รวมคำพูดสะท้อนวิธีคิดของ สืบ นาคะเสถียร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง ชายผู้เหนี่ยวไกปืนปลิดชีพตัวเอง เพื่อเรียกร้องให้สังคมและราชการหันมาสนใจปัญหาการทำลายทรัพยากรธรรมชาติอย่างจริงจัง ภายหลังการต่อสู้เพื่อสัตว์ป่าและผืนป่ามายาวนานกว่า 15 ปี และเพื่อปกป้องดูแลป่าห้วยขาแข้งอย่างดีที่สุด สืบ นาคะเสถียร คือผู้ผลักดันให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งได้รับการประกาศให้เป็นมรดกทางธรรมชาติของโลก เขาลงมือเก็บข้อมูลเพื่อทำรายงานเสนอยูเนสโก จนทำให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกในเวลาต่อมา

1
“สัตว์ป่า”
เสียงปืนที่ดังลั่น ตัวแม่นั้นต้องสิ้นใจ
ลูกน้อยที่แบกไว้ กระดอนไปเพราะแรงปืน
ฝืนใจเข้ากอดแม่ หวังแก้ให้แม่ฟื้น
แม่จ๋าเพราะเสียงปืน จึงไม่คืนชีวิตมา
โทษไหนจึงประหาร ศาลไหนพิพากษา
ถ้าลูกท่านเป็นสัตว์ป่า ใครเข่นฆ่าท่านยอมไหม
ชีวิตใครใครก็รัก ท่านประจักษ์หรือไม่ไฉน
โปรดเถิดจงเห็นใจ สัตว์ป่าไซร้ก็เหมือนกัน
ปี 2518
บทกลอน “สัตว์ป่า” ของสืบ นาคเสถียร ที่ส่งเข้าประกวดคำขวัญด้านสัตว์ป่า-ป่าไม้

2
“ผมมีหน้าที่ลุยอย่างเดียว จะใหญ่มาแค่ไหนผมจับหมด”
ปี 2518
สืบ นาคะเสถียร เริ่มอาชีพข้าราชการกรมป่าไม้ที่เขาเขียว เขาทุ่มเททำงานด้านปราบปรามผู้ต้องหาที่ทำลายป่าและพรานป่าล่าสัตว์

3
“ผมขอพูดในนามของสัตว์ป่าทุกตัว เพราะพวกเขาพูดเพื่อตัวเองไม่ได้”
ปี 2530
คำกล่าวก่อนเริ่มต้นการอภิปรายคัดค้านการสร้างเขื่อนน้ำโจน จังหวัดกาญจนบุรี ของ สืบ นาคะเสถียร เพราะการสร้างเขื่อนจะทำให้สัตว์ป่าล้มตายเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นบทเรียนที่ได้จากการสร้างเขื่อนเชี่ยวหลานที่สืบ นาคะเสถียร พยายามชี้ให้เห็น

4
“ผมคิดว่า ชีวิตผมทำดีที่สุดแล้วเท่าที่ผมมีชีวิตอยู่
ผมคิดว่า ผมได้ช่วยเหลือสังคมดีแล้ว ผมคิดว่า ผมได้ทำตามกำลังของผมดีแล้ว
และผมพอใจ ผมภูมิใจสิ่งที่ผมทำ”
คำกล่าวของ สืบ นาคะเสถียร

5
“ผมมีเจตนาที่จะฆ่าตัวเอง โดยไม่มีผู้ใดเกี่ยวข้องในกรณีนี้ทั้งสิ้น”
วันที่ 31 สิงหาคม 2533
ข้อความในจดหมายที่ถูกพบ หลังพบศพสืบ นาคะเสถียร ในวันที่ 1 กันยายน 2533 ที่บ้านพักในป่าห้วยขาแข้ง
เสียงปืนในเช้าตรู่ของวันที่ 1 กันยายน 2533 ส่งผลให้สังคมตระหนักและหันมามองสัตว์ป่าและป่าไม้อย่างจริงจังมากขึ้น สองสัปดาห์หลังการตายของ สืบ นาคะเสถียร ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จึงประชุมกำหนดมาตรการป้องกันการบุกรุกป่าห้วยขาแข้ง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ สืบได้พยายามขอให้ประชุมมาแล้วหลายครั้ง และเกิดมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ขึ้นหลังวันพระราชทานเพลิงศพได้สิบวัน เพื่อสืบทอดเจตนารมย์ของสืบ นาคะเสถียร






























