Home Trending Story Trend ในประเทศ เมื่อ Social Media ตกเป็นเครื่องมือสร้างความเกลียดชังในการเลือกตั้ง

เมื่อ Social Media ตกเป็นเครื่องมือสร้างความเกลียดชังในการเลือกตั้ง

ภาพจาก hiddenmannapage.com

ปัจจุบัน สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ได้เข้ามามีอิทธิพลในการสื่อสาร แลกเปลี่ยนข้อมูล และเปิดกว้างเรื่องการแสดงความคิดเห็นเป็นอย่างมาก ดังเห็นได้จากการแสดงความเห็นทางการเมือง ตลอดจนการวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองบนโลกออนไลน์กันอย่างคึกคัก

จึงไม่แปลกที่พรรคการเมือง ผู้สมัคร หัวคะแนน และผู้สนับสนุน ซึ่งเล็งเห็นความสำคัญของสื่อสังคมออนไลน์ ตัดสินใจปรับกลยุทธ์การหาเสียงใหม่ ด้วยการใช้ Facebook หรือ Twitter เป็นสื่อกลางในการกระจายข่าวสารทางการเมือง

เมื่อมองไปถึงเวทีเกมการเมืองใหญ่ ที่กำลังจะมาถึงในการเลือกตั้ง 2562 นั้น เชื่อว่า “สื่อสังคมออนไลน์” อย่าง Facebook Twitter และ Line จะกลายเป็นดั่งเครื่องมือที่พรรคการเมือง หรือกลุ่มอิทธิพลทางการเมืองใช้ “โฆษณาชวนเชื่อทางการเมือง” เพื่อให้ประชาชนศรัทธา และคล้อยตามไปกับอุดมการณ์ทางการเมืองของตนหรือกลุ่มทางการเมืองของตน รวมถึงใช้เป็นเครื่องมือขจัดคู่แข่งทางการเมือง ด้วยการใส่ร้ายหรือโจมตีสร้างความเกลียดชังและความโกรธแค้น

และรู้ไหมว่า การใส่ร้ายหรือสร้างความเกลียดชังทางการเมืองผ่านสื่อสังคมออนไลน์ อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้สถานการณ์เมืองในประเทศไทยรุนแรงมากขึ้น จนนำไปสู่การยั่วยุให้ใช้ความรุนแรงระหว่างประชาชน นักการเมือง พรรคการเมือง กลุ่มอิทธิพลทางการเมือง และภาครัฐได้

ฉะนั้น เพื่อป้องกันมิให้เกิดการปะทะระหว่างผู้สนับสนุนจากคู่ขัดแย้งทางการเมือง คุณ (ประชาชน) ในฐานะ “ผู้รับสาร” ควรวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารที่ได้รับเสียก่อนว่า เป็นเรื่องราวที่ถูกปั้นแต่งขึ้นมา เพื่อสร้างความเกลียดชังทางการเมืองหรือไม่ อย่าหลงเชื่อเพียงเพราะผู้มีชื่อเสียงหรือคนรู้จักของคุณเป็นเจ้าของข้อมูลเท่านั้น หากคุณเผลอส่งต่อข้อมูลข่าวสารที่สร้างความเกลียดชังทางการเมืองบนสื่อสังคมออนไลน์ ความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นอาจลุกลามใหญ่โต และขยายวงกว้างออกไปเป็นความขัดแย้งที่รุนแรงได้

และไม่ได้มีแต่ประชาชนเท่านั้น ที่ต้องระมัดระวังเรื่องดังกล่าว ด้านผู้มีส่วนได้เสียทางการเมืองไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม ก็ควรหันมาใส่ใจและตระหนักถึงพิษร้าย อันเกิดจากการว่าร้ายที่สร้างความเกลียดชังทางการเมืองในโลกออนไลน์ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้คนในสังคมไทยต้องตกไปอยู่ในรอยร้าวที่ลึกจนเกินเยียวยาเช่นที่ผ่านมาอีก