Home Trending Story Trend ในประเทศ บนโลกโซเชียล ไม่มีใครไม่ถูกนินทา

บนโลกโซเชียล ไม่มีใครไม่ถูกนินทา

ปัจจุบันสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้คนเป็นอย่างมาก เนื่องด้วยการเข้าถึงได้ง่ายและความสะดวกรวดเร็วในการติดต่อสื่อสาร จึงทำให้แอปพลิเคชั่นอย่าง เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ หรืออินสตาแกรม กลายเป็นช่องทางที่ผู้คนนิยมใช้เพื่อแบ่งปันเรื่องราว ความรู้สึก ความประทับใจ รวมไปถึงการร่วมแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นต่างๆ ที่ปรากฏขึ้นในสื่อสังคมออนไลน์นั้น

แม้ว่าการใช้สื่อสังคมออนไลน์ จะมีประโยชน์ในแง่ที่ทำให้เราสามารถติดตามข่าวสาร และสื่อสารระหว่างกันในสังคมได้ง่าย แต่ในขณะเดียวกันมันก็เป็นดาบสองคมที่ให้โทษ หากผู้ใช้ใช้ไปในทางที่ผิดจนส่งผลกระทบทางลบต่อผู้อื่น เช่น การโพสต์รูปภาพหรือข้อความ ที่ทำให้ผู้อื่นเสื่อมเสียชื่อเสียงเช่นนี้ ก็ถือเป็นการละเมิดสิทธิผู้อื่น เข้าข่ายมีความผิดตามกฎหมายพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ ดังนั้นการใช้สื่อสังคมออนไลน์เหล่านี้ ผู้ใช้จึงควรมีสติ ระมัดระวัง และมีความยับยั้งชั่งใจ ในการโพสต์ข้อความหรือแสดงความคิดเห็น ที่สร้างผลเสียหายต่อตัวเองและผู้อื่น

การกลั่นแกล้งทางโลกไซเบอร์ (Cyberbullying) เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับการเกิดขึ้นของสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งการส่งหรือโพสต์ข้อความที่เป็นการนินทาว่าร้ายผู้อื่น ถือเป็นพฤติกรรมหนึ่งของการกลั่นแกล้งทางโลกไซเบอร์ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน โดยจากผลการสำรวจของนิด้าโพล เรื่อง “ทัศนคติของเด็กและเยาวชนไทยต่อพฤติกรรมการกลั่นแกล้งบนโลกไซเบอร์” พบว่า กลุ่มผู้ให้ข้อมูลรายงานว่าพฤติกรรม Cyberbullying ที่มักพบเห็นในสื่อสังคมออนไลน์ จะอยู่ในลักษณะของการโพสต์ด่าทอ พูดจาส่อเสียด ให้ร้ายดูถูก (ร้อยละ 29.18) โดยจากกลุ่มผู้ให้ข้อมูลทั้งหมด มีจำนวนร้อยละ 12.24 ที่รายงานว่าตนมีประสบการณ์การถูกกลั่นแกล้งบนโลกไซเบอร์แต่เพียงฝ่ายเดียว

ในประเด็นการถูกกลั่นแกล้งทางโลกไซเบอร์นี้ ดร.สุววุฒิ วงศ์ทางสวัสดิ์ นักจิตวิทยาการปรึกษา เจ้าของเฟซบุ๊กเพจ นักจิตวิทยาการปรึกษาคนหนึ่ง ได้ให้สัมภาษณ์กับ Tonkit360 ถึงวิธีการรับมือหากเราถูกกลั่นแกล้งทางไซเบอร์ ด้วยวิธีการนินทาว่าร้ายในสิ่งที่ไม่ได้เป็นจริงไว้ว่า “สิ่งที่เราต้องทำอย่างแรก คือ การตั้งสติ ระวังใจไม่ให้เผลอไปให้ความสำคัญกับคำพูดของคนที่มุ่งร้ายกับเรามากเกินไป เพราะยิ่งให้ความสำคัญมาก คำพูดเหล่านั้นก็จะยิ่งมีอิทธิพลกับเรามากไปด้วย หากใจเราสั่นไหวมาก อาจพิจารณาเรื่องการพักการเข้าร่วมโซเชียลมีเดียชั่วคราว เพื่อตั้งสติและปรับสภาพจิตใจให้มีความพร้อมมากพอที่จะรับมือกับมันต่อ ซึ่งในระหว่างนี้ การชี้แจงสื่อสารให้ผู้อื่นได้รับรู้ความจริงที่เป็นไปบ้าง ก็เป็นสิ่งที่สามารถทำคู่ขนานไปได้ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้เกิดขึ้นในสังคม แต่ก็ต้องระมัดระวังการโต้ตอบในเชิงปะทะ เพราะอาจทำให้กระแสการกลั่นแกล้งจากผู้ไม่หวังดีรุนแรงขึ้น”

“ต่อมาคือการพยายามปล่อยวาง และยกจิตใจตัวเองก้าวข้ามมา หันมาพัฒนาชีวิตตัวเองให้ดียิ่งขึ้น เลือกคบเพื่อนที่ดี สร้างมิตรสหายที่ไว้วางใจได้ ในขณะเดียวกันก็ระมัดระวังการมีศัตรูเพิ่ม หรือทำให้ตัวเองตกเป็นเป้าหมายในการถูกว่าร้ายด้วย การใส่ใจกับคำนินทาว่าร้ายไม่ได้นำพาชีวิตเราให้เจริญขึ้น แต่การใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท หมั่นขัดเกลาและพัฒนาตัวเองให้เป็นคนที่ดียิ่งขึ้นไป จะเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตเราเจริญขึ้น และสุดท้ายสิ่งเหล่านี้จะกลายมาเป็นภูมิคุ้มกันภัยในการดำรงชีวิตของเราในที่สุด” ดร.สุววุฒิ กล่าวทิ้งท้าย