
ใครจะเชื่อว่าอดีตนายธนาคาร ซึ่งทำหน้าที่ควบคู่ไปกับการคุมทีมเล็กๆ ในดิวิชั่น 6 ของอิตาลี จะก้าวขึ้นมาเป็นยอดผู้จัดการทีมชั้นนำของยุโรปได้ เพราะตลอด 3 ปีกับ นาโปลี ตัวเขาได้ทำให้ทัพอัซซูร่า กลับมามีชีวิตชีวาได้อีกครั้ง
และในตอนนี้เขากำลังจะเริ่มต้นการเดินทางครั้งใหม่ในอังกฤษ ด้วยบททดสอบที่ชื่อว่า ‘พรีเมียร์ลีก’ กับยอดทีมอย่าง เชลซี ถึงตอนนี้อาจจะมีแฟนบอลบางท่านยังสงสัยว่า เขาคือใครกันแน่? Tonkit360 จะเป็นคนพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับเฮ้ดโค้ชป้ายแดงของเชลซี เจ้าของฉายา “มิสเตอร์ 33” กันให้มากขึ้นกว่าเดิมเอง ว่าแล้วก็ไปชมกันเลยครับ
โปรไฟล์
ชื่อ – เมาริซิโอ ซาร์รี่ (Maurizio Sarri)
อายุ – 59 ปี
สัญชาติ – อิตาลี
ผลงานการคุมทีม
คุมทีมทั้งหมด – 405 นัด (เป็นทางการ 8 ทีม)
ชนะ – 192
เสมอ – 111
แพ้ – 102
เปอร์เซ็นต์ชนะ – 47.41%
ผลงานเด่น – พา ‘เอ็มโปลี’ เลื่อนชั้นสู่เซเรีย อา (2013/14), พา ‘นาโปลี’ จบฤดูกาลด้วยการเป็น รองแชมป์ 2 ครั้ง (2014/15, 2017/18) และอันดับ 3 อีก 1 ครั้ง (2016/17)
จากนายธนาคาร สู่การเป็นเฮ้ดโค้ชมืออาชีพ
เมาริซิโอ ซาร์รี่ เริ่มต้นการเป็นโค้ชด้วยการคุมทีมเล็กๆ จากดิวิชั่น 6 ในเมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี อย่าง ซานซูวิโน (Sansovino) ในช่วงฤดูกาล 2001/01 ระหว่างที่เขาเรียนเศรษฐศาสตร์ และทำงานเป็นนายธนาคารควบคู่ไปด้วย!
หลังจากวนเวียนอยู่กับทีมในลีกระดับล่างมาอย่างยาวนานถึง 12 ปี ในปี 2013 ซาร์รี่ ก็เริ่มปล่อยของให้ทุกคนได้เห็นด้วยการพา เอ็มโปลี ทยานขึ้นสู่เซเรียอาได้ในฤดูกาล 2013/14 ถึงขนาดที่ เป๊ป กวาร์ดิโอลาร์ ให้สัมภาษณ์หลังเกมพบกับ นาโปลี ในยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาลที่ผ่านมาว่า “ครั้งแรกที่ผมรู้จักเขา ต้องย้อนกลับไปสมัยที่ตัวเขาอยู่กับ เอ็มโปลี ผมได้ข่าวมาว่าในอิตาลีมีโค้ชคนหนึ่ง ที่ไม่ได้อยู่กับทีมระดับท็อป แต่ทีมของเขากลับเล่นฟุตบอลได้ดีมาก”
ถัดมาในฤดูกาล 2014/15 หลังจากที่นาโปลีทำการปลด ราฟาเอล เบนิเตซ ออกจากตำแหน่ง ทำให้ทีมต้องทำการแต่งตั้งเฮ้ดโค้ชคนใหม่ และหวยก็มาตกกับ ซาร์รี่ จนได้ เป็นเหตุให้ เดียเอโก้ มาราโดน่า และหลายๆ คน ต้องออกมาตั้งคำถามกันว่า บอสใหม่แห่งถิ่น ‘ซาน เปาโล’ นั้นจะพาทีมไปได้ไกลสักแค่ไหน

แต่กุนซือสิงห์อมควันที่ค่าเหนื่อยน้อยที่สุดใน เซเรีย อา ฤดูกาล 2014/15 อย่างซาร์รี่ ก็ทำให้ทุกคนเห็นว่าคำตอบนั้นคืออะไร เพราะในช่วงระยะเวลา 3 ปีกับ นาโปลี มีเพียงแค่ ยูเวนตุส (277 คะแนน) เท่านั้นที่เก็บแต้มได้มากกว่าทัพอัซซูร่าของเขา (259 คะแนน) แถมในฤดูกาล 2017/18 ที่ผ่านมา ตัวเขาก็พาทีมเก็บแต้มได้ถึง 90 คะแนน แต่ก็น่าเสียดายที่ไปสะดุดท้ายฤดูกาล จนพลาดท่าเสียแชมป์ให้กับ ยูเวนตุส ในที่สุด
ที่มาของฉายา ‘มิสเตอร์ 33’
ในช่วงเวลาที่อยู่กับทีมระดับล่างอย่างซานซูวิโนนั้น ซาร์รี่ ถูกตั้งฉายาว่า ‘มิสเตอร์ 33’ อันเนื่องมาจากตัวเขามีแทคติกการเล่นลูกตั้งเตะถึง 33 รูปแบบด้วยกัน แต่ตัวเขาก็ออกมาอธิบายว่า “สุดท้ายเราก็ได้ใช้งานจริงๆ เพียงแค่ 4-5 รูปแบบเท่านั้นจากทั้งหมด” เพียงแค่นี้ก็รู้แล้วว่าตัวเขาเป็นคนประเภทที่ชอบเรียนรู้ และศึกษาจุดอ่อนของคู่แข่งอยู่ตลอดเวลา
และรูปแบบการเล่นที่ดูเหมือนตัวเขาจะชอบมากที่สุดจะออกไปทางด้านเกมรุก กับแผน 4-3-3 ที่ใช้เป็นประจำตลอด 3 ปีกับนาโปลี ซึ่งมันเป็นกลายเป็นจุดเด่นของนาโปลีไปในทันที เพราะตั้งแต่ฤดูกาลแรก (2014/15) ที่เขาเข้ามาคุมทีม นาโปลี ก็ทำประตูได้ถึง 80 ประตู ต่อเนื่องกับสถิติของสโมสรด้วย 94 ประตูในฤดูกาล 2016/17 และอีก 77 ประตูในฤดูกาล 2017/18 ที่ผ่านมา
ไร้ความสำเร็จในรายการระดับเมเจอร์
ตลอดระยะเวลา 3 ปีกับนาโปลี เฮ้ดโค้ชวัย 59 ปีอย่าง ซาร์รี่ ทำได้เพียงแค่พาทีมจบอันดับ 3 ในฤดูกาล 2016/17 และเป็นรองแชมป์ 2 ครั้งในฤดูกาล 2015/16 และ 2017/18 โดยที่น่าเสียดายที่สุดคงจะเป็นฤดูกาล 2017/18 ที่ผ่านมา เพราะตัวเขาเกือบจะพาทีมคว้าแชมป์สคูเด็ตโต้เป็นครั้งแรกในรอบ 18 ปี ได้แล้วแท้ๆ หากว่าทีมของเขาไม่ไปพลาดท่าเสียก่อน จนโดน ยูเวนตุส แซงหนีไปในช่วงท้ายฤดูกาล
เคยแทนที่ คอนเต้ มาก่อน
ในเดือนตุลาคม ปี 2006 อันโตนิโอ คอนเต้ ถูกปลดออกจากตำแหน่งกุนซือของ อาเรสโซ่ ทีมจาก เซเรีย บี ในขณะนั้น เพราะผลงานที่ไม่เป็นชิ้นเป็นอันหลังจากคุมทีมได้เพียง 3 เดือน และคนที่เข้ามารับช่วงต่อก็ไม่ใช่ใครหน้าไหนนอกจาก เมาริซิโอ ซาร์รี่
ในช่วงแรก ซาร์รี่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการยันเสมอยอดทีมอย่าง ยูเวนตุส ที่ตกมาสู่ เซเรีย บี จากคดีล้มบอลในเวลานั้นด้วยสกอร์ 2-2 และล้มยักษ์อย่าง เอซี มิลาน ในฟุตบอลถ้วย โคปา อิตาเลีย ไปได้ 1-0 แต่สุดท้ายเค้าก็ต้องโดนปลดจากตำแหน่งอยู่ดี เพราะทำให้ทีมต้องไปดิ้นรนหนีตกชั้นจากการจมบ๊วย และก็กลายเป็น คอนเต้ ที่หวนกลับเข้ามากู้สถานการณ์ของทีมต่อจาก ซาร์รี่ นั่นเอง
ข้อมูลจาก – www.fourfourtwo.com, www.uefa.com
ภาพจาก – @MarioReinoso17, @en_sscnapoli, @NaplesAndNapoli, @FutbolCheIsea, ww.zimbio.com


































