชีวิต” เป็นเรื่องสั้นที่ยังคงทันสมัยเสมอ คือการสร้างกรรมของมนุษย์ ที่ยังคงเวียนว่ายอยู่ในเรื่อง รัก โลภ โกรธ หลง อย่างไม่มีวันจบสิ้น และ ถ้าคุณอ่านหลายชีวิตจบ คุณอาจจะหันไปทบทวนตัวเองว่า ที่ผ่านมาคุณได้สร้างกรรมชนิดใดให้กับตน และ คนรอบข้างบ้าง






























