
แม้จะยังไม่ถึงปี ค.ศ.2029 เหมือนที่หนังชุดฅนเหล็ก ได้พยากรณ์เอาไว้ถึงยุคทองของหุ่นยนต์ แต่ ณ ค.ศ.2017 ดูเหมือนว่าเทคโนโลยีหุ่นยนต์ได้ก้าวไปไกลกว่าที่หลายคนจะคาดคิด
เพราะไม่ว่าจะเรียกชื่อใดๆ ก็ตาม อาทิ Auto Trade หรือ Algorithmic Trading และ Robot Trading รวมทั้ง Trend Following แต่แนวคิดของมันล้วนเป็นเรื่องเดียวกันก็คือ เป็นเรื่องของ หุ่นยนต์นักลงทุน
แม้จะเรียกว่า หุ่นยนต์ ทว่า ในความเป็นจริงแล้ว มันคือซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ ทำหน้าที่ซื้อ-ขายหุ้นแทนมนุษย์ ทั้งเจ้า Auto Trade หรือ Algorithmic Trading และ Robot Trading รวมถึง Trend Following
Auto Trade แปลว่า การลงทุนอัตโนมัติ Algorithmic Trading หมายถึง การซื้อขายหลักทรัพย์แบบใช้ตรรกะโปรแกรม และ Robot Trading ก็คือ การใช้ A.I. ในการเทรดหุ้นแทนเรา ส่วน Trend Following หมายความว่า การใช้สมมุติฐานในการลงทุน
ทุกวันนี้ หลายคนอาจไม่เชื่อสายตาตนเอง ธนาคารบ้านเราหลายแห่งประกาศปิดสาขา และในต่างประเทศธนาคารบางเจ้าประกาศเปิดสาขาใหม่ แต่ไม่มีพนักงานแม้แต่คนเดียว เพราะธนาคารไม่ต้องอาศัยพนักงาน Teller หน้า Counter แม้แต่คนเดียว อาจจะมีผู้จัดการสาขา หรือเจ้าหน้าที่แผนกสินเชื่อ และพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ทำหน้าที่แม่บ้านไปด้วย
เพราะทุกอย่างได้ถูกโอนไปให้กับเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารทำแทน
ไม่ว่าจะเป็น Mobile Banking หรือ Internet Banking ยังไม่นับเครื่องรับฝากเงิน เครื่อง Up Book เครื่องเข้าเช็ค ไม่ต้องพูดถึงเครื่อง ATM ที่สามารถทำธุรกรรมได้หลายอย่าง
การที่ธนาคารไม่ต้องอาศัยพนักงาน Teller ก็เพราะ ลูกค้าสามารถเปิดบัญชีเงินฝากได้เองโดยนั่งคีย์ข้อมูลลงในคอมพิวเตอร์ และ Print สมุดคู่ฝากออกมาอัตโนมัติ ให้ผู้จัดการสาขาเซ็น
การเล่นหุ้นในปัจจุบันก็ไม่ต่างไปจากการทำธุรกรรมกับธนาคารในยุค 4.0 ที่ทุกอย่างกำลังทยอยถูกโอนไปสู่ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
นี่คือยุคของ Robot Trading อย่างแท้ทรู
Robot Trading ตัวเด่นๆ ที่นักลงทุนชาวไทยให้ความสนใจในปัจจุบันก็เช่น Robinhood, Jitta, StockRadars, Setscope, Market Anywhere, Bitschart ฯลฯ
รวมเรียกว่า FinTech Investment
หากเปรียบเทียบการเล่นหุ้นโดยมนุษย์เจ้าของเงิน เจ้าของพอร์ตลงทุน กับการซื้อ-ขายหลักทรัพย์ด้วยหุ่นยนต์ แน่นอนว่า หุ่นยนต์หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ Trade หุ้นนั้น ไร้อารมณ์-ความรู้สึก
ซอฟต์แวร์ซื้อ-ขายหุ้น เป็นไปอย่างอัตโนมัติ แม้ว่าบางตัวจะเข้าขั้น A.I. แต่ความอ่อนไหวด้านอารมณ์-ความรู้สึก แน่นอนว่า เทียบกับคนที่มีเลือดมีเนื้อจริงๆ ไม่ได้ โดยเฉพาะเจ้าของเงินทุน
แน่นอนว่า คนย่อมมีความรู้สึกอ่อนไหวไปกับสถานการณ์ เหตุการณ์ ข้อมูล มีความลังเลจากความทรงจำ และความรู้ ประสบการณ์ในการลงทุน ทำให้การเล่นหุ้นเป็นไปโดยธรรมชาติ
ผิดกับการเล่นหุ้นด้วยหุ่นยนต์ที่นอกจากจะไร้ซึ่งอารมณ์-ความรู้สึกแล้ว ยังขาดคุณธรรม จริยธรรม และศีลธรรมอย่างแน่นอน
หากไม่มีมาตรการในรูปของกฎหมายมารองรับ
ยังไม่นับในเรื่องของความปลอดภัย เพราะขึ้นชื่อว่าระบบ Digital ยิ่งกับเครือข่ายอินเตอร์เน็ตด้วยแล้ว ความปลอดภัยเป็นเรื่องที่น่ากังวล แม้ว่าจะมีระบบรักษาความปลอดภัย หรือซอฟต์แวร์ชั้นเลิศคอยป้องกัน และแม้กระทั่งมีฮาร์ดแวร์ระดับเยี่ยมยอดคอยปกป้องเพียงไร ก็มิอาจพ้นเงื้อมมือ Hacker ไปได้
การทำสงครามการเงิน ด้วยการส่งกองทัพหุ่นยนต์นักเล่นหุ้น เข้าประหัตประหารกันในสมรภูมิตลาดหลักทรัพย์ทั้งไทยและสากล ก็เปรียบได้กับภาพยนตร์เรื่องฅนเหล็ก 2029 ที่หุ่นยนต์ปลดแอกจากการเป็นทาสรับใช้มนุษย์ กลายมาเป็นนักฆ่าเลือดเย็นที่คอยตามล้างตามผลาญ ตามฆ่ามนุษย์ผู้สร้าง
ขึ้นชื่อว่าหุ่นยนต์ที่อาจดูซื่อๆ บื้อๆ โง่ๆ เซ่อๆ ในสายตานักลงทุนยุค 4.0 เพียงไร แต่หุ่นยนต์ก็คือหุ่นยนต์ที่ไม่อาจไว้วางใจได้อย่างบริสุทธิ์ใจ ชนิดที่เรียกว่า 100%
เปรียบไปก็อาจจะเข้าข่ายกรณีเดียวกับหนังชุดฅนเหล็ก หรือ The Terminator ทั้งจอเงิน จอแก้ว ที่หุ่นยนต์ได้ลุกขึ้นมาปฏิวัติ
หุ้นยนต์ก็คงไม่แตกต่างกันสักเท่าไหร่ครับ





























