หลังมีข่าวนักท่องเที่ยวต่างชาติส่งอิฐที่แอบเก็บไปจากวัดเก่าแก่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยามาคืนยังการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานใหญ่ โดยระบุการส่งกลับคืนมาว่า หลังจากเก็บอิฐก้อนดังกล่าวไปแล้วชีวิตอยู่อย่างไม่เป็นปกติสุข ซึ่งเรื่องราวเช่นนี้ทางการท่องเที่ยวและกรมศิลปากรระบุว่าไม่ใช่ครั้งแรกหากแต่เกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว ซึ่งการส่งคืนส่วนใหญ่ก็ถูกส่งกลับมาในลักษณะเดียวกัน
เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในยุคสมัยที่เทคโนโลยีกำลังเป็นใหญ่อยู่ในสังคม หากแต่ในเวลาเดียวกัน เรื่องราวบางเรื่องไม่สามารถหาเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มาพิสูจน์ได้ แม้จะมีนักจิตวิทยาวิเคราะห์เอาไว้ว่า อาถรรพ์ของวัตถุโบราณที่หลายคนเชื่อนั้นเป็นการสร้างความเชื่อเพื่อไม่ให้วัตถุโบราณเหล่านั้นถูกรบกวน ส่วนคนที่ขโมยวัตถุโบราณเหล่านั้นไปต่างรู้สึกผิดอยู่ในใจอยู่แล้ว เมื่อบวกกับความเชื่อเรื่องอาถรรพ์ อาจทำให้หลายคนเกิดจินตนการส่วนบุคคลไปเองก็เป็นได้
แต่ไม่ว่าจะเลือกเชื่อแบบไหน ของที่ไม่ใช่ของเราก็จงปล่อยให้อยู่ในที่เดิม เพราะมิเช่นนั้นอาถรรพ์ที่วิทยาศาสตร์ยังพิสูจน์ไม่ได้อาจจะเกิดขึ้นกับตัวคุณเองดังเช่นเรื่องราวที่จะเล่าให้ฟังต่อจากนี้
คำสาปสุสานฟาโรห์ ตุตันคามุน

ฟาโรห์ตุตันคามุน (Tutankhamun) เป็นฟาโรห์องค์ที่ 12 ของอียิปต์โบราณ ซึ่งการพบสุสานของฟาโรห์ตุตันคามุน ซึ่งถูกฝังไว้ใน “หุบผากษัตริย์” นั้นมีข้อความอียิปต์โบราณจารึกไว้ว่า
“มรณะจักโบยบินมาสังหารสู่ผู้บังอาจรังควานสันติสุขแห่งพระองค์ฟาโรห์”
หากแต่ผู้ขุดสุสานฟาโรห์ตุตันคามุน อย่าง ลอร์ด คาร์นาร์วอน นักอียิปต์วิทยา ชาวอังกฤษไม่สนใจข้อความดังกล่าว และทำการขุดสุสานฟาโรห์ตุตันคามุน ซึ่งถือว่าเป็นการรบกวนตามคำสาบแช่ง หลังจากนั้นไม่นาน ลอดร์ด คาร์นาร์วอน เสียชีวิตอย่างกะทันหันภายในห้องพักของโรงแรมซาวอยในกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ สาเหตุการตายเนื่องจากถูกยุงกัด และทำให้เลือดเป็นพิษ จนปอดอักเสบและเสียชีวิตในที่สุด ซึ่งเชื่อกันว่าการเสียชีวิตอย่างกระทันหันของลอร์ด คาร์นาร์วอน นั้นเป็นเพราะคำสาปของ ฟาโรห์ ตุตันคามุน
นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่าต่อมาว่านเวลา 6 ปีที่มีการขุดสุสานฟาโรห์ตุตันคาเมน ผุ้ที่ได้ร่วมขุดค้นล้มตายไปถึง 12 คน โดยส่วนใหญ่มีอาการเหนื่อยอ่อนและเสียชีวิตไปเฉยๆโดยที่แพทย์ไม่สามารถวินิจฉัยอาการได้ และภายในระยะเวลา 7 ปี มีผู้ที่ร่วมในการขุดสุสานฟาโรห์ตุตันคามุนรอดชีวิตอยู่เพียง 2 คนเท่านั้น
ปอมเปอี นครต้องคำสาป

ปอมเปอี เมืองที่ถูกฝัง จากการปะทุครั้งใหญ่ของ ภูเขาไฟวิสุเวียสในปี ค.ศ. 79 นานถึง 1,700 ปีจนกระทั่งในปี ค.ศ. 1748 นครแห่งนี้ได้รับการค้นเจอ หลังจากที่มีการขุดเซาะไปเรื่อยๆ ก็พบเมืองทั้งเมืองในสภาพที่สมบูรณ์มากที่สุด และทำให้เมืองที่อยู่ใกล้กับเมืองเนเปิลส์ในอิตาลีเมืองนี้กลายเป็นเมืองที่ถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก และดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
ขณะเดียวกันก็มีความเชื่อที่เล่าขานต่อกันมาว่า ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นต่อเมืองปอมเปอีนั้น เป็นการลงทัณฑ์จากพระเจ้า เนื่องจากกองทหาร ทำลายรูปปั้นศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นตัวแทนพระองค์
เมืองโบราณในยคุอาณาจักรโรมันแห่งนี้ มีนักท่องเที่ยวที่ไปเยือนเป็นจำนวนมาก และมีจำนวนหนึ่ง อยากลองดีด้วยการ หยิบฉวย หรือ ขโมย วัตถุโบราณวัตถุติดตัวกลับไปไม่ว่าจะเป็นชิ้นส่วนของโถโบราณ ชิ้นส่วนรูปปั้น จิตรกรรมฝาผนัง แต่เชื่อหรือไม่ว่าเกือบทุกราย ต่างนำกลับมาคืนโดยอ้างว่าโบราณวัตถุต่างๆ เป็นต้นเหตุของโชคร้ายมาสู่ตนเองและครอบครัว
อาถรรพ์วัตถุโบราณยุคบ้านเชียง

ข่าวเล็กๆข่าวหนึ่งในหน้าหนังสือพิมพ์เมื่อเดือนมกราคาปี 2560 ที่ระบุว่า มีชาวบ้านรายหนึ่ง ที่ลักลอบไปขุดวัตถุโบราณ จากวัดป่าเทพโนนตาล จ.อุดรธานี สุดท้ายป่วยแบบปริศนา คล้ายกับถูกอาถรรพ์ หาหมอก็รักษาไม่หาย จีงตัดสินใจเอา วัตถุโบราณที่ลักลอบขุดไปมาคืน
ทั้งนี้วัตถุโบราณที่ขุดพบที่วัดป่าเทพโนนตาล บ้านโนนสูง อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี นั้นขุดได้จากโบสถ์เก่าภายนวัดป่าเทพโนนตาล ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของใช้โบราณและมีชาวบ้านที่ทราบข่าวเข้าไปขโมยลักลอบขุดกันอย่างมาก แต่สุดท้ายก็ต้องนำมาคืนให้กับทางวัด และหลายคนบอกตรงกันว่าเมื่อนำของไปแล้ว รู้สึกว่าป่วยแบบไร้สาเหตุ และหมอแผนปัจจุบัน ก็รักษาไม่หาย จึงเชื่อว่าเป็นอาถรรพ์ของวัตถุโบราณที่ไปลักลอบขุดมา จึงได้นำมาคืน
เหตุเกิดที่พิษณุโลกวัตถุโบราณย่อมมีเจ้าของ
หลังจากมีการขุดพบวัตถุโบราณอายุนับพันปีซุกในโพรงถ้ำ ในพื้นที่ไร่มันสำปะหลัง จังหวัดพิษณุโลก และมีชาวบ้านเข้าไปลักลอบขุดเพื่อนำเอาไปขาย แต่เพียงชั่วข้ามคืนก็ต้องนำ วัตถุโบราณที่ขุดได้มามอบให้กับวัด เพื่อนำไปให้ผู้ว่าราชการจังหวัด
ทั้งนี้ชาวบ้านที่ลักลอบเข้าไปขุดนั้นเล่ากันว่า หลังจากนำเอาวัตถุโบราณกลับมาที่บ้าน พอตกกลางคืนก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดมีเสียงดังผิดปกติออกมาจากห้องที่ใช้เก็บวัตถุโบราณและสุนัขเห่าหอนตลอดทั้งคืน ด้วยความกลัวจึงตัดสินใจเอาของทั้งหมดมาให้กับทางวัด และทางวัดได้นำมามอบให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด พิษณุโลก ซึ่งจะทำการมอบวัตถุโบราณทั้งหมดไปอยู่ในพิพิธภัณฑ์สมเด็จพระนเรศวร บริเวณพระราชวังจันทร์ ต่อไป






























