พรรคอนาคตใหม่

กรอบนโยบายใหญ่ ๆ ของพรรคอนาคตใหม่ ที่เรียกว่า 3 ป. คือ “ปลดล็อก ปรับโครงสร้าง เปิดโอกาส” 1.ปลดล็อก คือ การปลดล็อกเงื่อนไขทางเศรษฐกิจที่ให้ประชาชนลืมตาอ้าปากไม่ได้ อย่างเช่น การให้สัมปทานก็ดี กฎระเบียบต่าง ๆ ที่ไม่เอื้อต่อการสร้างธุรกิจใหม่ ๆ กฎระเบียบที่ปิดกั้นคนรุ่นใหม่ชัด ๆ เช่น เรื่องเหล้า-เบียร์ หรือการส่งออกข้าวที่ชาวนาไม่สามารถส่งออกข้าวได้โดยตรง
2.ปรับโครงสร้าง หมายถึง การกระจายอำนาจ กลายเป็นคลื่นลูกที่ 3 ของสังคม คลื่นลูกที่ 1 ของสังคมไทยคือทฤษฎีการผลิตในประเทศเพื่อลดการนำเข้า ต่อมาช่วงทศวรรษ 2520 มีทฤษฎีใหม่ก็คือการผลิตเพื่อการส่งออก คลื่นใหม่คือคลื่นการเติบโตของท้องถิ่น 3.เปิดโอกาส เช่น เรื่องเกม อุตสาหกรรมเกมสามารถต่อยอดไปใน The next big thing หรืออุตสาหกรรมอนาคตได้ ทำให้เกิดการผลักดันภาคการผลิต อย่าง AI หรือ VR เกมเหล่านี้มีวิวัฒนาการ สามารถจัดประกวดแข่งขันได้ ต่อยอดไปจนถึงการจัดการแข่งขันกันทั่วประเทศ
พรรคทางเลือกใหม่

ภายใต้สโลแกนของพรรคคือ “กล้าคิด กล้านำ ทำจริง” และวิธีการในการหาเสียงก็จะเน้นการเดินเคาะประตูบ้าน เพื่อขอคะแนนเสียงให้พรรคทางเลือกใหม่ ขอแค่เพียงครอบครัวละ 1 เสียง นโยบายของพรรคคือ เงินทุนเจ้าบ้าน ที่เปิดโอกาสให้เจ้าบ้านตามทะเบียนราษฎร ได้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนของรัฐได้ง่าย และผ่อนชำระคืนตามความพร้อม ซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างมาก ยืนยันว่าโครงการนี้ ไม่ใช่โครงการประชานิยม แต่เป็น ไทยนิยม และเชื่อมั่นอีกด้วยว่า โครงการนี้จะทำให้พรรคชนะการเลือกตั้ง
พรรคพลังธรรมใหม่

อุดมการณ์ของพรรค คือ ต้องการนำคนดีในประเทศมารวมพลังสร้างสังคมธรรมาธิปไตย ทั้งด้านการค้าเสรี การเมือง ด้วยหลักบริหารที่มั่นใจว่ามีเป็นไม้เด็ดของพรรคและมีความสมบูรณ์ที่สุดที่หลักการ “อัคโน” ที่ถอดรูปแบบมาจากพรรคอัมโน ที่ มหาเธร์ อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เคยสังกัดอยู่พรรค
จะเป็นเสาหลักแกนกลางเชื่อมโยงพรรคที่มีอุดมการณ์เดียวกันมารวมกันทำงาน หรือการเมืองทุกพรรคเป็นแนวร่วมไม่ใช่ศัตรู หยุดแบ่งแยกสีเสื้อทางการเมืองเพื่อยุติข้อขัดแย้งนำประเทศเข้าสู่การเป็นคนไทยด้วยกัน ส่วนนโยบายของพรรคมี 5 ข้อสำคัญ คือ สร้างประเทศไทยไร้คอร์รัปชัน, ปฏิรูปการศึกษา, แก้ไขความยากจนด้วยหลักเศรษฐกิจพอเพียง, สร้างระบบสาธารณสุขที่เข้าถึงประชาชนทั่วประเทศให้มีหมอประจำตัวทุกคน
พรรคพลังประชารัฐ

พรรคพลังประชารัฐ กลุ่มการเมืองที่ยื่นจดแจ้งจัดตั้งพรรคต่อ คณะกรรมการการเลือกตั้ง เป็นลำดับที่ 3/2561 เมื่อวันศุกร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2561 มีนาย ชวน ชูจันทร์ ประธานประชาคมตลาดน้ำคลองลัดมะยมและพันเอก สุชาติ จันทรโชติกุล อดีต ส.ส.สงขลา พรรคความหวังใหม่ และอดีตสมาชิก สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เป็นผู้จดแจ้งจัดตั้งพรรค คำว่า “พลังประชารัฐ” หมายถึง พลังประชาชนร่วมกับภาครัฐในการขับเคลื่อนประเทศไทย ภายใต้สโลแกน “หนึ่งชุมชน หนึ่งนิติบุคคล หนึ่งธนาคาร หนึ่งศูนย์สุขภาพอนามัย” นโยบายหลักคือต้องการจะ สานต่อการทำงานของรัฐบาล คสช. เกี่ยวกับการเดินหน้าโครงการประชารัฐ
พรรคพลังพลเมืองไทย

นโยบายหลักของพรรค คือ ลดความขัดแย้ง-ลดความเหลื่อมล้ำ ในด้านต่าง ๆ ซึ่งทางพรรคพลังพลเมืองไทยได้มีแนวคิดที่จะเป็นฝ่ายตรวจสอบ หรือฝ่ายค้าน เพราะทุกวันนี้การตรวจสอบอ่อนแอ หน่วยงานตรวจสอบของประเทศก็ยังไม่เป็นที่เชื่อถือของประชาชน หากมีฝ่ายตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ ก็จะทำให้เกิดการบริหารประเทศที่ดีขึ้น ทั้งนี้ได้มีเชิญชวนให้พรรคการเมืองใหม่มารวมกับพรรคพลังพลเมืองไทย เรียกว่าเป็นสหพรรค ในการตรวจสอบและทำงานให้กับประชาชนอย่างแท้จริง
โดยการร่วมกันทำงานเป็นกลุ่ม ซึ่งการเป็นสหพรรคจะไม่ทำให้เกิดความขัดแย้งทางการเมือง พร้อมกันนี้ได้เชิญชวนพรรคการเมืองใหม่ ให้มาใช้สถานที่ที่พรรคของตนในการประชุมปรึกษาหารือพรรคได้ นอกจากนี้ การปรับโครงสร้างทางการเมืองไทย จะเน้นการสร้างสถาบันทางการเมืองที่เข้าใจสภาพความเป็นจริงของการเมืองไทย เพราะในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ระบบรัฐสภามีปัญหาหลักการปกครองด้วยเสียงข้างมาก แต่ไม่เคารพสิทธิของเสียงข้างน้อยพรรคพลัง






























