
เมื่อใกล้สิ้นปี สนามแข่งขันโปรโมท กองทุน LTF / RMF ก็แข่งขันกันอย่างดุเดือด แล้วเราควรเลือกซื้อ กองทุนอันไหนดี ซึ่ง LTF ถือเป็นกองทุนที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดย แต่ละปีมีเม็ดเงินไหลเข้ามาเพิ่มขึ้นปีละ 70,000- 80,000 ล้านบาท ซึ่งมีข่าวแว่วมาแล้วว่าอาจจะสามารถซื้อได้ถึงแค่ ปี 2562 เท่านั้นนะจ๊ะ
LTF คือ กองทุนรวมหุ้นระยะยาวเหมาะกับคนที่มีรายได้ปานกลาง ถึง รายได้สูง แต่ไม่มีความชำนาญในการลงทุนในหุ้น หรือไม่อยากติดตามตลาดหุ้นอย่างใกล้ชิด LTF จะใช้ลดหย่อนภาษีได้ไม่เท่ากัน ยิ่งรายได้เยอะ LTF จะยิ่งลดหย่อนภาษีได้เยอะ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับฐานภาษีของเรานั่นเอง
สิ่งที่ต้องคำนึง หรือวางแผนก่อนการซื้อ LTF ลดหย่อนภาษี
- ต้องมีรายได้ถึงเกณฑ์เสียภาษี ถึงควรซื้อ LTF เพราะหากเงินได้ไม่เสียภาษี การลงในกองทุนอื่นอาจได้ผลตอบแทนที่ดีกว่า เพราะ LTF เป็นกองทุนสำหรับลดหย่อนภาษี และ ออมระยะยาวควบคู่กันไป
- ซื้อเป็นจำนวนที่พอเหมาะ กับ เงินได้ที่ต้องเสียภาษี เพราะการซื้อมากไปก็ไม่ดีนะจ๊ะ ด้วยกฎหมายกำหนดให้เราสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี และไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี เช่น มีเงินได้ที่ต้องเสียภาษีรวมตลอดทั้งปี 500,000 บาท จะสามารถลงทุนในกองทุนรวม LTF ได้สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท x 15% = 75,000 บาท เพราะฉะนั้นเราควรคำนวณเงินได้ ก่อนการวางแผนลงทุนในกองทุน LTF
- การลดหย่อนภาษีจาก LTF เป็นการลดหย่อนแบบ ปีต่อปี
RMF หรือกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ คือกองทุนรวมเพื่อการลงทุนระยะยาวไว้ใช้จ่ายยามเกษียณอายุ โดยคนที่ลงทุนในกองทุน RMF ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีคล้ายกับ LTF แต่ RMF จะมีระยะเวลาการลงทุนที่ยาวนานกว่า คือจะสามารถถอนเงินลงทุนได้เมื่ออายุไม่ต่ำกว่า 55 ปีและถือหน่วยการลงทุนมาไม่ต่ำกว่า 5 ปี นอกจากนี้ยังต้องทยอยลงทุนทุกปีโดยหยุดลงทุนได้ไม่เกินปีเว้นปี
สิ่งที่เราต้องรู้ สำหรับใครที่คิดจะลงทุนใน RMF
- LTF ลงทุนในหุ้นเป็นส่วนใหญ่ในขณะที่ RMF มีการลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ เช่น อสังหาริมทรัพย์ หรือ ตราสารหนี้
- RMF เหมาะสมกับคนที่ไม่ต้องการใช้เงินก้อนในระยะ 5-7 ปี เพราะต้องถือหน่วยลงทุนยาวจนถึงอายุ 55 ปี ซึ่งถือเป็นกองทุนท่ีสร้างวินัยทางการเงินที่ดี เพราะต้องลงทุนระยะยาว และลงทุนสม่ำเสมอ หรือ เรียกว่าเป็นเงินสำหรับยามเกษียณนั่นเอง
- RMF สามารถลงเงินขั้นต่ำได้ไม่น้อยกว่า 3% ของเงินได้ (นับจำนวนที่ต่ำกว่าเป็นเกณฑ์) ลงทุนได้สูงสุดถึง 500,000 บาท/ปี และต้องไม่เกิน 15% ของเงินได้เช่นกัน
ซึ่งเราสามารถเลือกซื้อ ทั้ง LTF / RMF เพื่อวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน โดยวางแผนทางการเงินของแต่ละคนให้เหมาะสมกับตัวเอง ซึ่งทั้งสองกองทุนสามารถนำมาใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ทั้งคู่






























