Home Work & Living Living 46 ปี “สวนสยาม” ความหลังที่ (แอบ) เสียดาย แต่การปิดตำนานอาจจะดีกว่า?

46 ปี “สวนสยาม” ความหลังที่ (แอบ) เสียดาย แต่การปิดตำนานอาจจะดีกว่า?

ภาพจาก FB: Siam Amazing Park สยามอะเมซิ่งพาร์ค

เชื่อว่ามีคนไทยจำนวนไม่น้อยที่เคยมีความหลังและรู้จักกับ “สวนสยาม” ในฐานะสวนสนุกและสวนน้ำที่เป็นศูนย์รวมความทรงจำวัยเด็กของคนไทยหลายต่อหลายรุ่น สถานที่แห่งนี้รวบรวมเครื่องเล่นและกิจกรรมมากมาย รวมถึงสวนน้ำขนาดใหญ่ที่เด็กเล่นได้ ผู้ใหญ่เล่นดี สามารถสนุกสนานและมีความสุขกันได้ทั้งครอบครัว จากความทรงจำในวัยที่ยังเป็นเพียงเด็กน้อยหรือวัยรุ่นคนหนึ่ง มาจนถึงในวันนี้ คนเหล่านั้นอาจกลายเป็นคุณพ่อคุณแม่ คุณลุงคุณป้า หรืออาจเป็นคุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยายของใครสักคนไปแล้ว อย่างไรก็ตาม สถานที่ระดับตำนานแห่งนี้กำลังเผชิญวิกฤติครั้งใหญ่จากเหตุการณ์น้ำท่วมปี 2569 จนเริ่มส่อเค้าว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้?

ย้อนเส้นทาง 4 ทศวรรษ ของตำนาน “สวนสยาม ทะเล-กรุงเทพฯ”

ย้อนเวลากลับไปในช่วงก่อนทศวรรษ 2520 ยังไม่มีใครที่ได้รู้จักกับ “ทะเลกรุงเทพฯ” เพราะกรุงเทพฯ ไม่มีทะเล แม้ว่าพื้นที่ส่วนหนึ่งของเขตบางขุนเทียนจะติดกับทะเลฝั่งอ่าวไทยก็จริง มีแนวชายฝั่งทะเลยาวประมาณ 7.11 กิโลเมตร แต่มันไม่มีชายหาดสำหรับลงเล่นน้ำ เนื่องจากเป็นพื้นที่ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ การจะไปเที่ยวทะเลในเวลานั้นจึงต้องออกต่างจังหวัด ใกล้ที่สุดคือหาดบางแสน จังหวัดชลบุรี กระทั่งช่วงปลายปี พ.ศ. 2523 “ทะเลเทียมในกรุงเทพฯ” ก็ถูกก่อตั้งขึ้นมา ด้วยวิสัยทัศน์ที่อยากให้คนกรุงเทพฯ และคนไทยได้มีสถานที่พักผ่อนหย่อนใจระดับมาตรฐานสากล

“สวนสยาม” หรือ Siam Park City เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2523 ดำเนินงานโดย บริษัท อมรพันธ์นคร-สวนสยาม จำกัด โดย ดร.ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ นักธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ผู้ประสบความสำเร็จอย่างสูงในสมัยนั้น เป็นประธานกรรมการ แรกเริ่มสวนสยามมีเพียงสวนน้ำ ต่อมามีการซื้อเครื่องเล่นเดิมจากสวนสนุกแฮปปี้แลนด์ที่ปิดกิจการไปแล้วมาให้เปิดให้บริการ เมื่อเวลาผ่านไป ภายในสวนน้ำก็มีเครื่องเล่นทางน้ำครบครัน และเครื่องเล่นอื่น ๆ ก็ถูกนำเข้ามาเพิ่มเติม ทำให้สวนสยามค่อย ๆ เปลี่ยนจากภาพของสวนน้ำที่มีทะเลเทียม มาเป็นสวนสนุกเต็มรูปแบบ นั่นจึงทำให้สวนสยามเป็น “สวนน้ำและสวนสนุกแห่งแรกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย” บนเนื้อที่กว่า 300 ไร่

ภาพจาก FB: Siam Amazing Park สยามอะเมซิ่งพาร์ค

การมาของ “สวนสยาม” ทำให้คนกรุงในยุคนั้นฮือฮาทันที เพราะคนกรุงเทพฯ สามารถไปเล่นน้ำทะเลได้โดยไม่ต้องเดินทางไปต่างจังหวัด เป็นที่มาของชื่อเรียกติดปากประชาชนทั่วไปว่า “สวนสยาม ทะเล-กรุงเทพฯ” พร้อมคำขวัญสั้น ๆ ว่า “โลกแห่งความสุข สนุกไม่รู้ลืม” ภายหลัง ทะเลเทียมแห่งนี้จะได้รับการรับรองจาก Guinness World Records ร่วมกับสมาคมสวนน้ำโลก มอบรางวัลหนังสือรับรอง “ทะเลเทียมที่ใหญ่ที่สุดในโลก” เมื่อวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2552

สวนสยามได้รับการยอมรับระดับนานาชาติมากมาย อาทิ รางวัล Thailand Tourism Award สาขานันทนาการเพื่อการท่องเที่ยว จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2553, 2555 และ 2560 ได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 2 สวนสนุกที่ดีที่สุดของเอเชียจาก www.forbes.com ซึ่งจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าสวนสยามในยุคนั้นไม่ได้วางตัวเองเป็นเพียงสถานที่เล่นน้ำหรือสวนสนุกเท่านั้น แต่ยังพยายามเป็นพื้นที่สำหรับกิจกรรมและความบันเทิงหลากหลายรูปแบบ

จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของสวนสยาม เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2562 เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป สวนสยามจึงได้ประกาศรีแบรนด์ครั้งใหญ่ มีการปิดปรับปรุงพื้นที่บางส่วน เพื่อยกระดับความทันสมัยและรองรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก พร้อมเปลี่ยนชื่อโครงการเป็น “สยามอะเมซิ่งพาร์ค (Siam Amazing Park)” ด้วยแนวคิด “Everyday is Amazing” และสร้างเรื่องราวใหม่ผ่านดินแดนแห่งการผจญภัย 6 โลก รวมถึงมาสคอต “Si-Am and Friends” ภายใต้การบริหารของทายาทรุ่นที่สองคือ สิทธิศักดิ์ เหลืองอมรเลิศ, วุฒิชัย เหลืองอมรเลิศ และจิรวรรณ ดิศกุล ณ อยุธยา โดยมีการปรับภาพลักษณ์ให้ดูทันสมัย เป็นสากล และบริการที่หลากหลายมากขึ้น

ภาพจาก FB: Siam Amazing Park สยามอะเมซิ่งพาร์ค

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ “สวนสยาม” ที่เรารู้จักและคุ้นเคยกันดี เดินทางผ่านกาลเวลามาแล้วกว่า 4 ทศวรรษ อย่างไรก็ตาม ในปี 2569 ก่อนถึงวันครบรอบ 46 ปีไม่ถึงสองเดือน “สวนสยาม” กลับต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่อีกครั้งจากสถานการณ์อุทกภัยในปี 2569 มวลน้ำได้เข้าท่วมพื้นที่สวนสนุกและสวนน้ำจนเต็ม 100% ส่งผลให้ทางผู้บริหารต้องประกาศปิดให้บริการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2569 เป็นต้นมา เพื่อเร่งทำความสะอาด ฟื้นฟู และปรับปรุงโครงสร้างพื้นที่กับเครื่องเล่นใหม่ทั้งระบบเป็นเวลานานถึง 6 เดือน โดยมีการประเมินมูลค่าความเสียหายทางธุรกิจและทรัพย์สินเบื้องต้นไว้กว่า 500 ล้านบาท เพราะเครื่องจักร มอเตอร์ไฟฟ้า ระบบกรองน้ำ และโครงสร้างเครื่องเล่นต่าง ๆ ได้รับความเสียหายอย่างหนัก รวมถึงผลกระทบจากการปิดให้บริการช่วงไฮซีซันด้วย

จากวิกฤติหนักในรอบ 46 ปี ทางผู้บริหารจึงได้เปิดเผยถึงแผนและแนวทางในการ ประกาศขายกิจการในราคา 10,000 ล้านบาท เพื่อหาทางออกให้กับธุรกิจและพนักงานกว่า 400 ชีวิต นี่คือเรื่องน่าใจหายสำหรับคนไทยจำนวนไม่น้อยที่เคยมีวันวานกับสถานที่แห่งนี้ เมื่อสวนสนุกและสวนน้ำที่มีอายุมากที่สุดในประเทศไทย ที่ยังมีสถานะเปิดดำเนินการอยู่มาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งก็เป็นเวลาเกือบครึ่งศตวรรษ อาจจะต้องปิดฉากลงเซ่นพิษน้ำท่วมปี 2569 ทั้งที่เคยผ่านร้อนผ่านหนาวมายาวนานกว่าสี่ทศวรรษ

พื้นที่และบริการภายในสยามอะเมซิ่งพาร์ค มีอะไรบ้าง

สถานการณ์อุทกภัยในปี 2569 นี้ สร้างความเสียหายให้กับสวนสยามอย่างหนักหน่วง เมื่อพื้นที่กว่า 300 ไร่ จมน้ำแบบ 100% เพื่อให้เห็นภาพความเสียหายของสถาปัตยกรรมและสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ Tonkit360 จึงขอนำเสนอพื้นที่และบริการภายในสยามอะเมซิ่งพาร์ค ว่าน้ำท่วมครั้งนี้ทำให้อะไรจมไปบ้าง และทำไมเจ้าของถึงเอาไม่อยู่! จนต้องวางแผนประกาศขาย

ภาพจาก FB: Siam Amazing Park สยามอะเมซิ่งพาร์ค

สำหรับพื้นที่ภายใน แบ่งเป็น 6 โลกแห่งการผจญภัย คือ 5 พื้นที่ 1 สวนน้ำ (จากพื้นที่หลัก 2 ส่วน)

1. Bangkok World มี ไซ (Si) และ แอม (Am) เป็นตัวละครมาสคอตหลักประจำพื้นที่ต้อนรับและประจำโซน เป็นพื้นที่ที่จำลองอาคารสำคัญ สัญลักษณ์ประจำเมืองสุดคลาสสิกและวิถีชีวิตชาวบางกอกในยุคที่สวยงาม ตื่นตาตื่นใจกับการท่องเที่ยวสุดอะเมซิ่งของเมืองบางกอกที่ไม่ซ้ำใคร และรวมไว้ในหนึ่งเดียวเคียงคู่สวนน้ำสวนสนุกระดับโลก ชมสถาปัตยกรรมล้ำค่า ชอปสินค้าฝีมือพื้นถิ่นจากทั่วประเทศ ชิมอาหารอร่อยนานาประเภทและอาหารหายากจากย่านเก่าต่าง ๆ เช่น

  • Bangkok Organic Market แรงบันดาลใจจาก ห้างแบดแมนแอนด์โก
  • Bangkok Home Craft Market แรงบันดาลใจจาก ห้างบี.กริมแอนด์โก
  • Siam Park City Office แรงบันดาลใจจาก อาคารสยามกัมมาจล
  • Bangkok Floating Market แรงบันดาลใจจาก ตลาดน้ำคลองผดุงกรุงเกษม
  • Bangkok Dinner Theater แรงบันดาลใจจาก ศาลาเฉลิมไทย
  • Bangkok Fine Arts Market แรงบันดาลใจจาก คลองถม
  • Bangkok Phahurat แรงบันดาลใจจาก พาหุรัด
  • Bangkok World Food Hall แรงบันดาลใจจาก ศาลาเฉลิมกรุง
  • Bangkok China Town แรงบันดาลใจจาก เยาวราช
  • Bangkok Sam Peng แรงบันดาลใจจาก สำเพ็ง
  • Thai Kid’s Cooking Experience แรงบันดาลใจจาก บ้านพระอาทิตย์
  • World Learning Experience แรงบันดาลใจจาก บ้านขนมปังขิง
  • Check-in Point รวบรวมสถาปัตยกรรมโดดเด่นคู่เมืองหลวงอย่าง เสาชิงช้า อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ป้อมพระสุเมรุ ประตูเฉลิมพระเกียรติ และประตูสามยอด

2. Amazing Adventure เป็นพื้นที่ปลุกความเป็นนักผจญภัยไปกับการท่องเที่ยว สร้างความสุขสุดประทับใจทั้งครอบครัว ประกอบด้วย 5 โซน

  • Water World หรือสวนน้ำ มีตัวละครมาสคอตประจำโซนคือ คุณลุงวาฬเรนเจอร์ (Ranger the Whale) เป็นทะเลเทียมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยขนาด 13,600 ตารางเมตร รับรองโดย Guinness World Records มีเครื่องเล่นที่สำคัญอย่าง
    • Wave Pool ทะเลเทียมน้ำจืดและคลื่นยักษ์ที่สร้างจากฝีมือมนุษย์
    • Speed Slider สไลเดอร์ยักษ์สายรุ้ง 7 สี สูง 21 เมตร (เท่าตึก 7 ชั้น) และสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
    • Si-Am Lagoon เครื่องเล่นทางน้ำพร้อมด้วยของเล่นหลากรูปแบบอลังการสไลด์เดอร์ที่เหมาะสำหรับสมาชิกทุกคนในครอบครัว
    • Super Spiral สไลเดอร์ขนาดใหญ่ที่มีรางน้ำคดเคี้ยวด้วยความสูงถึง 20 เมตร
    • Flowing Pool ธารน้ำวน
    • Mini Slide สำหรับเด็ก ๆ
    • Ranger’s Pirate Lagoon สไลเดอร์ใหม่ธีมโจรสลัด
  • Xtreme World โซนสำหรับคนรักความท้าทาย มีตัวละครมาสคอตประจำโซนคือ พี่เสือโกลเด้น (Golden the Tiger) ประกอบไปด้วยเครื่องเล่นหวาดเสียวและตื่นเต้นระทึกใจ สร้างประสบการณ์ที่ไม่อาจลืม มีเครื่องเล่นสำคัญอย่าง
    • Vortex รถไฟเหาะตีลังกาเกลียวสว่านแบบห้อยขาที่ยาวที่สุด 1 ใน 2 ของโลก มีความยาว 765 เมตร สูง 33 เมตร และวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 76 กม./ชม.
    • Log Flume ผจญภัยบนท่อนซุงแบบถอยหลังและพุ่งไปข้างหน้าท่ามกลางกระแสน้ำเชี่ยว สู่ยอดเขาผ่านถ้ำเสือและสิงโต ก่อนที่จะทิ้งดิ่งพสุธาลงมาจากความสูง 27 เมตร
    • Giant Drop ยักษ์ตกตึก เครื่องเล่นที่สูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พาดิ่งพสุธาด้วยความแรงจากความสูง 75 เมตรไม่ถึง 3 วินาที
    • Boomerang รถไฟเหาะตีลังกา 2 ทิศทาง ถอยหลังและหมุนตีลังกากลับรวม 6 ครั้ง ด้วยความเร็ว 80 กม./ชม.
    • Ranger วาฬเหาะที่จะหมุนรอบ 360 องศา จนถึงจุดที่เครื่องตั้งฉากขึ้นฟ้าค้างไว้
    • Take Off พาพุ่งทะยานทำมุมเอียง 48 องศา ด้วยขนาด 40 ที่นั่งบนยานพาหนะ 4 ลำ
    • Condor เครื่องเล่นเหยี่ยวเวหาที่บินถลาโฉบไปมากลางห้วงอากาศ บนความสูงกว่า 50 เมตร
    • Mega Dance แมงมุมยักษ์ ที่พาหมุนวนไปรอบ ๆ และแกว่งหงายขึ้น-หงายลงสลับกัน
    • Balloon Race การผสมผสานเสน่ห์ของบอลลูนลมและชิงช้าสวรรค์เข้าด้วยกัน เกิดเป็นกระเช้าบอลลูนเหินฟ้า
    • Enterprise กระเช้าสายรุ้งวงล้อขนาดใหญ่หมุนวนตั้งฉากกับพื้นโลก
    • Break Dance เครื่องเล่นใหม่สีสันสดใส เหวี่ยงสะบัดไปมา
  • Adventure World โซนเครี่องเล่นที่การันตีถึงความสนุกสุดเหวี่ยงจากบรรดาเครื่องเล่นสุดมัน มีตัวละครมาสคอตประจำโซนคือ น้องไดโน่ (Dino the Dinosaur) ประกอบด้วยเครื่องเล่นอย่าง
    • Astro Liner นั่งดูหนังสามมิติในกระสวยอวกาศ
    • Rock & Roll เก้าอี้อวกาศที่พาหมุน หมุน หมุน ตีลังกาแบบ 360 องศาด้วยความเร็ว
    • Astrofighter เครื่องบินประจัญบานที่พาลอยเหินขึ้น-ลงกลางอากาศ
    • Tagada Disco จานหมุนดิสโก้พร้อมเสียงดนตรี จานหมุนเอียงทำมุม 35 องศา หมุนด้วยความเร็วที่เหวี่ยงจนหลังติดเบาะและกระดอนไปมา
    • Monster ปลาหมึกยักษ์หนวดยาวสีชมพู เริ่มต้นจะค่อย ๆ จะพาหมุนวนไปอย่างช้า ๆ ก่อนจะเพิ่มสปีดความเร็วเหวี่ยงโฉบขึ้น-โฉบลง
    • Twin Dragon เรือมังกรสองหัว ที่จะแกว่งขึ้นไปสูงสุดถึงประมาณ 75 องศา ขณะที่จุดตรงกลางจะแกว่งทำมุมได้เพียง 60 องศา
  • Family World เครื่องเล่นหลากหลายชนิดที่สามารถใช้บริการพร้อมกันได้ทั้งครอบครัว มีตัวละครมาสคอตประจำโซนคือ ม้าวิลลี่ (Willy the Horse) ประกอบด้วยเครื่องเล่นอย่าง
    • Si-Am Tower หอคอยชมวิวปรับอากาศเย็นฉ่ำ ที่หมุนรอบตัว 360 องศา จากความสูง 109 เมตร พาทุกคนเปิดมุมมองทั่วฟ้ากับวิวทิวทัศน์อันสวยงามของสวนสนุกและบริเวณโดยรอบสวนสยาม ด้รับการรับรองว่าเป็นหอคอยชมวิวที่สูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
    • Double Deck Merry Go Round ม้าหมุนสองชั้นสุดคลาสสิก
    • Big Double Shock บ้านผีสิงที่เปิดประสบการณ์ขวัญผวา ท้าทายความตื่นเต้น และพิสูจน์ความสยดสยองกับเหล่าภูติผีปีศาจ ด้วยภาพจินตนาการในภพหลังความตายที่สมบูรณ์แบบที่สุดในประเทศไทย
    • Choo Choo Adventure รถไฟแห่งความสุขที่จะพาไปท่องเที่ยวในโลกแฟนตาซี บ้านเพื่อนรักทั้ง 5 ของ Si กับ Am ตื่นตาตื่นใจไปกับหุ่นกว่า 150 ตัว ออกแบบโดยนักเขียนการ์ตูนชื่อดัง
  • Small World โซนโปรดสำหรับหนู ๆ ตัวน้อย ครบครันไปด้วยเครื่องเล่นหลากหลายประเภทกระตุ้นพัฒนาการเด็กอย่างเต็มศักยภาพ มีตัวละครมาสคอตประจำโซนคือ คุณป้าหงส์แซลลี่ (Sally the Swan) ประกอบด้วยเครื่องเล่นอย่าง
    • Swan เรือหงส์
    • Mini Carousel ม้าหมุนเล็ก
    • Mini Motorcycle มอเตอร์ไซค์วิบาก
    • Mini Boat เรือหรรษา
    • Play Port บ้านบอล
    • Mini Astrofighter เครื่องบินประจัญบานเล็ก

พื้นที่อื่น ๆ สำหรับ

  • งานเลี้ยงสังสรรค์ เป็นสถานที่รับรองสำหรับการประชุม สัมมนา หรืองานเลี้ยงในโอกาสพิเศษต่าง ๆ
  • ค่ายพักแรม สำหรับกิจกรรมการเข้าค่ายลูกเสือ มีฐานกิจกรรมต่าง ๆ มากกว่า 20 ฐาน มีวิทยากร ซึ่งผ่านการอบรมวิชาผู้กำกับลูกเสือ เชี่ยวชาญทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ และเรือนพักอาศัยพร้อมห้องน้ำในตัว ที่สามารถรองรับนักเรียนได้กว่า 700 คน และรองรับกิจกรรมทัศนศึกษา

“ธุรกิจสวนสนุกที่ไม่สนุกในโลกธุรกิจ” เมื่อตลาดสวนสนุกไม่ง่ายเหมือนเมื่อ 40 ปีก่อน

ในแง่ของโมเดลธุรกิจสวนสนุกกลางแจ้ง คือความตื่นตาตื่นใจสูงสุดของสังคมไทยในอดีต เมื่อทางเลือกด้านความบันเทิงยังไม่ได้มีให้เลือกมากมายเหมือนปัจจุบัน การไปสวนสยามจึงไม่ใช่แค่การไปเล่นเครื่องเล่น แต่เป็น “กิจกรรม” ของครอบครัวที่สามารถมอบประสบการณ์การเที่ยวทั้งวันให้คนกรุงเทพฯ เป็นสถานที่ทัศนศึกษาของนักเรียน เป็นจุดหมายของวันหยุด และเป็นหนึ่งในภาพจำของวัยเด็กสำหรับคนจำนวนมาก นั่นทำให้ครั้งหนึ่งสวนสยามเคยมียุคทอง ด้วยคำว่า “ทะเลกรุงเทพฯ” เพียงคำเดียวก็เพียงพอจะทำให้คนอยากไป เพราะมีจุดขายที่ชัดเจนมากว่า “อยากเล่นน้ำเหมือนไปทะเล แต่ไม่ต้องออกจากกรุงเทพฯ” ในยุคที่การเดินทางไม่ได้ง่ายและสะดวกแบบทุกวันนี้

ภาพจาก FB: Siam Amazing Park สยามอะเมซิ่งพาร์ค

แม้ว่าจุดสูงสุดของแบรนด์ “สวนสยาม” จะแข็งแรงมาก ถึงขนาดที่เปลี่ยนชื่อเป็น สยามอะเมซิ่งพาร์ค ไปแล้ว คนก็ยังจำอยู่แค่ สวนสยาม เพราะชื่อนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำคนไทยครึ่งค่อนประเทศว่า “เคยไปสวนสยามตอนเด็ก” จะเห็นได้ชัดเจนว่าสวนน้ำและสวนสนุกแห่งนี้ขาย ประสบการณ์ที่คนรู้จักและอยากกลับไปซ้ำ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่คู่แข่งเลียนแบบได้ยาก ในแง่ความทรงจำจากประวัติศาสตร์เกือบ 50 ปี และความผูกพันของคนหลายรุ่นที่สถานที่ใหม่ ๆ ยังทำไม่ได้ ทว่าความสำเร็จของสวนสยามในอดีต ก็ไม่ได้แปลว่าธุรกิจสวนสนุกในวันนี้ยังเล่นอยู่ในเกมเดียวกับเมื่อ 40 กว่าปีก่อน เพราะเวลาที่ผ่านไป ทำให้ตลาดเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ธุรกิจที่สร้างความสุขให้ผู้คน จึงต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงที่ต้องแบกรับ!

เพราะในปัจจุบัน มีสวนสนุกและสวนน้ำเกิดขึ้นมาเพื่อเป็นคู่แข่งมากมาย ขณะเดียวกัน คู่แข่งความบันเทิงอื่น ๆ อย่างห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนตร์ คาเฟ่ หรือสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ๆ และกิจกรรมรูปแบบอื่น ก็เข้ามาชิงพื้นที่ ทั้งเวลาว่างและเงินในกระเป๋าของผู้บริโภค รวมถึงเศรษฐกิจและกำลังซื้อของคนไทยที่กลายเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะการจ่ายเงินซื้อบัตรเข้าสวนสนุกเป็นค่าใช้จ่ายที่สามารถตัดออกได้เมื่อครัวเรือนต้องรัดเข็มขัด แต่การเดินเล่นในห้างสรรพสินค้าอาจเสียเงินน้อยกว่า และที่สำคัญ พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ก็เปลี่ยนไปจากแต่ก่อนด้วย การดึงคนให้ออกมาตากแดดตากลมในสวนสนุกกลางแจ้งจึงไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป

ภาพจาก FB: Siam Amazing Park สยามอะเมซิ่งพาร์ค

ส่วนในแง่ของการบริหาร สิ่งที่คนนอกมักมองไม่เห็นคือ “เบื้องหลังความสนุก มีต้นทุนที่น่ากลัว” สวนสนุกไม่ใช่ธุรกิจที่เปิดบริการแล้วปล่อยให้มันดำเนินไปเองได้ เครื่องเล่นระดับโลกแทบทุกอย่างใช้เครื่องจักร หรือระบบน้ำในทะเลเทียม จำเป็นต้องได้รับการบำรุงรักษา จากวิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุด ค่าใช้จ่ายในการตรวจเช็ก ซ่อมแซม และเปลี่ยนอะไหล่ มีมูลค่าสูงลิ่วสวนทางกับรายได้ที่ผันผวนตามสภาพเศรษฐกิจและฤดูกาล ขณะเดียวกัน จำนวนนักท่องเที่ยวก็ลดลง ผู้บริหารสวนสยามเคยให้ข้อมูลว่า ช่วงต้นปี 2568 จำนวนผู้ใช้บริการของสยามอะเมซิ่งพาร์คลดลงประมาณ 40% และภาพรวมธุรกิจสวนน้ำและสวนสนุกในเวลานั้นลดลงราว 40-60% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า

ธุรกิจประเภทนี้จึงมีต้นทุนที่ไม่สามารถหยุดตามจำนวนลูกค้าได้ง่าย ๆ เครื่องเล่นต้องตรวจสอบและบำรุงรักษา ระบบน้ำและระบบไฟฟ้าต้องดูแล พื้นที่ขนาดใหญ่ต้องใช้คนจำนวนมาก และความปลอดภัยไม่ใช่ต้นทุนที่สามารถลดลงตามจำนวนผู้เข้าชมได้โดยง่าย พูดง่าย ๆ ก็คือ ต่อให้คนมาเที่ยวลดลงครึ่งหนึ่ง เครื่องเล่นก็ยังต้องได้รับการดูแลเหมือนเดิม สอดคล้องกับตัวเลขผลประกอบที่ทางไทยรัฐอ้างอิงจากการรวบรวมของ Savills และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่า สยามอะเมซิ่งพาร์คมีผลขาดทุนสุทธิทุกปีในช่วงปี 2562-2568 รวมประมาณ 686.85 ล้านบาท โดยปี 2568 มีรายได้ 254.75 ล้านบาท แต่ขาดทุนสุทธิ 145.65 ล้านบาท

ภาพจาก FB: Siam Amazing Park สยามอะเมซิ่งพาร์ค

ดังนั้น ปัญหาของสวนสยามไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นจากน้ำท่วมครั้งล่าสุด เพราะก่อนหน้านั้นธุรกิจก็อยู่ในสถานการณ์ที่ต้องพยายามประคองตัวและลงทุนเพื่อดึงคนกลับมาอยู่แล้ว โดยสวนสยามเคยพยายามปรับตัวหลายทาง ทั้งการเพิ่มเครื่องเล่น การพัฒนาพื้นที่ Bangkok World การขยายกิจกรรม และการสร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่เพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่ ขณะที่ในปี 2568 ก็มีแผนลงทุนเพิ่มเติมเพื่อปรับปรุงเครื่องเล่นและสวนน้ำ หรือล่าสุดในปี 2569 ก่อนที่วิกฤติน้ำท่วมจะเข้ามาซ้ำเติม ก็ยังมีความพยายามนำกระแสวัฒนธรรมร่วมสมัยเข้ามาเชื่อมกับสวนสนุก กับกิจกรรม “CLICK at Siam Amazing Park” ที่นำสถานที่ถ่ายทำ MV เพลง “CLICK” ของ JISOO นักร้องไอดอลดเกาหลี หนึ่งในสมาชิกวง BLACKPINK มาพัฒนาเป็นประสบการณ์สำหรับแฟนคลับทั่วโลก สะท้อนว่าสวนสยามยังพยายามหาวิธีสร้างเหตุผลใหม่ ๆ ให้คนเดินทางมาที่นี่

แม้จะน่าเสียดาย แต่การปิดตำนานอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า?

จากวิกฤติน้ำท่วม 2569 และธุรกิจที่มีผลขาดทุนต่อเนื่องอยู่ก่อนแล้ว ทำให้คำถามสำคัญของสวนสยามเปลี่ยนไปจากเดิม จาก “จะทำอย่างไรให้สวนสยามกลับมาเปิดได้?” กลายเป็น “การใช้เงินจำนวนมหาศาลเพื่อทำให้สวนสยามกลับมาเหมือนเดิม ยังเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าหรือไม่?” เพราะในมุมของธุรกิจ การใส่เงินก้อนใหม่จำนวนมากเข้าไปเพื่อซ่อมแซมของที่เสีย มันคือการลงทุนเงินก้อนใหม่และก้อนใหญ่กับธุรกิจที่เผชิญปัญหามานานหลายปี หากตัดสินใจไปต่อ ก็อาจจะเป็นเพราะชื่อที่ติดอยู่ในความทรงจำของผู้คน ที่คู่แข่งไม่มีทางสู้ได้

ภาพจาก FB: Siam Amazing Park สยามอะเมซิ่งพาร์ค

อย่างไรก็ตาม ความผูกพันของเหล่าคนไทยที่เคยมีวันวานกับสถานที่แห่งนี้ ไม่สามารถใช้จ่ายค่าซ่อมเครื่องเล่นหรือจ่ายเงินเดือนพนักงานได้ เมื่อสวนสยามมีค่าใช้จ่ายอยู่ตลอดเวลาแม้ไม่มีลูกค้าเดินเข้าประตู เครื่องเล่นต้องได้รับการตรวจสอบ ระบบต่าง ๆ ต้องซ่อมแซม พนักงานหลายร้อยคนยังมีภาระค่าใช้จ่าย และการกลับมาเปิดใหม่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนจะกลับมาใช้บริการในจำนวนเดิมทันที ในเมื่อมันอาจไม่คุ้มค่าที่จะไปต่อ แผนที่จะขายกิจการของผู้บริหารจึงไม่ใช่เรื่องอารมณ์ชั่ววูบอย่างแน่นอน แม้สนสยามอาจต้องยุติกิจการสวนน้ำและสวนสนุก แต่สวนสยามยังมีทรัพย์สินอีกอย่างที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของกรุงเทพฯ นั่นคือ “ที่ดิน”

จากพื้นที่ชานเมืองเมื่อปี 2523 ปัจจุบัน บริเวณพื้นที่เขตคันนายาวได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเมืองที่มีการพัฒนาที่อยู่อาศัย พื้นที่พาณิชย์ และระบบขนส่งมากขึ้น ทำให้ที่ดินผืนใหญ่ของสวนสยามมีมูลค่าในฐานะอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นอย่างมาก ล่าสุดผู้ก่อตั้งจึงเปิดทางให้มีการขายกิจการและที่ดินในราคาประมาณ 10,000 ล้านบาท หากไม่สามารถหาเงินมาฟื้นฟูกิจการได้ โดยย้ำว่ายังอยู่ระหว่างพิจารณาอนาคตและยังพยายามเร่งฟื้นฟูเพื่อกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง ดังนั้น ณ เวลานี้จึงยังไม่ใช่การประกาศปิดกิจการอย่างเด็ดขาดแต่อย่างใด

ถึงอย่างนั้น ข่าวการประกาศขายสวนสยามในราคา 10,000 ล้านบาท ก็สร้างความใจหายและเสียงสะท้อนถึงความเสียดายจากคนไทยจำนวนมาก เพราะที่นี่คือพื้นที่แห่งความทรงจำวัยเด็กของคนจำนวนมาก แต่ถ้ามองผ่านความเป็นจริงทางธุรกิจ การตัดสินใจหยุดความเสียหายและปล่อยให้ตำนานนี้ปิดฉากลง อาจเป็นทางเลือกที่ “สมเหตุสมผลกว่า” แน่นอนว่าหากการขายสวนสยามเกิดขึ้นจริงมันก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย เพราะสิ่งที่อาจหายไปพร้อมกับสวนสยาม ไม่ใช่เพียงเครื่องเล่นหรือสวนน้ำ แต่คือ “สถานที่หนึ่ง” ที่คนหลายรุ่นเคยใช้เวลาในช่วงหนึ่งของชีวิต ทว่าก็ต้องยอมรับว่าการที่ธุรกิจหนึ่งเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยน อาจดีกว่าการฝืนรักษารูปแบบเดิมไว้ด้วยต้นทุนที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ และผลตอบแทนที่ไม่คุ้มค่า!

ภาพจาก FB: Siam Amazing Park สยามอะเมซิ่งพาร์ค

เพราะสวนสยามในวันนี้ไม่ใช่สวนสยามในปี 2523 อีกแล้ว เมื่อ 46 ปีก่อน การมีทะเลเทียมขนาดใหญ่และสวนสนุกในกรุงเทพฯ คือสิ่งที่สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้คน แต่วันนี้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากกว่าเดิมอย่างมหาศาล และสวนสนุกเองก็ต้องแข่งขันกับประสบการณ์รูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ห้างสรรพสินค้า สวนสนุกในร่ม กิจกรรมสำหรับครอบครัว หรือแม้แต่ประสบการณ์ที่สร้างขึ้นจากวัฒนธรรมแฟนคลับและสื่อออนไลน์ก็เกิดขึ้นที่ไหนก็ได้

ที่สำคัญ คือประสบการณ์ไม่ดีของนักท่องเที่ยวหลายคน ที่แม้จะมีจำนวนน้อย แต่ก็มีผลต่อการตัดสินใจเลือกไปหรือไม่ไปเที่ยวสวนสยาม เมื่อเครื่องเล่นจำนวนมากมีอายุการใช้งานหลายปี บ่อยครั้งที่เกิดเหตุขัดข้องจนต้องปิดปรับปรุงเพื่อความปลอดภัย หลายคนเสียเงินเข้าไปแต่เจอว่าเครื่องเล่นที่อยากเล่นไม่พร้อมใช้งาน สถานที่มีสภาพทรุดโทรม มีค่าใช้จ่ายจุกจิกตามจุดต่าง ๆ แม้จะเสียค่าบัตรเข้าไปแล้ว อาหารมีราคาแพงและไม่อร่อย โดยที่ไม่สามารถนำอาหารและเครื่องดื่มเข้าไปเองได้ หรืออีกสารพัดเรื่องที่ทำให้คนไม่พอใจ ก็ทำให้หลายคนไม่อยากกลับไปอยู่แล้ว นี่ก็เป็นอีกส่วนที่ต้องนำมาพิจารณาว่าสวนสยามควรไปต่อหรือพอแค่นี้ดีกว่า

เรื่องราวของ สยามอะเมซิ่งพาร์ค หรือที่เรารู้จักและเรียกกันติดปากว่า สวนสยาม ปัจจุบันยังไม่มีเส้นทางที่ชัดเจนว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป ถึงอย่างนั้น ตำนานของสวนสยามอาจไม่ใช่การที่จะผ่านวิกฤตินี้ไปได้และอยู่รอดไปอีก 10-20 ปี แต่อาจเป็นการที่มันสามารถอยู่ในความทรงจำของคนไทยมาได้นานถึง 46 ปี เป็นสถานที่ที่สรรสร้างความสุขให้กับเด็ก ๆ และครอบครัวมาเกือบ 5 ทศวรรษ ซึ่งตลอด 46 ปีที่ผ่านมา มีหลักฐานหลายอย่างว่าสวนสยามไม่ได้หยุดอยู่กับที่ แถมยังคงพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ทว่าการพยายามอยู่ต่อบางครั้งก็มีต้นทุนสูงเกินไป โดยเฉพาะในยุคที่อะไร ๆ ก็ไม่เหมือนเมื่อ 40 ปีที่แล้ว การเลือกหยุด เปลี่ยนมือ หรือยอมให้สถานที่แห่งนี้จบลงในรูปแบบเดิม ก็ไม่ได้แปลว่านี่คือความพ่ายแพ้ที่น่าอับอาย แต่คือความกล้าหาญที่จะยอมรับความจริงของโลกธุรกิจสมัยใหม่

เพราะอย่างน้อย สวนสยามก็เคยทำสิ่งที่สวนสนุกอีกหลายแห่งทำไม่ได้ นั่นคือการกลายเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำของคนหลายรุ่น ดังนั้น ถ้าวันหนึ่ง “สวนสยาม” จะเหลือเพียงแค่ชื่อในความทรงจำของคนที่เคยไป ก็ไม่ได้แปลว่า 46 ปีที่ผ่านมาไม่มีความหมาย นี่แหละ! คือสิ่งที่พิสูจน์ว่าตำนานไม่จำเป็นต้องอยู่ตลอดไป บางครั้ง…การปล่อยให้สถานที่หนึ่งเป็นเพียง “ตำนานในความทรงจำ” ก็อาจดีกว่าการฝืนยื้อให้มันมีชีวิตอยู่ด้วยความเหนื่อยล้า และขาดทุนมากกว่าคุ้มทุน!