Home Work & Living รวมซีรีส์-หนังเกาหลีแนวสืบสวน พล็อตล้ำๆ ที่ละครไทยยังไม่กล้าแตะ

รวมซีรีส์-หนังเกาหลีแนวสืบสวน พล็อตล้ำๆ ที่ละครไทยยังไม่กล้าแตะ

I hear your voice (2013)

เรื่องราวของ จาง ฮเยซอง (อีโบยอ) ทนายรัฐฯผู้ไร้วาทศิลป์ในการพูด ได้รับมอบหมายให้ทำคดียากที่ไม่น่าจะจัดการได้ และน่าจะพังเข้าไปใหญ่กับความไร้มารยาทของตัวเอง กับเด็กหนุ่ม ปาร์ค ซูอา (อีจงซอก) ที่มีความพิเศษคือสามารถได้ยินความคิดของคนอื่นได้ด้วยการมองตา ที่ได้มารู้จักกันด้วยเหตุผลบางอย่าง รวมถึงปมในอดีตของทั้งคู่ที่ค่อยๆ โผล่ขึ้นมาเรื่อยๆ

เรื่องนี้ไม่ได้ถ่ายทอดการสืบสวนแบบเต็มขั้นขนาดนั้น แต่จะเน้นเรื่องกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม เกี่ยวกับทนาย อัยการ และศาลมากกว่า เราจะได้เห็นการถกเถียงด้วยหลักฐานกันของทนายและอัยการ คู่ปรับตลอดกาลนี้ ที่บางทีก็หัวร้อนมาก และสิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ไม่ต่างจากซีรีส์สืบสวนดีๆ เรื่องหนึ่งเลยก็คือการสืบหาพยานหลักฐานมาสู้คดีของทนายและอัยการแต่ละคน

อีกประเด็นที่ทำให้เรื่องนี้สนุกก็คือการใช้ความสามารถพิเศษของปาร์คซูอาได้มีชั้นเชิงมากๆ เขาจะช่วยฮเยซองยังไงให้คนอื่นจับไม่ได้ว่าผิดปกติ กับการแก้ไขคดีที่เป็นแผลใจของทั้งคู่ยิ่งทำให้คนดูอินมาก ทั้งลุ้น ทั้งสบถด่าคนร้ายไปตลอดเรื่อง

ที่น่าสนใจก็คือ ถึงแม้จะเป็นละครที่มีเรื่องความรักกุ๊กกิ๊กควบคู่ไปกับเรื่องกฎหมายและการสู้คดี แต่เรตติ้งละครพุ่งแตะ 11% ตั้งแต่ออนแอร์ไปได้เพียงสองตอน และพุ่งขึ้นเรื่อยๆ จนต้องเพิ่มโควต้าฉาย (จาก 16 ตอนเป็น 18 ตอน) และคว้าเรตติ้ง 26% ได้ในตอนจบ (เฉลี่ยทั้งเรื่องอยู่ที่ 19%)

 

ภาพจาก sbs.co.kr

God’s Gift – 14 Days (2014)

**อาจมีการสปอยล์เนื้อหาตอนต้นเรื่อง** 

ซีรีส์สืบสวนกึ่งแฟนตาซี พล็อตเหนือจริงอีกเรื่องที่ทำให้ลุ้นทุกตอนจนเกือบจะไม่ได้นอน เป็นเรื่องราวของครอบครัวที่อบอุ่น แต่ดันเกิดเหตุการณ์ลูกสาวเพียงคนเดียวถูกจับตัวไปเรียกค่าไถ่ แม่ผู้เป็นนักข่าวและพ่อที่เป็นทนายพยายามทำทุกวิถีทางแต่ก็ช่วยไว้ไม่ได้ ทำให้ลูกสาวโดนคนร้ายฆ่าตายหลังจากโดนจับไป 7 วัน เรื่องนี้ทำให้แม่ตรอมใจจนไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย แต่สุดท้ายแล้วเมื่อเขาตื่นขึ้นมากลายเป็นว่าได้ย้อนเวลากลับมา 14 วันก่อนที่ลูกจะตาย เขาจึงทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นซ้ำสอง กับตัวละครนักสืบอิสระที่จะเข้ามามีส่วนในการช่วยไขคดีครั้งนี้

ภาพจาก sbs.co.kr

ต้องบอกว่าหักมุม พลิกแล้วพลิกอีกจนคนดูแหกโค้งกันไม่รู้กี่รอบ จะมีปมเล็กปมน้อยของแต่ละตัวละคร หลักฐานแต่ละอย่างและวิธีการสืบหามันล้ำมาก เรื่องและปมเยอะ สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหารของจริง ซีรีส์ยังไม่จบ อย่าเพิ่งตัดสินว่าใครเป็นคนทำ และจะจบยังไง

ซีรีส์สืบสวนปมแน่นตลอดทั้งเรื่องขนาดนี้อาจจะหวังเรตติ้งมากไม่ได้ God’s Gift – 14 Days ทำเรตติ้งสูงสุดไปได้ 10.7% (เฉลี่ยตลอดทั้งเรื่อง 9.3%)

 

Signal (2015)

ถือว่าเป็นสืบสวนอีกเรื่องที่ฮาร์ทคอร์มาก ไม่ได้ฆาตกรรมเลือดสาดอะไร แต่เป็นสืบสวนเต็มขั้นที่ติดจะแฟนตาซีนิดๆ เราจะได้เห็นการร่วมกันสืบคดีของตำรวจสายสืบสองคนสองยุค ปาร์ค เฮยอง นักสืบผู้เก่งด้านวิเคราะห์พฤติกรรมมนุษย์ (ให้นึกถึงเชอร์ล็อค โฮล์มส์ เวลาอนุมานความน่าจะเป็นของคนโน้นคนนี้ แต่ก็ยังไม่ได้เก่งหลุดโลกขนาดนั้น) ที่บังเอิญได้ติดต่อผ่านทางวิทยุสื่อสารกับ อี แจฮัน ตำรวจสายสืบในอดีตผู้ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ จนทำให้ไขคดีในอดีตที่ปิดไม่ลงมากว่า 15 ปีได้ ด้วยเหตุนี้ทำให้ปาร์คเฮยองจึงต้องไปทำหน้าที่ในแผนกที่ตั้งขึ้นมาใหม่เพื่อไขคดีที่ยังปิดไม่ลงในอดีตโดยเฉพาะ  การติดต่อกับนักสืบในอดีตผ่านวิทยุสื่อสารจึงเกิดขึ้นเรื่อยๆ เพื่อร่วมกันไขคดีให้หมด

ภาพจาก TVN

ความน่าตื่นเต้นของมันก็คือความแฟนตาซีนี่แหละ ความเหนือจริงที่คนในปัจจุบันสามารถติดต่อกับคนในอดีตผ่านวิทยุสื่อสาร จะเรียงทามไลน์เรื่องยังไงให้รู้เรื่อง และยังสนุก แถมลุ้นทุกตอนไม่ได้หลับไม่ได้นอน

ภาพจาก TVN

สิ่งที่ตื่นตาตื่นใจอีกอย่างที่ได้จากซีรีส์เรื่องนี้คือความกล้าที่จะนำเสนอ ไม่ว่าจะเป็นการตีแผ่ความเน่าเฟะของวงการตำรวจ ทำให้เราเจอประโยคเด็ดๆ ทุกตอน ที่ดูแล้วต้องซี๊ดปาก หรือการต่อสู้ของตำรวจยศน้อยผู้ซื่อสัตย์กับหน้าที่และผู้มีอิทธิผลในประเทศที่ดูยังไงก็ไม่น่าจะชนะ แต่บทสรุปเป็นยังไงต้องไปติดตามกันเอง รับรองว่าพีคตั้งแต่พล็อต ตอนแรกยันฉากสุดท้ายแน่นอน

ละครสืบสวนเต็มขั้น พลาดไปตอนเดียวก็ดูไม่รู้เรื่องแบบนี้ก็หวังเรตติ้งยากอีกเหมือนกัน Signal ทำเรตติ้งสูงสุดไปได้ 12.54% ในตอนจบ (เฉลี่ยทั้งเรื่อง 8.8%) แต่เราก็ยังหวังที่จะได้ดูต่อ เพราะมันสนุกมาก!

 

Forgotten (2017)

ภาพยนตร์เกาหลีที่ลงฉายใน Netflix เป็นเรื่องเกี่ยวกับครอบครัวที่เพิ่งย้ายเข้าบ้านใหม่ จากครอบครัวที่อบอุ่นก็เริ่มมีความลี้ลับน่าค้นหาเกิดขึ้น เมื่อมีห้องหนึ่งในบ้านใหม่ที่ห้ามเข้าและห้ามยุ่งเด็ดขาด และเรื่องพีคขึ้นเรื่อยๆ เมื่อพี่ชายที่เพอร์เฟคทุกด้านโดนจับตัวไป 19 วัน และสามารถกลับมาได้เอง แต่จำเรื่องอะไรเกี่ยวกับตอนที่โดนจับไปไม่ได้เลย หลังจากนั้นในบ้านก็เกิดเรื่องแปลกๆ ขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้เราต้องติดตามต่อแบบหยุดไม่ได้

ความกล้าเล่นกล้าทำของเรื่องนี้ก็คือทำให้ทุกอย่างเป็นความลับมาตั้งแต่ต้น มีความ Thriller เล็กๆ สร้างความน่าค้นหาของตัวละครให้เราเริ่มตงิดๆ ทีละนิด แล้วมาเฉลยรวดเดียวแทบจะท้ายเรื่อง บอกเลยว่าพีคมาก เหมาะกับคนชอบดูหนังหักมุม ตลบตะแลง พล็อตล้ำๆ ที่ดูแล้วน่าจะไม่ซ้ำกับใคร

 

สืบสวนเกาหลี กับพล็อตที่ละครไทยไม่กล้ายุ่ง

ทำให้เราเห็นความแตกต่างของวงการบันเทิงเกาหลีกับของไทยได้ชัดมากๆ จากซีรีส์หลายๆ เรื่องนี้ ในความกล้าเล่น กล้านำเสนอเรื่องเน่าๆ หนอนๆ ที่ละครบ้านเราไม่กล้าจะแตะ (หรือแตะแล้วอาจจะไม่ได้ฉาย) ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่ควรจะซื่อสัตย์ทำงานเพื่อประชาชน แต่กลับไปไขว้เขวเพราะสิ่งล่อตาล่อใจบางอย่าง หรือแม้แต่ผู้มีอิทธิพลระดับประเทศ ไปจนถึงนักการเมือง ยอมรับเลยว่าดูแล้วก็ท้อแท้กับความจริงนี้ แต่ถ้าเราไม่โลกสวยมากเกินไปก็ต้องยอมรับจริงๆ ว่าเรื่องแบบนี้มีอยู่ในทุกสังคม

หรือจะเป็นการสร้างพล็อตซีรีส์ล้ำๆ อย่างการสืบสวนและมีแฟนตาซีเข้ามาเกี่ยวนิดๆ แต่จะทำยังไงให้ดูจริงที่สุด ที่ต้องบอกว่าเป็นความเสี่ยงมากๆ เพราะไม่ได้เป็นพล็อตตลาดที่ยังไงก็ขายได้ แต่เป็นละครแนวใหม่สำหรับคนที่เบื่อการขายนักแสดงคู่จิ้น บทรักๆ ใคร่ๆ อะไรแบบนั้น

ใช่ว่าละครไทยไม่เคยทำอะไรแบบนี้ ถ้าเป็นคอสืบสวนหน่อยจะต้องรู้จัก “กาหลมหรทึก” ละครสืบสวนเต็มขั้นเรื่องแรกของไทย ที่ฉายทางช่อง ONE 31 จบไปเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม เป็นละครพีเรียดย้อนไปในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 เกี่ยวกับการฆาตกรรมที่มีรอยสักมาเกี่ยวข้อง กล้าคิด กล้าทำ กล้านำเสนอมาตั้งแต่เป็นหนังสือยันมาเป็นละครเลยทีเดียว ถึงแม้กระแสจะไม่ได้เปรี้ยงตามที่แฟนละครหวัง แต่เรื่องคุณภาพต้องบอกว่าคุ้มค่ากับคนดูที่เหมือนเราได้ดูภาพยนตร์ดีๆ ในทุกฉากเลย

ซึ่งละครเรื่องนี้ต้องบอกว่าเป็นการนำร่องที่ดี และเป็นความหวังให้คนที่เบื่อละครพล็อตเดิมๆ ในบ้านเราได้ไม่น้อยเลยทีเดียว ให้เราได้เฝ้ารอในอนาคตเผื่อจะมีละครสืบสวน หรือละครพล็อตล้ำๆ แปลกๆ มาให้คนที่เบื่ออะไรเดิมๆ ได้ดูกันบ้าง