Home Inspiration ชะนีติดซีรีส์ Bloody Flower ถ้าฆาตกรต่อเนื่อง คือคนเดียวที่ช่วยมนุษยชาติจากโรครักษาไม่หาย!

Bloody Flower ถ้าฆาตกรต่อเนื่อง คือคนเดียวที่ช่วยมนุษยชาติจากโรครักษาไม่หาย!

14 กุมภาวันวาเลนไทน์∼∼∼ ต่อให้ไม่มีแฟนเราก็ไม่เหงา เพราะเรามี (ผู้ชายใน) ซีรีส์ จะว่าไป เมื่อพูดถึงวันแห่งความรักแบบนี้มันก็ต้องมี “ดอกไม้” ใช่ไหมล่ะ! ดังนั้น คอลัมน์ชะนีติดซีรีส์ในวันนี้เลยอยากจะจัดเสิร์ฟให้สวย ๆ หนึ่งช่อ แต่ขอสปอยล์ไว้ ณ ตรงนี้เลยนะว่าดอกไม้ช่อนี้ไม่ธรรมดา เพราะมันเป็น “ดอกไม้เลือด”!

เอาล่ะไม่ต้องตกใจไป “ดอกไม้เลือด” คือคีย์เวิร์ดของซีรีส์ในสัปดาห์นี้ ที่จริงมันไม่ใช่คีย์เวิร์ดอะไรหรอก พูดให้มันดูซับซ้อนน่าสนใจไปงั้นแหละ 555 เพราะจริง ๆ แล้วมันเป็นแค่คำแปลภาษาไทยที่แปลแบบตรงตัวมาจากชื่อภาษาอังกฤษของซีรีส์ Bloody Flower ต่างหาก ในขณะที่แอปฯ ที่สตรีมซับภาษาไทยซีรีส์เรื่องนี้ เลือกที่จะแปลชื่อซีรีส์ให้มีความคมคายมากขึ้นด้วยชื่อว่า คนแลกเลือด แทน Bloody Flower เป็นซีรีส์ที่ดัดแปลงมาจากนิยายเรื่อง Flower of Death เรื่องราวแนวสืบสวนสอบสวน อาชญากรรม ลึกลับ ระทึกขวัญ จิตวิทยา ถ้าได้ลองเปิดดูตอนแรกแล้วก็จะรู้เองว่าเป็นเรื่องที่พล็อตโหดใช้ได้เลย แล้วการเล่าเรื่องก็ค่อนข้างหนักด้วย แต่ไม่ประสาทแดรก

Bloody Flower เล่าเรื่องราวความตึงเครียดและการเผชิญหน้าระหว่างคนสามคน คือ “อีอูกยอม” อดีตนักศึกษาแพทย์ผู้เป็นที่หนึ่งของรุ่น หลังจากประสบอุบัติเหตุ ความฝันในการเป็นหมอของเขาได้หลุดลอยไป แต่สติปัญญาของเขายังคงอยู่ พ่วงมาด้วยความพิเศษ เขาเดินหน้าพัฒนายาตัวหนึ่งเพื่อรักษาโรคที่รักษาไม่หายในมนุษย์ และได้กลายมาเป็นฆาตกรต่อเนื่อง 17 ศพ เพื่อเป็นตัวอย่างในการวิจัยโปรเจกต์ยาของเขา ในขณะที่ผู้คนรุมสาปแช่งเรื่องที่เขาเป็นฆาตกร ความจริงบางอย่างก็ถูกเปิดเผย ทั้งเรื่องยา และเรื่องที่เหยื่อของเขาล้วนแล้วแต่เป็นอาชญากรที่ไม่เคยได้รับโทษ ผู้คนเลยเริ่มตั้งคำถามว่าเขาเป็นฆาตกรหรือผู้มาโปรด และเขาเป็นปีศาจหรือเหยื่อของเขากันแน่ที่เป็นปีศาจ

ภาพจาก IG: disneypluskr

“พัคฮันจุน” ทนายความฝีมือดี เขานั้นเป็นตัวจริงและรุ่นใหญ่ ชื่อเสียงของเขานั้นถึงขนาดที่ทำให้คนในสำนักงานอัยการยังหวั่น ๆ แค่ได้ยินชื่อเขา แต่จู่ ๆ เขาก็กลายมาเป็นทนายความจำเลยให้กับฆาตกรต่อเนื่องที่คนทั้งประเทศรุมสาปแช่ง ใคร ๆ ก็ไม่เข้าใจว่าเขาตัดสินใจรับทำคดีให้กับเดนนรกทำไม ทว่าก็ไม่มีใครรู้หรอกว่าจริง ๆ แล้วเขาไม่ได้ยอมทำเพื่อเงินหรือมองเห็นว่าฆาตรกรอย่างอีอูกยอมก็ควรได้รับความยุติธรรมแต่อย่างใด แต่ทำไปเพื่อช่วยชีวิตลูกสาวที่ป่วยหนัก เพราะฆาตกรคนนี้คือความหวังเดียวที่จะช่วยชีวิตลูกสาวเขาเอาไว้

และ “ชาอียอน” อัยการสาวผู้มีชื่อห้อยท้ายว่าเป็นลูกสาวของเศรษฐี ทั้งที่เธอพยายามจะพิสูจน์ตัวเองว่าเธอมีตัวตนของเธอเอง ไม่จำเป็นต้องอยู่ใต้ร่มเงาใคร นั่นทำให้เธอต้องเร่งสร้างผลงานใหญ่ ๆ ให้ได้ และในนาทีนี้ คดีฆาตกรรมต่อเนื่องของอีอูกยอมก็มาวางอยู่ตรงหน้าเธอ เธอคว้าไว้แบบไม่ต้องคิดซ้ำ โดยเธอพยายามผลักดันให้โทษสูงสุดอย่างการประหารชีวิตกลับมา และใช้คดีนี้เป็นบันไดไปสู่สิ่งที่เธอต้องการ แท้จริงแล้วเธอก็เป็นคนที่ยึดมั่นในความยุติธรรมคนหนึ่ง เพราะเธอเชื่อว่าอีอูกยอมคือฆาตกร ไม่ว่าเขาจะอ้างว่าเขาช่วยเหลือคนได้กี่ร้อยกี่พันคนก็ตาม

ภาพจาก FB: Viu Thailand

สามคนนี้ต้องมาเผชิญหน้ากันภายใต้ข้อถกเถียงที่ว่า เขาคือ “ปีศาจ” หรือ “ผู้มาโปรด” มันคือการตั้งคำถามกับศีลธรรมและจริยธรรมครั้งใหญ่ เมื่อความตายของเหยื่อ คือทางรอดของมนุษยชาติ เขาในฐานะ “ฆาตกรต่อเนื่อง” ที่สังหารเหยื่อไป 17 ราย ยืนกรานว่าเขาไม่ได้เจตนาฆ่าใครแบบสุ่ม ๆ เพราะสนุกสนาน มันเป็นแค่ส่วนหนึ่งของการวิจัย! โปรเจกต์การพัฒนายารักษาโรคที่รักษาไม่หาย ยาที่เขาอ้างว่าเอาชนะได้ทุกโรคร้ายของมนุษย์ให้หายขาด นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของความท้าทายทั้งในประเด็นกฎหมาย และประเด็นของศีลธรรม-จริยธรรม เขาเชื่อสุดใจว่าตัวเองจะได้รับการยกโทษในที่สุด ไม่มีใครอยากประหารชีวิตคนที่สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยจากโรคที่รักษาไม่หายได้หรอก

Bloody Flower จริง ๆ เป็นซีรีส์ Original ของ Disney+ แต่ในไทยสตรีมซับไทยที่ viu

ศาลเป็นสถานที่พิสูจน์อาชญากรรม ไม่ใช่สถานที่พิสูจน์ความสามารถของจำเลย

ภาพจาก IG: disneypluskr

ใครที่ยังไม่ได้ดูซีรีส์เรื่องนี้นะ บอกเลยว่ารีบเปิดดูด่วน ๆ พาร์ตนอกศาลว่าทำดีแล้ว มีอะไรให้ลุ้นอยู่ตลอดเวลา ผู้คนรอบตัวอีอูกยอมก็ดูน่าสงสัยไปหมด แถมล่าสุดเปิดตัวตัวละครใหม่มาอีก หลังจากที่เรื่องเดินทางมาถึงครึ่งทาง ส่วนพาร์ตในศาลนี่ก็คือเดือดไม่แพ้กัน การฟาดฟันกันระหว่างอัยการกับทนายจำเลยนี่ทำให้คนดูอย่างเรานั่งไม่ติด ทีแรกนอนกลิ้งไปกลิ้งมาดูสบายใจเฉิบ พอเจอพาร์ตในศาลปุ๊บ ต้องดีดตัวเด้งขึ้นมานั่งดูดี ๆ ปั๊บเลย มันเลือกไม่ถูกจริง ๆ นะว่าจะเข้าข้างใครดี ถ้าความถูกต้องก็ต้องเลือกทีมอัยการ แต่หมั่นไส้ท่าทางของนางสุด โดยเฉพาะเวลานางแสยะยิ้มมุมปาก 555 และถ้าคุณแค่หมั่นไส้ยัยอัยการมาก ๆ ก็ต้องเลือกทีมทนายจำเลย ที่ช่วยจำเลยด้วยเหตุผลส่วนตัว

ส่วนตัวเข้าใจทั้งสองฝ่ายนะ ในส่วนของทนายความที่พยายามจะทำให้คำร้องเรื่องการสาธิตการรักษาของจำเลยมันเกิดขึ้นให้ได้ ส่วนหนึ่งมันก็คือหน้าที่แกที่ต้องช่วยเหลือลูกความให้ถึงที่สุด อะไรที่แกทำได้และต้องทำเพื่อผลประโยชน์ของจำเลยแกก็ต้องลองเสี่ยงทำให้หมดในเมื่อรับเงินว่าจ้างทำคดีมาแล้ว ส่วนอีกเหตุผลก็ตามนั้นแหละ ข้อแลกเปลี่ยนที่แกอยากจะให้จำเลยช่วยลูกสาวแก และนี่คิดว่าว่าตามกฎหมายจริง ๆ ถ้ายังมีข้อสงสัยอะไรเกี่ยวกับตัวจำเลยอยู่ มันก็น่าจะต้องพิสูจน์ให้รู้ดำรู้แดงไปเลยไม่ใช่เหรอว่าที่จำเลยกล่าวอ้างมามันจริงหรือเท็จ จะได้สิ้นข้อสงสัย ถึงงั้นก็นะ! สิ่งที่จำเลยในเรื่องนี้กล่าวอ้างมันก็ท้าทายอะไรหลาย ๆ อย่างแหละ เป็นซีรีส์ที่เล่นกับความรู้สึกคนจริง ๆ

ภาพจาก IG: disneypluskr

ส่วนในส่วนของอัยการ นางก็ดูยึดมั่นในความยุติธรรมดีแหละ กับความเชื่อที่ว่า “ฆาตกรก็คือฆาตกร” ไม่มีข้ออ้างใดมาหักล้างได้ แม้ว่าจำเลยจะช่วยชีวิตคนเป็นร้อยเป็นพันคนก็ตาม ที่นางพยายามจะทำคดีนี้ให้ได้ เหตุผลหนึ่งก็เพราะนางอยากจะเป็นตัวตั้งตัวตีในการนำโทษประหารชีวิตกลับมา เพื่อตัดวงจรอาชญากรรมที่อาชญากรหลายคนได้รับโทษไม่สมเหตุสมผล ได้โอกาสกลับไปในสังคมก็ก่อเหตุซ้ำ และมีผู้คนบริสุทธิ์มากมายต้องตกเป็นเหยื่อ แต่…อีกเหตุผลหนึ่ง นางแค่ต้องการพิสูจน์ฝีมือในคดีระดับประเทศ และใช้คดีนี้เป็นบันไดปีนไปหาความสำเร็จของตัวเอง เพื่อให้ตัวเองหลุดพ้นจากเงาของพ่อที่เป็นเศรษฐีและมีอิทธิพลในระดับหนึ่ง เธออยากเป็นตัวเองที่ไม่ได้อยู่ใต้เงาใคร

ถึงได้บอกไงว่าพาร์ตในศาลเนี่ยมันส์หยดติ๋งมาก ถ้ามองว่าการสาธิตการรักษาไม่ใช่การพิสูจน์ความสามารถของอีอูกยอมที่ฮีภูมิใจนักหนาที่คิดค้นการรักษานี้ได้ แต่มองว่ามันเป็นการพิสูจน์แรงจูงใจในการก่อเหตุ มันก็สมเหตุสมผลตามกฎหมายจริง ๆ นะ เพราะมันคือการเปิดเผยสาเหตุของการก่ออาชญากรรมแลเป็นกระบวนการสำคัญในการพิจารณาบทลงโทษ (นี่แหละนะที่ว่าทำไมบทลงโทษของอาชญากรแต่ละคนในความเป็นจริงมันถึงได้ขัดใจเราซะจริง ๆ เพราะการพิจารณาบทลงโทษตามกฎหมาย พิจารณาจาก “เจตนา” ถ้าจำเลยมีทนายความระดับเซียน ยังไงก็หลุด) และชีอัยการนางก็พยายามเพิกเฉยต่อข้อเท็จจริงที่ว่าจริง ๆ ลองไปดูช่วงหยุมกันในศาล แล้วจะรู้ว่าเลือกทีมยากจริง

ภาพจาก IG: disneypluskr

คำพิพากษาจากศาลชั้นต้น ตัดสินให้จำเลนอีอูกยอมรับโทษสูงสุดคือการประหารชีวิต คำตัดสินนี้ทำให้ชีอัยการยิ่งน่าหมั่นไส้เข้าไปใหญ่ (คือชีเป็นคนดีนะ ทำถูกต้องด้วย แต่ท่าทีของนางมันชวนเกลียดจริง ๆ 555) อย่างไรก็ตาม คำร้องขอให้มีการสาธิตการรักษาของจำเลยที่ถูกปัดตกไปในศาลชั้นต้น และในการประชุมพูดคุยเรื่องคดีกันเบื้องต้นระหว่างผู้พิพากษา อัยการ และทนายความจำเลยในศาลชั้นอุทธรณ์ คำร้องนี้ก็ถูกยกไป แต่แล้วกลับมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น จนประเด็นเรื่องการสาธิตการรักษาถูกนำกลับมาพิจารณาใหม่อีกครั้ง และนี่อาจกลายเป็นการพลิกเกมครั้งสำคัญ ที่ทำให้ความได้เปรียบไปอยู่ในฝั่งจำเลย

ไม่ใช่แค่เธอหรอก คนทั้งโลกก็คงรู้สึกแบบนั้น เคยมีใครอ้าแขนต้อนรับการค้นพบครั้งแรกในประวัติศาสตร์ซะที่ไหนกัน การโคจรและหมุนรอบตัวเองของโลก กฎแรงโน้มถ่วงสากล การค้นพบทวีปใหม่ อะไรทั้งหมดนั่น

ซีรีส์ Bloody Flower มีทั้งหมด 8 ตอน และเวลานี้ซีรีส์ก็เดินทางมาถึงครึ่งเรื่องแล้วด้วย บอกเลยว่ายิ่งมากตอนก็ยิ่งสนุก ยิ่งทำให้อยากรู้ว่าเรื่องมันจะไปจบที่ตรงไหนได้ พลิกไปพลิกมา แถม 3 คนนี้ไม่มีใครที่คนดูจะเชื่อใจได้เลยสักคน เพราะในเรื่องแทบไม่เปิดเผยให้เราเห็นเลยว่าแต่ละตัวละครนึกคิดอะไรอยู่ในใจลึก ๆ แถมยังฉลาดทันกัน แก้เกมกันไปมาชนิดที่ติดแฮชแท็กทีมไม่ถูกเลยว่าจะเชียร์ใครดี ทีมฆาตกร ทีมทนาย หรือทีมอัยการ ยิ่งในอีพีล่าสุดนะ (อีพี 4) คุณทนายกับลูกความเขาจับมือกันแนบแน่นเชียว สร้างสถานการณ์ในเรือนจำเพื่อให้ศาลยอมรับคำร้องให้มีการสาธิตการรักษา และพวกเขาก็ทำสำเร็จด้วย! เท่ากับว่าเกมนี้คุณอัยการแพ้ ทั้งที่เดินเครื่องคัดค้านสุดชีวิต

ในช่วงท้ายของอีพีที่ 4 เป็นช่วงที่ศาลอนุญาตให้อีอูกยอมได้ทำการสาธิตรักษาผู้ป่วยโรครักษาไม่หายด้วยยาตัวใหม่ที่เขาอ้างว่าเขาคิดค้นขึ้นเพื่อพิสูจน์คำกล่าวอ้างของเขา โดยผู้ป่วยที่เข้าร่วมการสาธิต คือคนไข้เด็กที่ป่วยเป็นมะเร็งระยะร้ายแรงที่ไม่มีทางรักษาหาย พูดง่าย ๆ ก็คือ เด็กน้อยคนนี้กำลังรอวันตายอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เสร็จสิ้นการสาธิต ก็ต้องรอเวลาให้คนป่วยได้พักฟื้นและฟื้นตัวก่อนในระยะเวลา 24 ชั่วโมง หลังจากเวลาผ่านไปผลปรากฏว่าคนไข้เด็กคนนี้ฟื้นขึ้น แถมยังหายเป็นปกติราวกับว่าไม่เคยมีอาการป่วยใกล้ตายมาก่อนด้วย นั่นก็เท่ากับว่าฆาตกรต่อเนื่องรายนี้ได้พิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนเห็นแล้วว่าเขาช่วยชีวิตคนไข้ที่ป่วยโรครักษาไม่หายได้สำเร็จจริง ๆ

ภาพจาก IG: disneypluskr

ในเมื่อคำกล่าวอ้างที่ดูบ้า ๆ บอ ๆ แถมยังดูเหมือนเป็นการเตะถ่วงเวลาและยื้อชีวิตไม่ให้ตัวเองโดนโทษประหารชีวิตเป็นจริง กลายเป็นว่าในเวลานี้สังคมที่ได้รับข่าวนี้ก็โกลาหลทันที เพราะมันเท่ากับว่านี่คือหนทางที่เป็นไปได้ในเวลานี้ในการช่วยเหลือมนุษยชาติที่กำลังสิ้นหวังจากการเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายได้กลับมามีชีวิตเป็นคนปกติอีกครั้ง แต่ในทางกลับกัน มันก็เป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาผู้นี้คือคนคนเดียวกันกับฆาตกรต่อเนื่องที่พรากชีวิตผู้คนไปมากถึง 17 ราย ท้ายที่สุด ไม่ว่าเขาจะช่วยชีวิตคนได้เป็นร้อยเป็นพัน แต่ถ้าฆ่าคนแม้แต่คนเดียวก็เป็นฆาตกรอยู่ดี

การที่มีใครสักคนโพล่งออกมาว่าตนเองสามารถค้นพบนั่นนี่ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์โลก มันก็ทำให้เกิดการตั้งคำถามอยู่แล้วล่ะว่าหมอนี่มันเพ้อเจ้อหรือเปล่าวะ เรื่องที่ค้นพบมันเป็นไปได้จริง ๆ เหรอ ก็คงไม่มีใครจะยอมเชื่อง่าย ๆ หรอกว่าจะมีคนที่ทำเรื่องแบบนั้นได้ เหมือนกับนักวิทยาศาสตร์ในตำนานที่คนยุคเราเคารพและยกย่องพวกเขาที่คิดค้นทฤษฎีนั่นนี่ให้คนยุคเราได้มีความรู้กันนี่แหละ ชื่อเสียงของพวกเขาถูกกล่าวขานหลังจากที่มีการค้นพบและมีการพิสูจน์ได้ว่าเป็นเรื่องจริงแล้ว ซึ่งถ้าหากย้อนกลับไปในเวลานั้นที่พวกเขาเริ่มต้นเผยแพร่สิ่งที่พวกเขาคิดได้ มันก็คงไม่ต่างอะไรกับที่อีอูกยอมเจอ พวกเขาล้วนเคยโดนปฏิเสธซ้ำ ๆ และต้องพิสูจน์ตัวเองให้ทั้งโลกเห็นว่าพวกเขาทำได้จริง

ภาพจาก IG: disneypluskr

ทว่าในกรณีของอีอูกยอมมันก็แตกต่างออกไป เพราะเขาไม่ใช่แค่คนที่ค้นพบยามหัศจรรย์ที่สามารถรักษาคนป่วยโรครักษาไม่หายให้หายได้ และพิสูจน์ให้สังคมได้เห็นแล้วเขาทำได้จริง แต่ความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือ เขาเป็นฆาตกรต่อเนื่องที่ฆ่าคนไปมากถึง 17 คน จริง ๆ แม้ว่าคนเหล่านั้นจะเป็นอาชญากรเลวทรามที่ทำผิดซ้ำ ๆ และไม่เคยได้รับโทษตามกฎหมายก็ตาม ความย้อนแย้งลักษณะนี้แหละที่ทำให้สังคมทวีความโกลหลและถกเถียงกันไม่จบไม่สิ้น มันยอมรับได้ยาก จะพูดเต็มปากไปในทางใดทางหนึ่งว่าเขาเป็นวีรบุรุษหรือเป็นซาตาน! ก็ไม่ได้ ซีรีส์เรื่องนี้ทำให้เราเห็นว่าการถกเถียงนอกศาลของคนในสังคมก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ และดูเหมือนว่าความเห็นของคนในสังคมจะถูกนับด้วยสิ

ในนาทีนี้ เรายอมรับแล้วว่า Bloody Flower คือซีรีส์เกาหลีอีกเรื่องที่ทำให้เราเริ่มมั่นใจแล้วว่ามาตรฐานของซีรีส์เกาหลีกลับมาแล้วจริง ๆ พูดยังไงดี คือจะบอกว่ามันไม่ใช่แค่สนุก แต่มันยังเล่นกับต่อมฉุกคิดของคนดูด้วยว่าถ้าเรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นจริง ๆ ในสังคม ไม่ใช่เรื่องแต่งในละคร เราจะมองภาพที่เกิดขึ้นนี้ยังไง ในซีรีส์ เราอาจจะแฮชแท็กทีมฆาตกรอีอูกยอมได้ เพราะชื่นชอบนักแสดง เพราะชอบความมั่นหน้าว่าตัวเองรอดแน่ เพราะเก่งจริง เพราะหมั่นไส้อัยการ เพราะสงสารทนาย หรือท้ายที่สุด…เพราะมันเป็นแค่ละคร ในทางกลับกัน ถ้ามันเป็นเรื่องจริง มันก็ชวนกระอักกระอ่วนใจไม่น้อยนะ เมื่อต้องยอมรับว่าอีกด้านหนึ่งของฆาตกร เขาก็คือคนที่ช่วยชีวิตคนที่เรารักได้จริง ๆ 💉